น้ำลดแต่ปัญหาไม่จบ “พรรคประชาชน” ลงพื้นที่ภาคใต้ ฟังปัญหาหลังน้ำลด “ลิซ่า” จี้ รบ.จ่ายเยียวยา 9,000 บาทถ้วนหน้า ลั่น แม้บางบ้านน้ำไม่เข้า แต่เขามีต้นทุนต้องจ่าย เผยชาวบ้านท้อแท้ ซ้ำร้าย โครงการผันน้ำที่สร้างไม่เสร็จขวางทางระบายอีก ประกาศไม่ทิ้งคนใต้แน่นอน ขอนำกลับหารือสภา
เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2567 พรรคประชาชน นำโดย น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ รองโฆษกพรรค พร้อมด้วยนายเจษฎา ทำนองเสนาะ สส.ปทุมธานี นายปกรณ์ อารีย์กุล อดีตผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช นายวิจักษณ์ พฤกษ์สุริยา รองเลขาธิการภาคใต้ ลงพื้นที่หลายตำบล ใน จ.นครศรีธรรมราช เพื่อรับฟังปัญหาชาวบ้าน หลังจากประสบปัญหาอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา
โดย น.ส.ภคมน กล่าวว่า ตนและทีมงานพรรคประชาชนภาคใต้ ลงพื้นที่หลายจุด ซึ่งพี่น้องประชาชนทุกตำบล มีอัตราการเยียวยาไม่สอดคล้องกับความเสียหายจริง ซึ่งเราได้เสนอให้ ประเมินและเยียวยาตามความเป็นจริงแก่ประชาชน รวมถึงในพื้นที่ที่ประกาศเป็นภัยพิบัติต้อง ได้รับเงินเยียวยา 9,000 บาทถ้วนหน้า แม้น้ำจะไม่เข้าบ้าน แต่เขามีต้นทุนอื่นที่ต้องจ่ายเช่นกัน โดยทางเราจะใช้ กมธ.ปภ. ผลักดันเรื่องนี้ต่อไป นอกจากทรัพย์สินเสียหายแล้วสภาพจิตใจของประชาชน ก็ควรได้รับการเยียวยา หลายหมู่บ้านต้องระแวดระวังน้ำท่วมปีละ 6 ครั้ง หลายคนท้อแท้บ้านพังเสียหาย เพราะโครงการผันน้ำที่ก่อสร้างไม่เสร็จ ขวางทางระบายน้ำในชุมชน เช่น ทำให้ ตำบล ไชยมนตรี ท่วม 100% อีกปัญหาที่พบคือประตูระบายน้ำที่สำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดช้าและขนาดเล็ก มีลักษณะเป็นคอขวด ไม่มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำถาวรเอาไว้ทำให้เมื่อต้องการระบายน้ำต้องรอขนย้ายเครื่องจักรมาติดตั้ง ล่าช้า รวมถึง ความไม่แม่นยำในการแจ้งเตือน
น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า ซึ่งเราเองได้เสนอว่าภายใน 6 เดือนนี้สิ่งที่รัฐต้องผลักดันให้เกิดขึ้นจริงให้ได้ คือ 1.การจัดทำแผนจำลองประเมินสถานการณ์เพื่อวางแผนช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมในอนาคตอย่างแม่นยำ 2.เตรียมพื้นที่ระบายน้ำล่วงหน้า โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่ม และปรับปรุงถนนที่สร้างขวางทางน้ำ 3.จัดทำข้อมูลพยากรณ์ระดับ ตำบล ระดับอำเภอ เพื่อแจ้งข้อมูลอย่างละเอียดล่วงหน้าแก่ประชาชน 4.เตรียมความพร้อมข้อมูลและอบรมบุคลากรในระดับท้องถิ่นเจ้าหน้าที่หน้างานกล้าตัดสินใจว่า น้ำถึงปริมาณเท่าไรจึงต้องอพยพ และจะอพยพไปไหน และอพยพอย่างไร สร้างองค์ความรู้นี้ให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
ทั้งนี้ ตนรับปากว่าทุกความทุกข์ร้อนของพี่น้องนครศรีธรรมราช ที่รับมาจะเอาไปขับเคลื่อนให้เกิดการแก้ปัญหา หรืออย่างน้อยที่สุดปัญหาต่างๆที่นับมาต้องเห็นแนวทางแก้ไขไม่ฟังแล้วทิ้งแน่นอน