ภูมิธรรม แลกเปลี่ยนข้อมูล กมธ.วิสามัญฯ ศึกษาแนวทางถ่ายโอนธุรกิจกองทัพ เกี่ยวกับการศึกษาแนวทางการดำเนินงานธุรกิจของกองทัพร่วมกัน
เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.67 ที่กระทรวงกลาโหม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมด้วยพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ไตรศักดิ์ อินทรรัสมี เลขานุการ รมว.กลาโหม ให้การต้อนรับคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการถ่ายโอนธุรกิจของกองทัพไปอยู่ในความดูแลของหน่วยงานอื่น หรือย้ายไปสถานที่อื่นที่เหมาะสม สภาผู้แทนราษฎร
นำโดยนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ประธานกรรมาธิการ พร้อมด้วยกรรมาธิการ และที่ปรึกษา เช่น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นางสาวเบญจา แสงจันทร์ และนายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์
นายจิรายุ ระบุว่า การหารือครั้งนี้ถือเป็นนิมิตรหมายอันดีในการส่งเสริมระบบการตรวจถ่วงดุลย์ระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร กรรมาธิการ ให้ความสนใจหลายเรื่อง ทั้งกิจการไฟฟ้าสัตหีบ ชลบุรี สนามกอล์ฟ สนามมวย กิจการน้ำมัน รวมทั้งการจัดกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวของเหล่าทัพ โดยได้สะท้อนข้อห่วงใยว่าการดำเนินการต่างๆต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติในมิติเศรษฐกิจ
ขณะที่นายภูมิธรรม กล่าวขอบคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่ได้เข้ามาหารือแลกเปลี่ยนและเสนอแนะข้อมูลที่เป็นประโยชน์ โดยพร้อมให้ความร่วมมือกับกรรมาธิการฯ ในการตรวจสอบเพื่อสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์ โดยจะให้เหล่าทัพนำไปพิจารณาศึกษาเพิ่มเติม
โดยยืนยันว่า กระทรวงกลาโหมยึดหลักความโปร่งใสในการบริหารกิจการธุรกิจกองทัพ และพยายามทำทุกอย่างให้ชัดเจนที่สุด ยึดตามข้อกฎหมายอย่างครบถ้วน โดยผู้นำเหล่าทัพทุกคนยอมรับความเปลี่ยนแปลงของโลก และคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติ
สำหรับประเด็นหลักที่กระทรวงกลาโหมชี้แจงต่อกรรมาธิการถ่ายโอนธุรกิจกองทัพคือ นโยบายเกี่ยวกับที่ดินที่ กองทัพครอบครอง ดูแลและใช้ประโยชน์ รวมทั้งสิ้นประมาณ 5.9 ล้านไร่
ส่วนใหญ่เป็นที่ตั้งหน่วย พื้นที่ฝึก และดำเนินการตามภารกิจของกองทัพบก ปัจจุบันมีประชาชนเข้าใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาตและจัดให้เช่า บางส่วนยังอยู่ในกระบวนการพิสูจน์สิทธิ
นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับการฝึกตามแผนป้องกันประเทศ ที่ต้องใช้พื้นที่ขนาดกว้างขวางรองรับขีดความสามารถของยุทโธปกรณ์ เช่น การฝึกผสม
พร้อมทั้งชี้แจงถึงแนวทางจัดสวัสดิการภายในของกระทรวงกลาโหมครอบคลุม 3 เหล่าทัพ โดยไม่ได้ปิดกั้นการใช้บริการเฉพาะกำลังพลและครอบครัวเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปเข้าใช้บริการได้ โดยคำนึงถึงความถูกต้อง เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ
รวมทั้งจำแนกประเภทธุรกิจอย่างชัดเจน ปัจจุบันมีกิจการสวัสดิการขนาดใหญ่ เช่น สนามกอล์ฟ, สถานีบริการน้ำมัน, สถานพักฟื้นและพักผ่อน และตลาดนัด รวมถึงกิจการขนาดใหญ่อื่น ๆ รวม 152 กิจการ แบ่งเป็น กิจการสวัสดิการในเชิงธุรกิจ 86 กิจการ และกิจการที่เหลือ 66 กิจการ ยังคงดำเนินการในรูปแบบสวัสดิการภายใน เนื่องจากตั้งอยู่ในของหน่วยทหาร โดยหลังจากนี้คณะกรรมการวิสามัญถ่ายโอนธุรกิจกองทัพฯ ยังได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไปหารือที่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้การทำงานใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น


