สส.ปชน. จี้ถามมาตรการปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ข้องใจ ‘ทักษิณ’ มีอำนาจจริงหรือไม่ รมว.ดีอี ยันเป็นความห่วงใยของอดีตนายกฯ รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ ผุดมาตรการคลีนซิ่งข้อความส่งลิงก์ดูดเงิน ย้ำหากค่ายไม่ทำ ต้องร่วมรับผิดชอบความเสียหาย
เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม พิจารณาวาระกระทู้ถามทั่วไป ของนายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. พรรคประชาชน ถามนายกรัฐมนตรี มอบหมาย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯและรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นผู้ชี้แจง
เรื่องปัญหาการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และมีข้อสังเกตว่าการกำกับธุรกรรมทางออนไลน์ที่เข้าข่ายหลอกลวงประชาชน สถาบันการเงิน หรือธนาคาร ควรมีส่วนร่วมรับผิดชอบ ขอรัฐบาลอย่าเกรงใจนายทุนธนาคาร
นายประเสริฐ ชี้แจงว่า การออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) นั้นได้ดำเนินการแล้ว แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอความเห็นจากกฤษฎีกาก่อนจะส่งขอความเห็นชอบจาก คณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ ในรายละเอียดของ พ.ร.ก.จะกำหนดการอายัดและคืนเงิน ให้ทำได้รวดเร็ว ตั้งใจให้ไม่เกิน 6 เดือนสามารถคืนได้ แต่วิธีเก่าใช้เวลา 1-2 ปี เป็นอย่างน้อย
“บัญชีม้าที่ยึดอายัดได้และมีเงินคืน มีที่มาและที่ไปจำนวนมาก หากระงับได้ทันที สามารถทำได้ทันที แต่เงินในบัญชีปรากฎเจ้าทุกข์หลายราย ทั้งนี้ มาตรการที่เกี่ยวกับธนาคารนั้น กำหนดให้มีส่วนร่วมรับผิดชอบเหมือนกับเครือข่ายมือถือ ไม่มีความเกรงใจธนาคาร หรือโอเปอร์เรเตอร์ แต่เราเกรงใจประชาชน
ดังนั้น ไม่ต้องห่วงว่าคณะกรรมการและป้องกันภัยไซเบอร์ จะเอาใจธนาคาร ซึ่งหลังปีใหม่นี้จะได้เห็น ระบบคลีนซิ่ง หากพบข้อความไม่เหมาะสม เป็นภัย หรือข้อความหลอกลวงประชาชน ข้อความต้องถูกยกเลิก หากโอเปอร์เรเตอร์ไม่ปฏิบัติตาม ต้องมีส่วนรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น จากการที่ผู้ใช้บริการไปกดลิงก์ดูดเงิน ท่านต้องมาช่วยจ่ายด้วย” นายประเสริฐ กล่าว
นายประเสริฐ ชี้แจงด้วยว่า การตัดวงจรของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้ใช้ความพยายามมาก ส่วนมาตรการของต่างประเทศที่เป็นประโยชน์ก็นำมาใช้ ส่วนที่ของเราใช้และต่างชาตินำไปใช้ก็มี เช่น การปิดกั้นข้อมูลนำเข้าคอมพิวเตอร์ที่ไม่พึงประสงค์ โดยใช้อำนาจของรัฐมนตรี ตามกฎหมาย ซึ่งสิงคโปร์ก็นำไปใช้ รวมถึงการอายัดบัญชีด้วย
จากนั้นนายธีรัจชัย ได้ถามถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวระหว่างปราศรัยที่จ.เชียงใหม่ ว่ารู้ถึงจุดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ต่างประเทศ เช่น ชั้น25 ที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา หรือที่เมียวดี ประเทศเมียนมา พร้อมระบุได้ส่งคนไปประสานแล้ว หากไม่มีกองกำลังดำเนินการก็จะส่งกำลังไปดำเนินการ และปีหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะหมดเกลี้ยง ตนไม่ทราบว่าที่นายทักษิณพูดนั้นจริงหรือไม่ และมีอำนาจจริงหรือไม่ ตนอยากให้จริง และรัฐบาลมีเป้าหมายจะทำได้จริงหรือไม่เพื่อลดปัญหาอาชญากรรมออนลไน์
นายประเสริฐ ชี้แจงว่า นายทักษิณมีความเป็นห่วงคนไทย โดยกระทรวงดีอี ไม่ได้นิ่งนอนใจ ที่ผ่านมาประสานงานไปยัง มาเลเซีย เมียนมา จีน ลาว และกัมพูชา เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเข้าไปปราบปรามแก๊งคอลเซ็นต์เตอร์ ซึ่งรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและจะดำเนินการเรื่องดังกล่าวให้ถึงที่สุด
นายวันมูหะมัดนอร์ ได้ฝากในตอนท้ายว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ทูต อย่างน้อย 2 ประเทศ ว่าคนของเขาถูกจับและบังคับให้เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยถูกหลอกมาเมืองไทยว่ามาท่องเที่ยวและมีงานทำ แต่กลับถูกจับและส่งไปประเทศเพื่อนบ้าน โดยผ่านทางด่านแม่สอด
ขณะนี้คนของเขา มีประเทศหนึ่งถูกจับ 13 คน อีกประเทศ 30 คน ปัญหาของเราคือเราเป็นประเทศท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวมาก หากเข้ามาแล้วถูกจับไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แบบนี้ทำให้เราเสียบรรยากาศการท่องเที่ยว ทำให้คนไม่กล้ามาประเทศไทย ซึ่งไม่เป็นผลดี และมีผลกระทบกับประเทศไทย ตนอยากให้รัฐบาลช่วยหาทางแก้ไขโดยด่วน