ปี 2568 ตรงกับปีมะเส็งหรือปีงูเล็ก เป็นปีที่ดวงดาวย้ายกันแบบจัดเต็ม 3 นักโหราศาสตร์ชื่อดังของเมืองไทย ทำนายดวงเมืองว่าจะส่งผลกระทบอย่างไรหรือไม่ทั้งต่อรัฐบาล ด้านเศรษฐกิจ ภัยพิบัติ โรคระบาดต่างๆ คดีความใหญ่ ดังนี้

นายบุศรินทร์ ปัทมาคม

ปี 2568 พิจารณาจากดวงเมืองมีดาวพฤหัสฯ (5) จร ซึ่งโคจรถอยหลัง อยู่ในเรือนกดุมภะ มาตั้งแต่ปลายปี 2567 ครั้นถึงวันที่ 13 ก.พ.2568 ดาวพฤหัสฯ (5) จร โคจรเดินหน้าอีกครั้งหนึ่ง ทำให้สบายใจได้ว่า เศรษฐกิจของดวงเมืองมีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น

ปัญหาเรื่องธรรมชาติ น้ำท่วมจะไม่รุนแรงเท่ากับปีที่แล้ว ถ้าจะมีก็อาจจะเป็นเรื่องแผ่นดินไหวเคลื่อนในช่วงต้นปี แต่หลังจาก 13 พ.ย.ไปจนถึงปลายปี น่าจะเป็นห่วงเรื่องลมพายุพัดแรง

รายงานพิเศษ-3โหรดังผ่าดวง(การ)เมืองปี 68 จับตาปรับครม.-ยุบสภา-รัฐประหาร?

ส่วนดาวเสาร์ (7) หัวหน้าดาวบาปเคราะห์ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ดวงใหญ่อีกดวงหนึ่ง ในดวงเมืองระยะนี้มีดาวเสาร์ (7) โคจรเดินหน้าในเรือนลาภะ ไปจนถึงวันที่ 19 พ.ค.2568

อ่านได้ว่า ดาวเสาร์ (7) จะช่วยให้เกิดผลประโยชน์ หรือผลกำไร ช่วยสนับสนุนดาวพฤหัสฯ (5) ตั้งแต่ต้นปีจนถึงกลางปี

ตำแหน่งดาวเคราะห์ดวงใหญ่ทั้งสองดวงเป็นหลักฐานให้มั่นใจได้ว่า เรื่องเศรษฐกิจและการเงินของบ้านเมืองจะต้องมั่นคงและดีขึ้นตั้งแต่ต้นปี ระหว่าง 13 ก.พ.-19 พ.ค.2568 จะทำให้สังคมไทยดี ผลผลิตทางการเกษตรจะขายได้ราคา ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์จะมีความหวังได้มากขึ้น กิจการท่องเที่ยวมีแนวโน้มว่าจะต้องเจริญขึ้นก้าวหน้าดีขึ้นกว่าช่วงปลายปีที่แล้ว

สถานะทางสังคมและการเมืองจะไม่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง และไม่มีอะไรน่ากลัว เรื่องปฏิวัติรัฐประหารจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน มั่นใจได้ว่าบ้านเมืองจะสงบร่มเย็นเหมือนปีที่ผ่านมา รัฐบาลไม่น่าลำบากใจอะไร

ส่วนเหตุการณ์สำคัญที่น่าห่วงอยู่บ้างในโหราศาสตร์ปี 2568 คือดาวอังคาร (3) พักร หรือเดินหน้าแล้วถอยหลัง

เรียกว่า โคจรวิปริต ในราศีกรกฎ ซึ่งเป็นเรือนพันธุของดวงเมืองอยู่ถึง 7 เดือน ระหว่าง 19 ต.ค.2567 ถึง 23 มิ.ย.2568 รัฐบาลจะยุ่งยากลำบากใจในเรื่องนิติสงคราม และเรื่องญาติผู้ใหญ่ของบ้านเมืองอยู่บ้าง เรือนพันธุ หมายถึงบรรพบุรุษหรือญาติผู้ใหญ่ซึ่งอาจหมายถึงบุคคลสำคัญของบ้านเมือง ถ้าเป็นรัฐบาล ญาติผู้ใหญ่อาจหมายถึงบิดาของนายกฯ หรือบุคคลสำคัญของบ้านเมืองก็ได้

ดวงเมืองจะดวงตกรุนแรงที่สุดเมื่อดาวอาทิตย์ (1) โคจรเดินหน้าในเรือนอริ ระหว่าง 18 ก.ย.ถึง 16 ต.ค.2568 และอีกครั้งหนึ่ง ระหว่าง 17 พ.ย.ถึง 16 ธ.ค.2568 ถ้ามีความไม่พอใจในรัฐบาลหรือพยายามจะต่อต้านรัฐบาลจะมีอยู่บ้าง ขอให้ระวังในสองช่วงเวลานี้

สรุปว่าดาวอังคาร (3) โคจร วิปริต จะกระทบกระเทือนเฉพาะบุคคลสำคัญหรือญาติผู้ใหญ่ของบ้านเมืองเท่านั้น

เรื่องภัยที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ก็ไม่มีรัฐบาล น่าจะอยู่ได้อย่างราบรื่นมากกว่าปีที่แล้ว เมื่อเศรษฐกิจการเงินดีขึ้นรัฐบาลจะอยู่ได้อย่างร่มเย็น นายกฯ ก็เหมือนจะไม่มีอะไรมารบกวน จะปกครองบ้านเมืองให้อย่างเรียบร้อย ถ้าจะมียุ่งยากใจอยู่บ้างก็อยู่ในช่วงปลายปี เนื่องจากดาวพฤหัสฯ (5) โคจรถอยหลัง จากราศีกรกฎย้ายเข้าราศีมิถุนครั้งหนึ่ง หลังจากวันที่ 22 ธ.ค.2568 ไปแล้ว

สำหรับนโยบายแจกเงินดิจิทัลเฟสที่สอง คงจะราบรื่นเป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาล ธุรกิจการค้าต่างๆ จะกระเตื้องดีขึ้น ฝ่ายค้านน่าจะหนักใจและเหน็ดเหนื่อยที่จะหาเรื่องมาโจมตีรัฐบาลยาก ความมั่นคงของรัฐบาลน่าจะผ่านพ้นการถูกโจมตีได้เหมือนปีที่แล้ว

นายกฯ แพทองธารเป็นคนที่มีความคิดริเริ่มในเรื่องใหม่ๆ ที่จะทำให้สังคมไทยมีความเจริญก้าวหน้า จะช่วยผลักดันให้ต่างประเทศยกย่องประเทศไทยมากขึ้น และน่าจะผ่านวิกฤตต่างๆ ไปได้ด้วยดี

นางฟองสนาน จามรจันทร์

ปรากฏการณ์มีทั้งลบและบวกที่เกิดในเมืองไทยตลอดปี 2568

ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันเกิดเมือง 21 เม.ย. เมืองยังมีเกณฑ์เยี่ยมด้านสิริมงคลเกิดขึ้นเป็นระยะๆ เนื่องจากพระอังคารดาวประจำชีพเมืองยังเป็นศรีจร เช่น การได้อันดับการแข่งกีฬาต่างๆ ระดับโลก หรือมีสิ่งโด่งดังระดับโลก เช่น ปรากฏการณ์หมูเด้ง หรือได้เหรียญโอลิมปิกสูงสุดในอาเซียน จากนั้นจะจางไป

รายงานพิเศษ-3โหรดังผ่าดวง(การ)เมืองปี 68 จับตาปรับครม.-ยุบสภา-รัฐประหาร?

ขณะเดียวกัน ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันเกิดเมือง ปรากฏการณ์ฝนตกขี้หมูไหล คนหรือเหตุการณ์อะไรจะโผล่กลางเมืองให้เห็นเป็นระยะๆ พร้อมกับการโกหก หลอกลวง แหกตา จากคนชั่วที่ตามหลอกหลอนล้วงบัญชีถึงบ้าน รวมถึงขบวนการขี้โกงขนาดใหญ่ยังจะเกิดขึ้นให้ฮือฮา ชนิดที่คนดีๆ เดินตัวลีบกลัวถูกแหกตา ถูกหลอกลวง หลังจากนั้นปรากฏการณ์นี้จะค่อยๆ จาง

ส่วนการเมืองจะเข้มข้นพลิกผัน ซับซ้อน ประมาณ 25 ม.ค.เป็นต้นไป คดีความใหญ่ การต่อสู้ทางกฎหมายและอื่นๆ จะเพิ่มความเข้มขึ้นอีกระดับ ผู้นำและรัฐบาลเริ่มเจอแรงกดดันทางคดีความ หรือศัตรูคอยบั่นทอน เป็นเพราะพระเสาร์ตรึงอาทิตย์ในดวงเมือง

เมื่อถึง 13 ก.พ.-13 เม.ย. ดวงชะตาผู้นำหรือนายกฯ จะกลับเริ่มมาอ่อนแอ ตามด้วยปรากฏการณ์อึดอัด ถูกจำกัดเสรีภาพ อับแสง พลิกผัน จะนำไปสู่การเขม็งเกลียวเป็นระยะๆ จนเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในระยะต่อไป

ช่วงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใหญ่รอบแรกจะอยู่ระหว่าง 5-31 พ.ค. โดยไม่มีการปรับครม.ครั้งใหญ่ แต่อาจเป็นไปได้ว่านายกฯ ลาออก หรือต้องคำพิพากษาศาล หรือยุบสภา หรืออาจจะล้ำเส้นไปมากกว่านั้นคือปฏิวัติ

หากผ่านรอบนี้ไปได้ยังจะต้องตรึงกำลังสู้กันต่อตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย.เป็นต้นไป จนถึงประมาณ 27 ก.ค.-23 ส.ค. กลุ่มรัฐบาลเก่าเริ่มเคลื่อนไหวหาเพื่อน ช่วงนี้ต้องจับตาปรากฏการณ์แทรกซ้อน ‘หมูท้าราชสีห์รบในเมือง’

ในความผันผวนทางการเมืองนั้น คาดว่าประมาณ 23 ส.ค.เป็นต้นไป พรรคร่วมรัฐบาลเก่าจะหาทางกลับมาจับมือกันหลวมๆ อีกครั้ง และไม่ว่าใครจะเป็นนายกฯ คาดว่ารัฐบาลจะเดินหน้าได้เต็มที่ประมาณ 17 พ.ย.เป็นต้นไปจนถึงสิ้นปี 2568 เพราะพระเสาร์จรเดินหน้าในราศีกุมภ์

ขณะที่ด้านเศรษฐกิจต้นปียังพอถูไถ ลูบหน้าปะจมูก แต่เมืองจะเริ่มเข้าเคราะห์ทางเศรษฐกิจหลังวันเกิดเมืองเป็นต้นไปที่จะมีครบทั้งเผาหลอก ซ้อมเผาจริงในปีเดียว และตลอดทั้งปี เมืองยังอยู่ในระหว่าง 7 ปีของการปฏิวัติใหญ่ทางเศรษฐกิจ ระหว่างก.ค.2565-ก.ค.2572

หากทำได้ดีมีโอกาสที่ในเดือนก.ค.2572 ประเทศจะหลุดจากประเทศกับดักรายได้ปานกลางไปสู่สูง แต่หากทำได้ไม่ดี จะติดกับดักรายได้ปานกลางต่อไป

ดังนั้นให้จับตาเรื่องใหญ่ด้านลบที่จะเกิดกับสถาบันการเงิน หรือสถาบันทางเศรษฐกิจสำคัญของชาติบางแห่งอาจถึงทรุด หรือล้ม เมื่อเกิดแล้วจะกระทบความเชื่อมั่นไปทั้งระบบ โดยระหว่าง 19 พ.ค.-23 ส.ค. ลางของเหตุร้ายทางเศรษฐกิจจะอุบัติให้เห็นเต็มรูปแบบซ้ำเข้ามาหนัก ให้ซ้อมรับมือกันช่วงสั้นๆ เพื่อไปเผชิญหน้ากับทุกข์เต็มที่ในปี 2569

ขณะที่อุบัติเหตุ อุบัติภัยครั้งใหญ่ยักษ์ ระดับเป็นข่าวไปทั่วโลก รอเกิด 4 รอบ แรงทุกทางเป็นระยะๆตลอดปี

โดยปี 2568 เน้นไปทางลมอากาศ หรือแก๊ส คือระหว่าง 25 ม.ค.-1 เม.ย. เน้นวันที่ 12 มี.ค. ก่อนและหลัง 7 วัน

ระหว่าง 29 ก.ค.-23 ส.ค. รอบนี้จะร้ายแรงมาก และ 12 ก.ย.-6 ธ.ค. เป็นรอบของฟืน ไฟ ระเบิด ควัน แก๊ส

ส่วนเรื่องโรคระบาดใหญ่เหมือนโควิด-19 นั้น ในปี 2568 ตามดวงยังไม่มีชัดเจน แต่อาจจะมีย่อยๆ เล็กๆ เท่านั้น

นายวสุวัส คำหอมกุล

ปี 2568 ดาวพฤหัสฯ โคจรถอยหลัง ดาวอังคารก็ถอยหลัง ดาวเสาร์กับราหูก็พัก ทำให้กลายเป็นปีที่ยุ่งเหยิงวุ่นวาย โดยเฉพาะช่วงครึ่งปีแรก ด้วยดาวโคจรผิดปกติไปหมด จนกว่าจะถึงวันที่ 5 มิ.ย.ถึงจะดีขึ้น

6 เดือนแรกของปี 2568 จะเป็นช่วงที่รัฐบาลมีปัญหามากที่สุด ทั้งเรื่องผลงานที่ไม่เป็นไปตามต้องการ การบริหารงานมีความลำบาก มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ การสื่อสาร เรื่องม็อบ เรื่องชายแดนที่เกี่ยวกับความขัดแย้งเรื่องการเซ็น MOU 44 ต่างๆ เยอะไปหมด รวมทั้งรัฐบาลมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร ทำให้จะมีทั้งข่าวจริงข่าวเท็จออกมา

รายงานพิเศษ-3โหรดังผ่าดวง(การ)เมืองปี 68 จับตาปรับครม.-ยุบสภา-รัฐประหาร?

สำหรับเศรษฐกิจช่วง 6 เดือนแรกแย่ลง เพราะตลาดหุ้นไม่แน่นอน ตลาดการลงทุนยังไม่ดี คนกู้เงินก็ยังไม่ได้ และยังมีเรื่องโรงงานอุตสาหกรรมปิดตัวลง ตลาดรถยนต์เป็นช่วงขาลงตั้งแต่ปลายปี 2567 ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 จะหนักกว่า คนที่ทำงานในโรงงานถูกเลิกจ้าง สิ่งเหล่านี้จะเป็นเรื่องหนัก ทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนได้ไม่ดี

รัฐบาลต้องมีมาตรการอะไรที่มากระตุ้นให้คนเอาเงินออกมาใช้ ดังนั้น เรื่องการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มไม่น่าเอามาพูด น่าจะเป็นการช่วยลดภาษีมากกว่า

อีกเรื่องที่ดำเนินการได้จะดีคือ เรื่องสวัสดิการ ทั้งประกันสังคม หรือสวัสดิการรักษาพยาบาลเพิ่ม เพราะช่วงเดือนก.พ.-มี.ค.ต้องระวังคนจะกลับมาป่วยเพิ่ม อาจเป็นโควิดระบาดอีกรอบ แต่คงไม่หนักเท่าช่วงโควิดปี 2563 หรือโรคติดต่อเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอื่นๆ

ถ้าถามว่ารัฐบาลอยู่ได้หรือไม่มองว่าอยู่ได้ อาจจะมีม็อบบ้างประปราย แต่ไม่มีม็อบไหนล้มรัฐบาลได้ เพียงแต่มีกระแสความไม่พอใจเยอะขึ้น เพราะการสื่อสารของรัฐบาลไม่ดี ซึ่งตอนนี้พอเห็นได้แล้วว่าการสื่อสารไม่ค่อยดี ปี 2568 น่าจะหนักกว่านี้

ส่วนเรื่องรัฐประหารนั้นไม่มีแน่ เพราะดาวอังคารถอยหลัง ทหารอ่อนแรง ซึ่งเป็นช่วงที่จะแก้พ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม ก็ถูกจังหวะแต่ต้องรีบแก้ ถ้าไปช่วงเดือนก.ย.ที่เป็นช่วงโยกย้าย รัฐบาลจะใช้คำสั่งอะไรก็ตาม ทหารไม่น่าจะยอม จะเกิดความขัดแย้งที่นำเรื่องไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่จะเกิดช่วงหลังต.ค.

ปี 2568 ถ้าจะมีการปรับครม. คงไม่ใช่ทั้งชุด น่าจะปรับแค่บางตำแหน่งช่วงเดือนเม.ย. ถ้าจะปรับทั้งคณะน่าจะเป็นช่วงเดือนก.ย.-ต.ค. หรือดีไม่ดีอาจจะมีการยุบสภาในช่วงนั้นเลย

สำหรับเรื่องภัยพิบัติจะน่ากลัวกว่าปี 2567 เรื่องน้ำท่วม ช่วงต้นปีทางภาคใต้ยังวางใจไม่ได้ อาจจะมีพายุเข้า 2-3 ลูก และเกาะต่างๆ ต้องระวัง ทั้งเกาะพีพี และเกาะที่นักท่องเที่ยวไปเที่ยวกัน รวมถึงระวังเรื่องเรือประมงเข้าไปทำประมง แล้วเผลอเข้าไปในน่านน้ำของเพื่อนบ้านแล้วโดนยิง

ช่วงเดือนส.ค.-ต.ค. ต้องระวังน้ำท่วมในภาคกลาง แต่เป็นตอนบนไม่ใช่กรุงเทพฯ หรือท่วมรอบปริมณฑล หรือท่วมจังหวัดที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทุกจังหวัด

ขณะที่เรื่องคดีความใหญ่ๆ ยังคงมีอยู่ เพราะถือว่าผู้เกี่ยวข้องยังไม่ครบทุกอาชีพ อย่างที่บอกดาวพฤหัสฯถอยหลัง จะเป็นสายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับดาวพฤหัสฯ อยู่ ที่ผ่านมามีทั้งนักธุรกิจชื่อดัง ทนายความ แพทย์

ที่เหลืออาจเป็นนักวิชาการ ครู อาจารย์มหาวิทยาลัย อธิการบดีมหาวิทยาลัย อัยการ ผู้พิพากษา เรื่องอะไรเทาๆ จะถูกเปิดมาเป็นคดีความ ถ้าจะหมดเรื่องการแฉกันน่าจะเป็นช่วงเดือนมี.ค.

หลังเดือนมี.ค.ต้องโฟกัสเรื่องนโยบายของรัฐบาล ปัญหาเศรษฐกิจ การแจกเงิน 10,000 บาทได้ตามเป้าหรือไม่

ปัญหาเศรษฐกิจช่วงนั้นจะฝืดอย่างแรง รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งหาเงินมาอัดฉีดให้ทันช่วงก่อนสงกรานต์ ถ้าไม่ทันน่าจะมีปัญหามาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน