ศรายุทธิ์ ลั่น ลุยทำงานอย่างเต็มที่ พิสูจน์ว่า ปชน. ไม่ด้อยกว่า ก้าวไกล เชื่อทิศทางพรรคจะดีขึ้น มั่นใจ ชนะสนามอบจ.หลายจังหวัด ตามที่ตั้งเป้าไว้

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2567 นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์กรณีผลสำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพล ที่คะแนนของพรรคประชาชน และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งทั้งคู่ว่า ตอนที่พรรคก้าวไกลถูกยุบและผลสำรวจออกมาว่าพรรคประชาชนมีลำดับที่หล่นลงมา

ตนเคยให้สัมภาษณ์ไปว่าเป็นธรรมชาติของการยุบพรรค และเราตั้งพรรคขึ้นมาใหม่ ซึ่งในสถานการณ์ปกติที่คนไม่ได้สนใจการเมืองมาก คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าพรรคใหม่ของเราเป็นอะไร แต่ตนเชื่อว่าคนที่เคยชอบเราจะยังสนับสนุนเราอยู่ ไม่ได้หายไปไหน

แต่หลังจากที่เราทำเรื่องเลือกตั้งท้องถิ่นเยอะขึ้น มีการรณรงค์เยอะขึ้น คนที่ไม่เคยรู้ว่าตอนนี้พรรคก้าวไกลเปลี่ยนมาเป็นพรรคประชาชนแล้ว ก็เริ่มรับรู้มากขึ้น ฉะนั้น ย้ำว่าทิศทางของพรรคก็จะเพิ่มขึ้นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนใกล้เคียงกับสิ่งที่เราเคยเป็น

เมื่อถามว่า ในปี 2568 พรรคประชาชนจะมีการปรับเปลี่ยนการทำงานอะไรใหม่หรือไม่ นายศรายุทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่ายังเป็นเหมือนทิศทางภาพใหญ่ที่เราเคยคุยกันตั้งแต่ตอนตั้งพรรค ไม่ได้ปรับอะไร เพียงแค่เราต้องทำงานหนักและชัดเจนมากขึ้น แต่การกำหนดทิศทางอะไรจะไม่เปลี่ยนไปจากเดิม

ไม่ว่าจะเป็นงานตรวจสอบในสภาฯ ที่จะต้องมีการอภิปรายในช่วงต้นปีหน้า เราจะยังคงทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า พรรคประชาชนไม่ได้ด้อยลงจากพรรคก้าวไกล

ขณะเดียวกันเรื่องท้องถิ่นก็จะยังคงเป็นไปในทิศทางเดิม เรายังคงต้องมุ่งมั่นที่จะเอาชนะสนามการเมืองท้องถิ่นให้ได้ในระดับองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่จะมีการเลือกตั้งในช่วงต้นเดือนก.พ.นี้ และตนยังมั่นใจว่าประสบการณ์ของเราจะทำให้เราประสบผลสำเร็จในการเลือกตั้งรอบนี้

เมื่อถามถึงการเตรียมความพร้อมในการสู้ศึกสนามนายก อบจ. นายศรายุทธิ์ กล่าวว่า เราประกาศส่งผู้สมัครในนามพรรคไป 17 สนาม ในช่วงนี้เราก็เริ่มทยอยที่จะให้แกนนำลงพื้นที่กระจายไปในหลายจังหวัดที่เราส่งแล้ว

เมื่อถามต่อว่ามีความมั่นใจมากน้อยแค่ไหน นายศรายุทธิ์ กล่าวว่า ยังคงมั่นใจอยู่ว่าเราคงเอาชนะได้ในหลายจังหวัดที่เราตั้งเป้าไว้ และยังไม่เห็นว่ามีอุปสรรคอะไร

เมื่อถามว่าหลายสนามท้องถิ่นที่พรรคประชาชนส่งผู้สมัครยังเคยไม่ได้รับชัยชนะ ในสนามอบจ.ที่จะเลือกตั้งในวันที่ 1 ก.พ.นี้ จะต้องมีการปรับกลยุทธ์อะไรหรือไม่ นายศรายุทธิ์ กล่าวว่า มีปัจจัยที่แตกต่างกันในสองสนามที่เราแพ้ไป ไม่ว่าจะเป็นจ.อุดรธานี หรืออุบลราชธานี ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ และต้องยอมรับว่าใน จ.อุดรธานี พรรคเพื่อไทยแข็งแรงกว่าเรามาก ด้วยความที่เขาอยู่มานาน แม้เราจะทำได้ดีขึ้นมากแต่ก็ยังไม่สามารถเอาชนะได้

ส่วนใน จ.อุบลราชธานี เราก็ต้องยอมรับว่า ความพร้อมเราน้อยกว่าที่ จ.อุดรธานี เนื่องจากผู้สมัครของเรายังทำงานได้ไม่มากนัก ดังนั้น สนามหลังจากนี้ ตนเชื่อว่าในแต่ละพื้นที่เรามีเวลาเตรียมตัวพอสมควร ฉะนั้น ต้องแตกต่างกันอยู่แล้วจากความพร้อมของเรา

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน