ไฟเขียวยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อ.ยะหา “ภูมิธรรม” สั่งทบทวนยุทธศาสตร์ 20 ปี ไฟใต้ไม่ดับ เชื่อ ทักษิณ นั่งที่ปรึกษาปธ.อาเซียน ส่งผลดีแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้
เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 6 ม.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) ครั้งที่ 1/2568 ว่า มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยได้เห็นชอบให้ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ อ.ยะหา จ.ยะลา ออกจากพื้นที่ที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง
ทำให้เดิมมีการประกาศในพื้นที่ 33 อำเภอ ขณะนี้เหลือ 17 อำเภอ แต่วันนี้ได้มีการตั้งคำถามว่า ที่ทำอยู่เดินมาถูกทางแล้วหรือไม่ เพราะเกี่ยวพันกับการทำงานด้านอื่น ทั้งเรื่องความมั่นคงที่ยังเผชิญกับสถานการณ์ความรุนแรง ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ หากสามารถแก้ไขปัญหาได้ดีขึ้นก็เป็นผลบวก
แต่ตนได้ฝากเป็นคำถาม ซึ่งจะต้องได้คำตอบภายใน 1 เดือน คือ วิธีการและยุทธศาสตร์ในการทำงาน เพื่อกำหนดเป้าหมายทั้งหมดว่ามาถูกต้องและถูกทางแล้วหรือไม่ ซึ่งได้ให้โจทย์ไปหลายข้อ เพื่อให้กลับไปช่วยกันคิด เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นมากกว่า 20 ปีแล้ว แต่ไม่ได้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น หากไม่มีการทบทวนหรือประเมินก็จะเป็นอยู่แบบเดิม
โดยได้สั่งให้ไปดูยุทธศาสตร์การทำงานในพื้นที่ว่า ควรจะเป็นอย่างไร รวมถึงการตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนภาคใต้ เพราะตนได้ย้ำว่า ยุทธศาสตร์ต้องชัด จึงจะกำหนดยุทธวิธีในการขจัดปัญหา และกลุ่มบุคคลที่จะเข้ามาดำเนินการ
ซึ่งภายในเดือน ม.ค. นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รับปากจะไปดำเนินการหาข้อสรุป และได้บอกว่าไม่ต้องเกรงใจกัน อีกทั้งอยากให้ทางสมช. ได้ฟังหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ หากตรงไหนมีความลำบากใจที่จะพูดคุยก็ให้ส่งข้อมูลมาให้ตน หรือทางเลขาฯ สมช.ก็ได้ เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหา และทำให้มันดีขึ้น
เมื่อถามกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นที่ปรึกษาของประธานอาเซียน นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นายภูมิธรรม กล่าวว่า น่าจะเป็นผลดีต่อการแก้ไขปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เพราะมีเรื่องมาเลเซียเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ทางนายกรัฐมนตรีมาเลเซียก็ปรารถนาอยากทำให้พื้นที่ชายแดนของทั้ง 2 ประเทศสงบ และเป็นพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ ความมุ่งหวังที่ตรงกัน และมีนายทักษิณเป็นที่ปรึกษา น่าจะทำให้ไทยได้ผลประโยชน์ และเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น
เมื่อถามว่าทางการมาเลเซียจะเข้ามาสนับสนุนเรื่องการพูดคุยแก้ปัญหาในพื้นที่อย่างไรบ้าง นายภูมิธรรม กล่าวว่า มีท่าทีที่ดี แต่รายละเอียดไม่ขอพูดถึง ให้เป็นเรื่องของฝ่ายปฏิบัติ หากพูดอะไรมากไปจะเกิดความยากลำบากในการทำงาน
เมื่อถามว่าการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จะทำให้เกิดความลำบากหรือไม่ เพราะคนในพื้นที่รู้สึกไม่ดีกับพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่มีปัญหา ความลำบากคืองานของเรา หากกลัวความลำบากก็ไม่ต้องมาเป็นรัฐบาล
หากเราตั้งใจและทำให้เกิดความชัดเจน ทำในสิ่งที่คนส่วนใหญ่อยากได้ ทุกคนก็จะต้อนรับ เปรียบเสมือนการแย่งชิงมวลชน หากเรามองมวลชนคือเป้าหมายที่จะไปให้ประโยชน์ แต่หากมีฝ่ายคัดค้านต่อต้าน หรือทำร้าย เราก็ต้องระมัดระวังป้องกันคนของเรา แต่เป็นภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จ ก็ไม่กังวลใจอะไร
“หากตั้งยุทธศาสตร์ได้ และตกลงกันว่ายังคงเหมือนเดิม การจัดตั้งคณะพูดคุยก็เดินหน้า ซึ่งผมก็ย้ำว่าให้เสร็จ ผมไม่อยากให้เราเดินไปตามเกม หรือวิธีการของฝ่ายตรงข้าม ผมต้องการให้การเจรจาถูกคน ซึ่งหากถูกคนสถานการณ์ก็ต้องคลี่คลาย หากไม่ถูกตัวก็ต้องกลับมาทบทวน เพราะเรามีความตั้งใจที่จะทำให้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เดินไปข้างหน้าในทิศทางที่ดี” นายภูมิธรรม กล่าว