อดีตกกต. เตือนหาเสียงอย่าขี้โม้ ยกเคส ผู้ช่วยหาเสียงขี้นเวทีสั่งรมต.ไม่ทำมีปลดออก ชี้เปิดกม.เข้าข่ายใช้อิทธิพลคุกคาม โทษหนักเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20ปี
เมื่อวันที่ 7 ม.ค.2568 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า หาเสียง อย่าขี้โม้ การหาเสียงที่ขี้โม้ อาจเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เลือกตั้ง ทั้งเลือกตั้งสส. และเลือกตั้งท้องถิ่นได้ ไม่ว่าคนขี้โม้นั้นจะเป็นผู้สมัครเองหรือผู้ช่วยหาเสียงก็ตาม
ตัวอย่างเช่น มีไอ้ขี้โม้ขึ้นเวทีในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ว่าจะทำโน่นทำนี่ สั่งรัฐมนตรี สั่ง ครม. ให้ลดค่าไฟฟ้า ลดราคาน้ำมัน จะส่งกองกำลังไปทลายบ่อนนอกประเทศ รัฐมนตรีคนไหนไม่ทำงานจะปลดออก โม้ไปเรื่อย ทั้งๆที่ตัวเองเป็นแค่คนแก่ตกงาน อย่างนี้มีโอกาสเป็นความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งได้
พลิกไปดู กฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น มาตรา 65(5) เขาห้ามผู้สมัครและผู้ใด หลอกลวง ใช้อิทธิพลคุกคาม บังคับขู่เข็ญ ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครใด
“การขี้โม้ให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียง จัดเป็นหนึ่งในการหลอกลวง บทกำหนดโทษ อยู่ในมาตรา 126 วรรคสอง คือ จำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี ใครที่อยู่บนเวทีหาเสียงแล้วควบคุมตัวเองไม่ได้ โปรดระมัดระวังด้วย” นายสมชัย ระบุ