“อัจฉริยะ” หอบหลักฐาน-แผนที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยื่นกมธ.ความมั่นคง “โรม” เกาะติดใกล้ชิด ชี้เป็นวาระแห่งชาติ คาด คนไทยตกตึกที่กัมพูชา อาจพยายามหนี
เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2567 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทยยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังรับยื่นหนังสือ รูปภาพ และแผนที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บนตึก 25 ชั้น และ 18 ชั้น ในประเทศกัมพูชา จากนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม
โดยนายรังสิมันต์ กล่าวว่า กมธ.ได้ติดตามและให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องของคอลเซ็นเตอร์และทุนสีเทาต่างๆ ปัญหาคอลเซ็นเตอร์เป็นเรื่องใหญ่ ทำลายและเกิดผลกระทบต่อการท่องเที่ยวประเทศไทย และยังมีผลกระทบอื่นๆ เช่น การหลอกลวงเงินคนไทย ในปีหนึ่งมีตัวเลขที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกมูลค่าน่าจะทะลุ 100,000 ล้านบาท ตัวเลขที่เป็นทางการประมาณ 80,000 ล้านบาทแต่ตัวเลขจริงน่าจะมากกว่านั้น
เมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ มันคือวาระแห่งชาติที่ต้องดำเนินการ ซึ่งตนได้ติดตามในฐานะส่วนตัวและในฐานะ สส. รวมถึงในฐานะประธาน กมธ. พยายามทำทุกอย่าง เพื่อให้ขบวนการคอลเซ็นเตอร์ แก๊งข้ามชาติอ่อนแอที่สุด
“ลำพังกมธ.ไม่สามารถทำได้ ต้องพยายามร่วมมือกัน ทำให้รัฐบาลมีความเห็นที่ตรงกัน เพราะเรื่องนี้สำคัญควรจะทำอย่างจริงจัง รวมถึงบรรดามาเฟียสีเทาต่างๆ ซึ่งเมื่อวาน (8 ม.ค.) ก็มีผู้มายื่นร้องเรียนมาเฟียสีเทาชาวจีน ที่จ.ภูเก็ต ทางกมธ.จะต้องนำไปหารือ ยืนยันเรื่องนี้จะไม่ช้า เพราะให้ความสำคัญ เนื่องจากปัญหาคอลเซ็นเตอร์ไม่ได้มีเฉพาะฝั่งเมียนมา กัมพูชา แต่ยังมีที่คิงโรมันสามเหลี่ยมทองคำ” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า กรณีล่าสุดเมื่อวานนี้ก็มีคนไทยกระโดดตึกที่กัมพูชา เป็นตึกที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยชี้เป้าเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งตนได้รับข้อมูลมาจากฝ่ายความมั่นคงเช่นกัน ส่วนสาเหตุที่ตกตึกเป็นการกระโดดเองหรือถูกจับโยนจากตึกยังไม่มีข้อมูลเชิงลึกว่า สุดท้ายจะเป็นแบบใด
แต่ข้อมูลที่ตนเคยมีจากเหตุการณ์ในอดีต จะคล้ายกับนายอัจฉริยะออกมาพูดว่า ชั้นล่างของตึกเป็นเหล็กดัด ถ้าต้องการจะออกจากตึก วิธีการคือต้องกระโดด ซึ่งก่อนหน้านี้มีหลายเคสทั้งชาวจีนที่กระโดดออกมา แต่มีคนในท้องที่มาช่วย ทำให้สามารถหลบหนีจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาได้
ตนคิดว่ากรณีนี้เขาอาจจะพยายามหลบหนี แล้วกระโดด แต่ด้วยความสูงจึงอาจจะไม่โชคดีเหมือนรายอื่นๆ แต่ก็ไม่ตัดความเป็นไปได้ในการใช้ความรุนแรงต่างๆ รวมถึงการโยนออกมาจากตึก ซึ่งเรื่องนี้คงจะต้องมีการติดตามต่อไป