ทักษิณ มองโค้งสุดท้ายสนามอบจ. โวได้เกินครึ่ง ลั่นมีสิทธิ์ช่วยหาเสียง ไล่นักร้องไปทำมาหากินเถอะจะได้เจริญ เมิน ‘ธนาธร’ ปราศรัยเหน็บ ชี้การเมืองเหมือนกีฬา เมื่อแข่งจบก็ทำงานร่วมกัน
เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2568 ที่ จ.ลำพูน นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการหาเสียงโค้งสุดท้ายศึกการเลือกตั้งนายก อบจ. ภาพรวมเป็นอย่างไรว่า ดูดี พรรคเพื่อไทยน่าจะได้เกินครึ่งของที่ส่ง
เมื่อถามย้ำว่ามีการตรวจสอบคุณสมบัติของท่านว่าจะไม่สามารถเป็นผู้ช่วยหาเสียงได้ นายทักษิณ กล่าวว่า “ผมเป็นคนไทย ผมมีสิทธิ์ในความเป็นคนไทย และคุณสมบัติไม่น่ามีปัญหา ผมคุณสมบัติถูกต้อง”
เมื่อถามว่าหลายคนมองว่าอาจทำให้ผู้สมัครได้ใบแดง นายทักษิณ กล่าวว่า ตนมองว่าอย่าไปตีความ ประเทศจะไปอย่างไร หายใจก็ตีความ ประเทศต้องอยู่ด้วยกัน วัตถุประสงค์ทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้า อย่าไปใส่ใจ คนที่คิดจะตีความ คิดทั้งวัน หาเรื่องทั้งวัน งานการไม่มีทำ ไปทำมาหากินเถอะจะได้เจริญ
เมื่อถามถึงการปราศรัยว่าจะขอให้มือไม้มาช่วยทำงาน ซึ่งนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าคณะก้าวหน้า ออกมาบอกว่าไม่จำเป็นต้องขอมือไม้เพราะก่อนหน้านี้ก็มีคนของพรรคเพื่อไทยใน อบจ. นายทักษิณ กล่าวว่า ก็แล้วแต่ ซึ่งการหาเสียงต้องจูงใจให้ประชาชนเห็นด้วย เห็นคล้อย เป็นเรื่องธรรมดา การที่ต้องการมือไม้นั้น นี่คือรัฐบาลต้องการทำงานให้หยั่งลึกไปถึง ระดับชาวบ้าน การที่มีท้องถิ่นมาช่วยเป็นเรื่องที่ดี
จริงๆแล้วพรรคก้าวไกลในตอนนั้น ก็ประกาศว่าจะบุกท้องถิ่นอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งเขาคิดมาตั้งแต่ตอนนั้น แต่วันนี้เขาถอยแล้ว ตนไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ได้สนใจเรื่องท้องถิ่น แต่เรื่องท้องถิ่นเป็นเรื่องที่ใกล้ชิดกับประชาชน หากเชื่อมโยงระดับรัฐบาลกลางได้ จะทำเห็นปัญหาและการแก้ปัญหาของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อถามว่าการลงพื้นที่หาเสียงของแกนนำพรรคประชาชนอย่างหน้าดำคร่ำเครียด ทำให้กังวลหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา การเมืองก็เหมือนกีฬา เมื่อแข่งขันแล้วจบแล้วต้องทำงานร่วมกันเป็นเรื่องปกติ
เมื่อถามถึงวลีที่ว่า ถ้าอยากได้แบบเดิมให้เลือกแบบเดิม ถ้าคิดว่าแบบใหม่ดีกว่าก็ควรเลือกคนใหม่ มองอย่างไร นายทักษิณ กล่าวว่า ถ้าแบบเดิมยังดีอยู่ ก็ยิ่งต้องเลือกแบบเดิม แต่แบบใหม่ยังไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร เหมือนไปตายเอาดาบหน้า อะไรที่ดีอยู่แล้วก็ควรยึดต่อไป อะไรที่ไม่ดีก็เปลี่ยน เป็นเรื่องปกติ ไม่ดีก็ต้องเปลี่ยน ดีอยู่แล้วก็เลือกต่อ
เมื่อถามถึงการปราศรัยบนเวทีที่บอกว่าตรุษจีนต้องใส่เสื้อแดงกินส้ม ทำให้ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า พูดว่า “ส้มมีประโยชน์ต่อสุขภาพประชาชน ไม่เหมือนสตรอว์เบอร์รี่ที่บอกหวานฉ่ำ แต่พอซื้อไปแล้วเปรี้ยว” นายทักษิณ ยิ้มก่อนกล่าวว่า เป็นกิมมิคทางการเมือง อย่าซีเรียสกับมัน
เมื่อถามถึงการเลือกตั้งท้องถิ่น จะส่งผลการเลือกตั้งใหญ่หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยต้องทำฐานตัวเองให้แข็งขึ้น โดยเฉพาะฐานรากที่เคยเเข็งแล้วอาจจะหายไปช่วงตนไม่อยู่ ก็ต้องทำให้กลับมา เป็นเรื่องปกติของการแข่งขันทางการเมือง
เมื่อถามถึงกรณีนายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ตั้งคำถามถึงเหมาะสมที่พรรคเพื่อไทย ส่งนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ เพราะอาจยังมีข้อครหาเกี่ยวข้องกับคดีบอส อยู่วิทยา นายทักษิณ กล่าวว่า เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องหน้าที่การงาน