สภาฯ ถกกม.คุ้มครองแรงงาน สั่งกมธ.พิจารณาใหม่ ปมลาคลอด 120 วัน สามีช่วยเลี้ยงลูก 15 วัน นายจ้างต้องจ่ายเงินเดือน ชี้แต่ละหน่วยงานมีรูปแบบการจ้างต่างกัน

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 5 ก.พ. 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่) พ.ศ…. ซึ่งคณะกรรมาธิการ(วิสามัญ)พิจารณาเสร็จแล้ว โดยเป็นการพิจารณาในวาระ 2 และ3

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ สส.สตูล พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกมธ. รายงานว่า มีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติม 6 มาตรา จาก 7 มาตรา และได้เพิ่มมาตราขึ้นใหม่ 2 มาตรา

นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญ กมธ. ได้ปรับแก้ถ้อยคำบทนิยามส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ และเพิ่มความคุ้มครองให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 จำนวน 15 ประการเช่น สิทธิประโยชน์เกี่ยวกับเวลาทำงาน วันพัก วันหยุด วันลา และค่าตอบแทนการทำงานเป็นต้น นอกจากนั้น กมธ.ได้แก้ไขจำนวนวันลาคลอดจากเดิม 98 วัน เป็น 120 วัน เพื่อส่งเสริมการมีบุตร เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกจ้าง

นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อว่า ในมาตราที่กมธ.เพิ่มขึ้นมาใหม่ โดยกำหนดให้ลูกจ้างหญิงลาคลอด มีสิทธิ์ลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร ในกรณีที่บุตรมีภาวะเจ็บป่วยมีความผิดปกติหรือมีภาวะความพิการ และกมธ.เห็นควรเพิ่มสิทธิ์ให้ลูกจ้างลาเพื่อช่วยคู่สมรสซึ่งคลอดบุตรได้ไม่เกิน 15 วัน และเห็นควรปรับจำนวนวันจ่ายค่าจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ที่ลาคลอดบุตรด้วย

เนื่องจากมีการเพิ่มวันลาคลอดบุตรให้ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ และเห็นควรให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างหญิงซึ่งคลอดบุตร สามารถลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้อีก 15 วัน ในกรณีบุตรเจ็บป่วย โดยจ่ายเท่ากับจำนวนวันทำงาน ตลอดระยะเวลาที่ลาร้อยละ 50 ของค่าจ้าง รวมทั้งเห็นควรว่านายจ้างต้องจ่ายค่าตอบแทนให้กับลูกจ้างที่ใช้สิทธิ์ลาเพื่อช่วยคู่สมรสที่ลาคลอดบุตรเท่ากับค่าจ้างในวันทำงาน แต่ไม่เกิน 15 วัน

ทั้งนี้ การพิจารณามีข้อท้วงติงในมาตรา 3 ให้เพิ่มความในมาตรา 4/1 ที่ระบุว่าหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐได้ว่าจ้างบุคคลธรรมดา เพื่อปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างเหมาบริการหรือสัญญาในลักษณะเดียวกัน โดยมีการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับระยะเวลาการปฏิบัติงานปกติ เป็นรายวัน รายเดือน หรือระยะเวลาอื่น

นายวรศิษฎ์ กล่าวอีกว่า โดยที่ประชุมเห็นว่าแต่ละหน่วยงานมีรูปแบบการทำงานและการจ้างงานที่แตกต่างกัน และกลุ่มจ้างเหมาเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่ตกหล่นในการคุ้มครองแรงงานตามกฎหมาย ทำให้ในมาตราดังกล่าวมีความเห็นที่ยังไม่ตรงกัน

ทำให้นายภราดร ได้เสนอว่าให้กมธ.กลับไปพิจารณามาตรา 3 แล้วนำกลับมาเสนอที่ประชุมสภาฯ ในสัปดาห์หน้า ซึ่งทางกมธ.ยินดีรับไป และประธานสั่งปิดประชุมในเวลา 19.03 น.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน