โรม ซัดกลับ ‘หม่อง ชิตตู’ ถึงมีไทยเทา ก็ไม่ได้หมายความว่าตัวเองบริสุทธิ์ สาธยายวีรกรรมครบ เชื่อไม่ใช่แค่ผู้เช่า แต่เป็นหุ้นส่วน ‘เส่อ จื้อ เจียง’ สร้างชเวก๊กโก ยกนิ้วนับเจ้าหน้าที่ไทยเอี่ยวขบวนการ ลั่นใช้กี่มือดี บี้ภูมิธรรมชั่งน้ำหนัก ระหว่างค่าใช้จ่ายกับข้อมูลที่ได้มาอะไรคุ้มกว่า

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2568 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี หม่อง ชิตตู ออกมาตอบโต้ฝ่ายค้านไม่ได้ทำผิดกฎหมายว่า เรื่องนี้เป็นกลไกของฝ่ายบริหาร ฝ่ายค้านคงไม่มีอำนาจไปออกหมายจับ

หน้าที่เราคือให้ข้อเสนอแนะ คำแนะนำหรือข้อมูล ในการตรวจสอบ เราไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง ถึงแม้อยากจะทำก็ทำไม่ได้ ซึ่งคงเป็นความเข้าใจผิดของหม่อง ชิตตู แต่ส่วนที่ หม่อง ชิตตู จะเป็นคนเทาระดับไหน มันมีคำตอบอยู่ 2-3 อย่าง

อย่างแรกมีการถูกคว่ำบาตรจากหลายประเทศ ที่มีรักนี้ที่รักยุติธรรม และ มันไม่ใช่เป็นการคว่ำบาตรแบบมั่วซั่ว อย่างที่ 2 ข้อมูลทางฝ่ายความมั่นคงเองก็มี ที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ อย่างที่ 3 มีตัวละครที่เกี่ยวข้องกับหม่อง ชิตตู คือ เส่อ จื้อ เจียง ที่ถูกจับกุมอยู่ในประเทศไทย

นายรังสิมัน โรม กล่าวต่อว่า หม่อง ชิตตู ไม่ได้อยู่ในสถานะเป็นผู้เช่าเท่านั้น แต่เป็นหุ้นส่วน กับเส่อ จื้อ เจียง ทำชเวก๊กโก ขึ้นมา ซึ่งขณะนี้กลายเป็นแหล่งคอลเซ็นเตอร์ที่มีขนาดใหญ่มาก นับหมื่นไร่ มีผู้เกี่ยวข้องกว่าแสนคน

“ผมยืนยันว่า หม่อง ชิตตู เป็นอาชญากรรมรายสำคัญ ที่ประเทศไทยต้องจัดการ ทำไมหมายจับถึงออกมาช้าเหลือเกิน เรื่องนี้น่าเป็นห่วง ผมกลัวว่าสุดท้ายจะเป็นแค่การเล่นละคร ว่าจะออกหมายจับแล้ว แต่ไม่มีการออกหมายจับจริง ใช้กลไกตรงนี้ฟอกขาวหม่อง ชิตตู ซึ่งมีความสัมพันธ์กับหลายคน ในประเทศของเรา ซึ่งหลายคนที่ว่านี้ ก็มีอำนาจอิทธิพล ต่อสังคมไทยค่อนข้างเยอะ”

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า หม่อง ชิตตู มีธุรกิจหลายอย่าง ทางปั๊มน้ำมัน ผับบาร์ในแม่สอด มีบ้าน หากเรามีการดำเนินการในข้อหาค้ามนุษย์ มันจะมีการยึดทรัพย์ และเข้าข่ายข้อหาฟอกเงินได้ด้วย

ส่วนที่หม่อง ชิตตู พยายามโบ้ยว่าเป็นเพราะวีซ่าไทย และทางการไทยปล่อยให้มา นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ก็ใช่ ชัดเจนว่าเขาโยนมาให้ เป็นเรื่องของประเทศไทย แต่ความเทา ความดาร์ค ความสกปรก หม่อง ชิตตู โยนมาให้ประเทศไทย เขาถือเป็นความหละหลวมของประเทศไทยเอง

“สิ่งที่หม่อง ชิตตู พูดมาไม่ผิด ผมยอมรับประเทศไทยมีปัญหาเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย คอร์รัปชั่น แต่ไม่ได้หมายความว่า หม่อง ชิตตู เป็นคนที่สะอาด บริสุทธิ์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทาเลย เรื่องนี้คงต้องดำเนินการไปพร้อมกัน ผมยืนยันว่าหน่วยงานของรัฐมีข้อมูล แต่อยู่ที่ว่าจะขยายผลหรือไม่”

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าหม่อง ชิตตู ไม่ยอมโดนจับคนเดียวแน่ และเรื่องนี้อาจจะเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การออกหมายจับล่าช้า

เมื่อถามว่ามีเจ้าหน้าที่ไทยที่หม่อง ชิตตู จะซักทอดกี่คน นายรังสิมันต์ ยกมือขึ้นมาพร้อมกล่าวว่า “จะรับหมดไหม ผมว่าคิดว่าเยอะ เพราะอยู่กันมาหลายปี และไม่ใช่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง จ่ายกันเยอะมาก เท่าที่ทราบยังมีการลักลอบขนแก๊ส ขนน้ำมัน”

เมื่อถามว่านายหลิว จงอี ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงและสาธารณะ สาธารณรัฐประชาชนจีน จะนำเครื่องบินมารับคนจีนกลับ มาตรการคัดกรองฝั่งไทย จะรองรับได้หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องนี้อยากถามนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.กลาโหม อยู่พอดี ยอมรับเมื่อเหยื่อส่งมาที่ไทย มันมีค่าใช้จ่ายเยอะ ซึ่งต้องมีสถานที่ อาหารและการดูแลรองรับ

แต่ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ แลกกับการที่เราจะขยายผลได้ว่า ทุนจีนเทามีชื่ออะไรบ้าง องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติทำงานอย่างไร รวมไปถึงไทยเทา ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์หรือไม่ ตนคิดว่าการเอาพวกเขา มาคัดแยกเหยื่อ มีความจำเป็น ถ้าเราปล่อยให้เขากลับประเทศไป และประเทศต้นทางไม่ดำเนินการอะไร แล้ววันข้างหน้าเขากลับมาก่ออาชญากรรมอีกครั้ง จะคุ้มหรือไม่ ใครจะรับผิดชอบ

นี่เป็นสิ่งสำคัญที่นายภูมิธรรม ต้องให้ความสนใจกับสังคม ตนทราบดีว่ามันต้องใช้ทรัพยากร แต่วันนี้เราต้องมีข้อมูล ตำรวจต้องรู้ สมช.ต้องรู้ ถ้าเราไม่รู้เรื่องนี้ แสดงว่าเรากำลังปล่อยให้มีอาชญากร และรอวันให้เขากลับมาทำผิดอีก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน