นายกฯ อิ๊งค์ ดัน มหาสงกรานต์ เป็นเทศกาลฤดูร้อน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ ดึงจีดีพีประเทศขยับขึ้น หนุนเที่ยว 12 เดือน ลั่น คนไทยคือซอฟต์พาวเวอร์
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 ก.พ. 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานงานแถลงข่าว Thailand Summer Festivals 2025
โดยมีนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา น.ส.สุดาวัลย์ หวังศุภกิจโกศล รมว.วัฒนธรรม น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย นางนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมนำเสนอแผนประชาสัมพันธ์เทศกาลสงกรานต์ ที่จะโชว์เสน่ห์ความเป็นไทย ประเพณีไทย
โดยจะจัดกิจกรรมแสดงศิลปวัฒนธรรม และการแสดงร่วมสมัย ลานสงกรานต์ 5 ภาค แสดงอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ ได้แก่ จ.เชียงใหม่, ถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น, พัทยาโอลด์ ทาวน์ จ.ชลบุรี, สมุทรปราการ แสดงวิถีชีวิตชุมชนมอญ, จ.นครศรีธรรมราช ประเพณีแห่นางดาน, การแสดงโดรน การแสดงดนตรี และขบวนพาเหรด ตามโครงการ Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year
น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า การท่องเที่ยวเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แค่การท่องเที่ยวกระตุ้นจีดีพีถึง 14% และสามารถขยายตัวและเพิ่มศักยภาพได้อีกไกล สร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมากในอนาคต เราอยากให้ไทยเป็นประเทศเที่ยวได้ทั้ง 12 เดือน ทุกจังหวัดมีความสำคัญ มีประเพณี ความเชื่อ มีสิ่งที่ทำต่อกันมาอย่างยาวนาน มีความพิเศษในทุกจังหวัด
รัฐบาลพยาบาลนำเรื่องเหล่านั้นมาเพื่อให้ชาวต่างชาติเข้าใจ และท่องเที่ยวในประเทศไทยครบทุกภาคทุกจังหวัด ดังนั้น ทั้ง 12 เดือนอยากให้เป็นทุกเดือนที่ท่องเที่ยวได้ ไม่ต้องมีโลว์ซีซั่น หรือมีราคาโรงแรมที่ตกมากเกินไป เป็นสิ่งที่รัฐบาลอยากผลักดัน และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เสนอ 7 เดือน ที่จะมีการท่องเที่ยวได้ทั่ว เพื่อให้ทราบว่าจังหวัดต่างๆ น่าเที่ยว และสามารถทำแผนเดินทางท่องเที่ยวได้
นายกฯ กล่าวว่า เมื่อได้ตรวจราชการในหลายพื้นที่ หลายจังหวัดที่ไม่เคยไป ได้รู้ว่าไม่ใช่คนไทยอยากเที่ยวแค่เฉพาะเมืองหลัก แต่เมืองรองยังมีสิ่งที่น่าเที่ยว มีอาหารและสิ่งที่น่าทดลอง การลงพื้นที่ทุกครั้งได้ประสบการณ์ที่ดี และมีความสะดวกในการทำงาน เห็นได้ว่าประเทศไทยมีเสน่ห์
ที่ผ่านมาเปิดตัวเทศกาลฤดูหนาวไปแล้ว ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาของซัมเมอร์หรือเทศกาลฤดูร้อน จึงร้อยเรียงเทศกาลต่างๆ ไว้ด้วยกัน และพยายามบอกว่าในแต่ละเดือนมีอะไรบ้าง โดยเทศกาลของฤดูร้อนคือ สงกรานต์ ซึ่งเป็นเทศกาลที่ทุกคนทั่วโลกรู้จัก และไม่ต้องอธิบายเยอะว่าเมื่อมาท่องเที่ยวประเทศไทย จะมีกิจกรรมสาดน้ำที่สนุกสนานและต่างชาตินิยมมาก
เราจึงต้องพยายามเพิ่มรายได้ตรงนี้ จากปกติเดือนเม.ย. เทศกาลสงกรานต์อย่างเดียว นักท่องเที่ยวมาถึง 1.5 ล้านคน เพิ่มจากปี 2566 ถึง 40% ดังนั้น ถ้าเราประชาสัมพันธ์อย่างเป็นรูปแบบ และใส่กิจกรรมเพิ่มเติม เชื่อว่าปีนี้ตัวเลขงานสงกรานต์ของไทยต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
ขณะนี้เพิ่งจะต้นปี เมื่อตัวเลขเพิ่มขึ้นจึงเป็นกำลังสำคัญทำให้จีดีพีขยับขึ้นด้วย และเศรษฐกิจถูกกระตุ้น อาหารพื้นถิ่นก็จะถูกกระตุ้นด้วย รายได้ก็จะหมุนเวียนกลับมาในประเทศไทยให้กับคนไทย
นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้สูงให้กิจกรรมน่าสนใจ และปลอดภัยมากขึ้น โดยจะเพิ่มความพิเศษเรื่องความปลอดภัยเข้าไป โดยได้รับความร่วมมือจากทั้งตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมมือด้วยดี และยังมีอาสาสมัครต่างชาติที่จะเข้ามาดูแลนักท่องเที่ยวทุกคน
นอกจากนั้น ก่อนช่วงโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวประมาณ 38-39 ล้านคน วันนี้กลับมาถึง 36 ล้านคน และจะพยายามดันตัวเลขเข้าไปให้เท่ากับสถานการณ์โควิด-19 ให้ได้ และในแต่ละจังหวัดทราบว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวเกินจากเมื่อช่วงโควิดไปแล้ว
ภาพรวมทั่วประเทศถือว่ามีความหวังแน่นอน ทุกจังหวัดทราบว่ารัฐบาลสนับสนุนซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่งทุกจังหวัดก็มี ตรงนี้ทำให้เกิดความเชื่อมั่นและกำลังใจให้กับพี่น้องทุกจังหวัดว่า เราสามารถนำเสนอความพิเศษของจังหวัดเราได้ ขอส่งกำลังใจและเชียร์ให้ทุกจังหวัดจัดงานให้พิเศษขึ้นในทุกปี เพื่อเป็นแรงดึงดูด
“คนไทยคือซอฟต์พาวเวอร์ที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย การที่ชาวต่างชาติกลับมาประเทศไทยเรื่อยๆ เพราะคนไทยน่ารัก มีไมตรี มีน้ำใจ พึ่งพากันและกันได้ สามารถช่วยเหลือนักท่องเที่ยวได้ ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่า มีความสุขมากเมื่ออยู่ที่ประเทศไทย
ส่วนรัฐบาลจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับภาคเอกชน จึงขอให้ประชาชนเป็นเจ้าบ้านที่น่าประทับใจ ให้ปีนี้ชาวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยว ประทับใจตัวคนไทยและประเทศไทย เพื่อพัฒนาประเทศไทยไปพร้อมกัน และกระตุ้นเศรษฐกิจ มั่นใจว่าสงกรานต์ปีนี้จะไม่เหมือนทุกปี และพิเศษกว่าทุกปีแน่นอน ขอให้รอดูว่าปีนี้จะจัดงานยิ่งใหญ่กว่าทุกปี” นายกฯ กล่าว