นครราชสีมา มารุต บุก กกต. ยื่นคัดค้าน รับรอง “มาดามหน่อย” นายก อบจ.โคราช เหตุสอบโอนงบฯ 23 ล้าน โดยมิชอบ ข้อร้องเรียนมีมูล ซัดกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นขัด คดียังค้าง-สอบสวนอยู่

26 ก.พ. 68 – ผู้สื่อข่าวรายง่านว่า ภายหลังจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศรับรอง นางยลดา หวังศุภกิจโกศล หรือ “มาดามหน่อย” พรรคเพื่อไทย เป็นนายก อบจ.นครราชสีมา อีกสมัย

หลังชนะการเลือกตั้งเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ด้วยคะแนนถล่มทลาย 621,822 คะแนน ทิ้งห่างคู่แข่ง 3 ราย พร้อมกันนี้ กกต.ยังรับรองผล ส.อบจ.นครราชสีมา ครบทั้ง 48 เขต 32 อำเภอ ตั้งแต่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด นายมารุต ชุ่มขุนทด อดีตผู้สมัครนายก อบจ.นครราชสีมา หมายเลข 3 พร้อมด้วย นายสุนทร แพงไพรี ผู้ร้องเรียน ได้เดินทางมาที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดนครราชสีมา เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งนายก อบจ. และ ส.อบจ.นครราชสีมา โดยมีนายไพฑูรณ์ ถนัดหมอ รอง ผอ.กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมา รับเรื่องไว้แทน นายสุรพงษ์ ทิพย์โอสถ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมา ที่ติดภารกิจต่างจังหวัด

นายสุนทร กล่าวว่า จากกรณีที่เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 68 ตนเองได้ยื่นหนังสือให้ กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมา ตรวจสอบ นางยลดา ผู้สมัครนายก อบจ.นครราชสีมา หมายเลข 2 พรรคเพื่อไทย และพวกอีก 35 คน ที่เป็น ส.อบจ. กรณีมีการโอนงบประมาณ จำนวน 23 ล้านบาทโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ซึ่งขณะนี้ชุดสอบสวน กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมา อยู่ระหว่างเรียกผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด มาสอบสวน เนื่องจากข้อร้องเรียนมีมูล และทางพนักงานสอบสวนของ กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมา ยังไม่ได้สรุปสำนวนส่งไปให้ กกต.ส่วนกลางเลย เนื่องจากต้องเรียกสอบสวนผู้ถูกร้องเรียนจำนวนมาก

แต่ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 68 กกต.ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง นายก อบจ.นครราชสีมา และ ส.อบจ.นครราชสีมา ไปครบแล้ว ซึ่งการประกาศรับรองผลครั้งนี้ ขัดต่อ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2566 มาตรา 17 ที่กำหนดไว้ว่า

“ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด ตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผลการเลือกตั้งนั้นเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ให้ประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 30 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง ในกรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ไม่ว่าจะมีผู้ร้องเรียนกล่าวโทษหรือไม่ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวนให้แล้วเสร็จและประกาศผลการเลือกตั้ง หรือจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือดำเนินการอื่นที่จำเป็น แล้วแต่กรณีโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่า 60 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง”

ดังนั้นตนเองจึงอยากทราบว่า กกต.ใช้หลักการใดในการประกาศรับรองผล เพราะถ้ายึดตามข้อกฎหมายนี้ จะไม่สามารถประกาศรับรองผลได้เลย

ด้านนายมารุต กล่าวว่า ตนเองในฐานะเป็น อดีตผู้สมัคร นายก อบจ.นครราชสีมา หมายเลข 3 ซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง เมื่อทราบข่าวว่าทาง ก.ก.ต.ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง นายก อบจ.และ ส.อบจ.นครราชสีมา ไปครบทุกคนแล้ว เมื่อวันที่ 25 ก.พ.68 ที่ผ่านมา ทั้งที่ยังมีเรื่องร้องเรียนซึ่งอยู่ระหว่างสอบสวนไต่สวนอยู่ จึงได้เดินทางมาทวงถามหาความยุติธรรม

เนื่องจากกระบวนการประกาศรับรองผลไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ถึงแม้ว่าอำนาจของ ก.ก.ต.จะสามารถแจกใบเหลืองหรือใบแดงในภายหลังได้ แต่กรณีนี้ขัดต่อ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2566 มาตรา 17 อย่างชัดเจนอยู่แล้ว

อีกทั้ง กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมา ส่งเรื่องร้องเรียนให้ กกต.ส่วนกลางทราบอย่างต่อเนื่อง แต่เหตุใด กกต. ยังฝืนประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอีก ซึ่ง กกต. ต้องออกมาชี้แจงให้ประชาชนหายสงสัยก่อน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องของโคราชอย่างเดียว แต่จะมีผลต่อการใช้อำนาจหน้าที่ของ กกต.ต่อไปในอนาคตอีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน