บิ๊กเกรียง เปิดใจ ไม่กังวล คดีฮั้วเลือกสว. พร้อมถูกตรวจสอบ ชี้ถ้าแบบนี้เรียกฮั้ว ทุกการเลือกตั้งในไทยมีปัญหาหมด ยัน ไม่เคยปะทะกับ ‘พี่ทวี’ ข้องใจ อนุฯ กลั่นกรองดีเอสไอ ประชุมหลังบอร์ดใหญ่พิจารณา แปลกหรือไม่
วันที่ 5 มี.ค. 2568 พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ให้สัมภาษณ์ข่าวสด และเครือมติชน เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่รองประธานวุฒิสภา แตกต่างจากเดิมที่เคยทำหน้าที่แม่ทัพภาค 4 มากน้อยแค่ไหนว่า บทบาทหน้าที่ย่อมแตกต่างกัน แต่ยังคงต้องรับผิดชอบต่อเนื้องาน
ในฐานะที่เคยอยู่ในกองทัพ ความเป็นเอกภาพในเรื่องการตกลงใจ ซึ่งกระบวนการตกลงใจของผู้บังคับบัญชาในกองทัพ ไม่ใช่อยู่ที่ผู้บังคับบัญชาคนเดียว เพราะมีหลายฝ่าย เวลาจะทำภารกิจใด เราจะต้องสอบถามกันเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ
ขณะที่การดูแล สว. มีความคิด ความหลากหลาย ทั้งเรื่องที่มาที่ไป เราไม่สามารถบังคับบัญชา ซึ่งทุกคนมีศักยภาพในการเป็น สว. เท่าเทียมกัน มีอำนาจหน้าที่ที่ใกล้เคียงกัน แต่เวลาผมทำหน้าที่รองประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เรามีหน้าที่ทำให้การประชุมเป็นไปตามข้อบังคับ เกิดความสงบเรียบร้อย รับความเห็นจาก สว.ทุกคน ที่ส่งผ่านไปยังรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้อง

เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่ถูกเรียกว่า กลุ่มสว.สีน้ำเงิน พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า มันมีกี่กลุ่มล่ะ จริงๆ ผมไม่คิดว่าจะเป็นสว.สีน้ำเงิน หรือสว.กลุ่มใดก็แล้วแต่ เรามาตามกระบวนการของรัฐธรรมนูญปี 60 ส่วนความเป็นกลุ่มเป็นก้อนเกิดจากการที่เราพูดคุยกัน ความคิดเห็นตรงกัน
อย่างไรก็ตามในระบบประชาธิปไตย ความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่เมื่อเราอยู่ร่วมกัน กฎกติกาข้อตกลงของคนส่วนใหญ่จะนำไปสู่การปฏิบัติ แต่เราก็ไม่ละเลยเพิกเฉยที่จะฟังเสียงท้วงติง ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะของคนส่วนน้อย นี่คือหลักประชาธิปไตย เด็กๆ ทั่วไปรู้ แต่ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่รู้แต่ทำเป็นไม่รู้ รู้แต่ทำเป็นไม่เข้าใจ
เมื่อถามว่าสาเหตุเพราะสว.ส่วนหนึ่งใกล้ชิดนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จึงถูกเรียกว่า สว.สีน้ำเงิน หรือไม่ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ไม่เกี่ยว ผมคนเดียวที่สนิทกับนายอนุทิน เพราะเป็นเพื่อนร่วมรุ่น วปอ.61 และมีข้อผูกพันกับท่าน เพราะตอนที่ผมประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตก นายอนุทินก็บินไปหาผมทันทีด้วยความห่วงใย นี่คือความเป็นเพื่อน ไม่ได้มีความลึกซึ้งทางพรรคการเมือง เพราะผมไม่เคยสังกัดพรรคการเมือง

เมื่อถามกรณีกลุ่มสว.สำรอง ยื่นร้องเรียนการเลือกสว. ไม่สุจริต มองการเคลื่อนไหวนี้อย่างไร พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ไม่เป็นไร เป็นสิทธิของเขา หากเขาพบเห็นในสิ่งที่คิดว่าไม่ถูกต้อง ไม่เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย เขาก็มีสิทธิที่จะร้องเรียน
เมื่อถามว่ามองว่ามีนัยยะอะไรหรือไม่ ในการเคลื่อนไหวเรื่องนี้ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ผมคิดว่าเหมือนกันทุกกลุ่ม ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ ในกระบวนการการเลือกตั้งเขากำหนดให้เราทำอย่างไรได้บ้าง มันก็ทำกันทุกคน โดยในการเลือก สว. จะมีหนังสือแนะนำตัว สว.3 ตั้งแต่ระดับอำเภอก็มีการให้ดูกัน เพื่อพูดคุยกัน หาเสียงกัน เป็นปกติธรรมดาที่จะต้องพูดคุยกันในระหว่างการเลือก สว.
เมื่อถามว่าในฐานะที่ผ่านกระบวนการเลือกสว.มา มองว่ามีปัญหาหรือไม่ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า อยู่ที่มุมมอง ซึ่งผมคิดว่าไม่ใช่ประเด็นปัญหา หากเป็นปัญหาจริงๆ ทุกการเลือกตั้งในประเทศไทยมีปัญหาหมด เช่น การเลือกตั้งซ่อมสส. พรรคที่เป็นพันธมิตรกันก็รู้แล้วว่า พรรคไหนสมควรที่จะส่งผู้สมัคร ถ้าส่งไปคู่กันอาจจะเกิดการแข่งขัน เป็นการตัดคะแนนกัน แบบนี้เรียกฮั้วหรือไม่
เมื่อถามว่าตอนนั้นพบเห็นเหตุการณ์ใดผิดปกติหรือไม่ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ไม่มีอะไรผิดปกติ ผมก็โทรศัพท์คุยกับคนนั้นคนนี้ อย่างผมอาจได้เปรียบหน่อย เพราะสังคมยังไม่ลืม เนื่องจากเป็นอดีตแม่ทัพภาค 4 และเฮลิคอปเตอร์ตก เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และมาเป็นประธานคณะที่ปรึกษาของนายอนุทิน เมื่อหนังสือแนะนำตัว สว.3 ถูกแจกจ่ายไป ก็มีคนโทรมาถาม ขอเสียงกัน เป็นเรื่องปกติ ซึ่งเขาเปิดให้ทำได้

เมื่อถามว่าดีเอสไอเข้ามาตรวจสอบคดีฮั้วสว. และใช้ข้อกล่าวหาอั้งยี่ซ่องโจร พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ไม่เป็นไร ถ้าเป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย เราไม่ว่ากัน แต่ดีเอสไอมีอำนาจและหน้าที่หรือไม่ ต้องมาดู เรื่องนี้ดีเอสไอไม่ได้กล่าวหาผมโดยตรง แต่กล่าวหาสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งรับรู้โดยทั่วไป
โดยผมทำหน้าที่ดูแลปกป้องอธิปไตยของชาติมา ทั้งฝั่งมาเลเซียและเมียนมา ปะทะมาตั้งแต่เป็นผู้บังคับหมวด ผู้บังคับกองร้อย จนมาถึงแม่ทัพ สุดท้ายถ้าผมโดนตั้งข้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร ก็คิดว่าอย่างผมนี่หรือ
เมื่อถามว่าแสดงว่าข้อกล่าวหานี้แรงไป พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่หรอกครับ เรื่องข้อกล่าวหาก็เป็นเรื่องปกติ ก็ต้องพิสูจน์กันไป
เมื่อถามถึงเรื่องเอกสารหลุด เป็นรายชื่อพยาน 1,200 ราย ที่ดีเอสไอจะเรียกสอบเป็นพยาน พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ไม่ทราบ เรื่องเอกสารหลุดเป็นเอกสารลับ หน่วยงานต้องรับผิดชอบ แต่มองว่าเป็นเรื่องปกติที่ต้องเรียกสอบพยาน ไปถึงใครก็ต้องสอบ แต่เอกสารลับไม่ควรหลุดจากหน่วยงาน แต่จะหลุดจากไหนผมก็ไม่รู้
แต่วิญญูชนทั่วไปก็ต้องรู้ว่าปล่อยให้หลุดมาได้อย่างไร ในเมื่อเป็นเอกสารลับ และใครควรเข้าถึงชั้นความลับบ้าง เพราะราชการกำหนดว่า ใครหรือเจ้าหน้าที่ หรือผู้ใดสามารถเข้าถึงชั้นความลับได้ แต่ส่วนตัวไม่กังวล เป็นเรื่องปกติธรรมดา ให้ทำหน้าที่ก็ทำ ถึงเวลาเราไม่ได้ทำหน้าที่ เราก็ต้องหยุดทำหน้าที่
“ผมพร้อมถูกตรวจสอบ ตามกระบวนการตามกฎหมาย ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เรายอมรับอยู่” พล.อ.เกรียงไกร กล่าว

เมื่อถามว่าอนุกรรมการกลั่นกรองของดีเอสไอ มีความเห็นให้รับคดีฮั้วสว.เป็นคดีพิเศษ และส่งเรื่องเข้าบอร์ดคดีพิเศษ หากสุดท้ายบอร์ดคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษจริง สว.จะเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ไม่เป็นไร ก็เดินหน้ากันต่อไป แต่ถามว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้น ทำไมอนุกรรมการกลั่นกรองของดีเอสไอมาประชุมหลังจากบอร์ดใหญ่พิจารณา แปลกไหม เพราะปกติอนุกรรมการควรต้องประชุมกันก่อนและส่งให้บอร์ดใหญ่พิจารณา ให้กรรมการคดีพิเศษพิจารณา
แต่วันนี้คดีนี้ขึ้นไปสู่กรรมการคดีพิเศษก่อน เมื่อตกลงกันไม่ได้ แล้วถึงให้อนุกรรมการพิจารณา มันแปลกๆ ไหม แต่ผมก็ไม่รู้ อาจเป็นธรรมเนียมของดีเอสไอก็ได้ เพราะผมเคยผ่านชีวิตรับราชการทหารมา ไม่เคยเป็นแบบนี้ แม้กระทั่งในวุฒิสภาเหมือนกัน กรรมาธิการ (กมธ.) ต้องให้อนุกมธ.ไปศึกษาก่อน และอนุกมธ.คณะนั้นจะมารายการให้กมธ. ถึงจะพิจารณาในองค์รวมของประเด็นต่างๆ
เมื่อถามย้ำว่าถ้าดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ สว.จะโต้กลับอย่างไรหรือไม่ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นนั้น เรื่องยังไม่เกิดยังไม่คิด
เมื่อถามว่าพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ยืนยันเรื่องจะจบในวันที่ 6 ม.ค.นี้ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ไม่เป็นไร ทุกคนมีสิทธิคิดกัน ถ้าเป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย
เมื่อถามถึงเหตุผลที่ สว. เข้าชื่อ เพื่อยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.สอบ พ.ต.อ.ทวี และอธิบดีดีเอสไอ จริงๆ มีเหตุผลอะไร พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ถ้าเป็นเหตุผลของสว. เขามีสิทธิจะต้องทำ ผมอยู่ในฐานะรองประธานวุฒิสภา แต่ได้ยินเพื่อน สว. มาปรารภกัน ในฐานะผมเป็นรองประธานวุฒิสภาก็ให้คำแนะนำไปว่า เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละคน ถ้าคิดอย่างไรก็ทำไป
เมื่อถามว่ามีการมองว่าการร้องของ สว. เพื่อหวังให้มีการยุติการสอบคดีฮั้วสว. พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ผมว่าไม่ใช่ประเด็น ต้องไปถามความคิดของสว. แต่ได้ยินสว.บ่นกัน ทำไมเขาทำแบบนี้ เราก็บอกไปว่าเป็นไปตามกระบวนการและขั้นตอนของเขา ไม่ต้องหวั่นไหวถ้าเราดำเนินการตามตัวบทกฎหมาย

เมื่อถามว่าคิดว่าเป็นการเอาคืนกันในเกมการเมืองหรือไม่ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ไม่ทราบ ผมไม่ขอวิเคราะห์ วิเคราะห์ไปก็เอาไปขยายกันใหญ่โตอีก ประมาณว่า พล.อ. ปะทะ พ.ต.อ. ยืนยันไม่ได้ปะทะ เพราะผมไม่เคยปะทะกับพี่ทวี ท่านเป็นผู้มีองค์ความรู้ และดีกันอยู่ แม้ผมจะไม่ค่อยได้พูดคุยกับพ.ต.อ.ทวี แต่ก็นับถือกันอยู่
เมื่อถามว่าที่ท่านพูดว่าอยากให้มาช่วยซัพพอร์ตผู้ชายคนนี้หน่อย หมายถึงอะไร พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า “นักข่าวมาหลอกผม ให้ช่วยทำคอนเทนต์ โดยไม่เคยเห็นคอนเทนต์นี้ แต่ก็นึกแล้วว่าต้องเป็นคอนเทนต์ แต่น้องนักข่าวน่ารัก ให้ผมทำอะไรก็ทำไป ก็น่ารัก”
เมื่อถามว่าคนก็เลยมองว่าไม่ได้กังวลเรื่องคดีฮั้วสว.เลย พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า อย่าไปกังวลมากนัก อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ปฏิจจสมุปบาท ต้องมีเหตุและผล
เมื่อถามว่าแล้วอยากให้ใครมาซัพพอร์ตหรือเปล่า พล.อ.เกรียงไกร กล่าวและหัวเราะว่า “ใครก็ได้ แต่ไม่มีเรื่องอะไรต้องมาซัพพอร์ต”
เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ระบุต้องการให้ สว.แตกกัน เพื่อต้องการจะช้อน สว.บางกลุ่มเข้ามาในกลุ่มตัวเอง จริงหรือไม่ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า เพิ่งได้ยินจากนักข่าวว่า มีคนส่วนหนึ่งให้ สว.สีน้ำเงิน แตกแยกจากกัน และจะช้อนไปอยู่ฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ ก็ได้ยินจากนักข่าวเท่านั้น ที่จริงเรื่องแบบนี้ตอนเป็นทหารไม่เคยเจอ ดังนั้นต้องใช้วิจารณญาณ
“สว. เรื่องของการเป็นกลุ่มก้อนถือเป็นเรื่องปกติ ธรรมดา ถามว่านักการเมืองก็มีเป็นกลุ่มก้อน เห็นไปในทิศทางเดียวกันเช่นกัน” พล.อ.เกรียงไกร กล่าว
เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ สว.ชุดนี้จะอยู่ครบเทอม พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ไม่เป็นไร จะครบหรือไม่ครบ เราก็ทำหน้าที่ เท่าที่โอกาสมี