“ทนายอั๋น” ร้องตำรวจสอบ สว. ใช้เวทีสภาผิดวัตถุประสงค์ ฟอกขาว-แทรกแซง ป.ป.ช. อาจเข้าข่ายผิด ม.157
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 มี.ค.2568 ที่สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพื่อให้ตำรวจดำเนินคดีกับกลุ่ม สว.สายสีน้ำเงิน หลังจากวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา มีกลุ่มคณะสว. ยื่นหนังสือต่อประธานวุฒิสภา ให้ส่งเรื่องต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรณีกล่าวหาการฮั้วเลือก สว.
ทนายอั๋น กล่าวว่า วันนี้มายื่นหนังสือเพื่อนำสู่การตรวจสอบข้อเท็จจริงที่จะให้พิจารณาว่าพฤติการณ์ของบุคคลดังกล่าวเข้าหลักเกณฑ์เป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่ ตนเคยเขียนไว้ว่า สว.ใช้วิธีของสภาผิดวัตถุประสงค์ พี่น้องประชาชนให้สว.มาทำหน้าที่เป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล การคัดสรรบุคคลผู้มาดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ แต่ 3-4 วันที่ผ่านมา สว.กลุ่มนี้ใช้เวทีสภาในการฟอกขาวให้ตัวเอง และใช้วิธีการกดดันไปแทรกแซงการทำงานของ ป.ป.ช. ถือเป็นการขู่เข็ญป.ป.ช.หรือไม่อย่างไร
” เมื่อพฤติการณ์เป็นอย่างนี้ตนมองว่าน่าจะเข้าข่าย น่าจะเป็นความผิดตามมาตรา 157 คือเป็นเจ้าพนักงานหรือมีพฤติกรรมโดยไม่ชอบ วันนี้จึงขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การดำเนินการตามกฎหมาย กับ สว. กลุ่มที่ลงชื่อเอาผิด รมว.ยุติธรรม และอธิบดีดีเอสไอทั้งหมดต่อไป ”
ทนายอั๋น กล่าวต่อว่า เท่าที่ตนดูแล้ว สว.ชุดนี้ 2 น่าจะมาไม่ชอบด้วยกฎหมาย กับส่วนที่ 2 เมื่อปฏิบัติหน้าที่แล้วก็ไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนโดยตรง โดยเฉพาะ 3-4 วันที่ผ่านมาเห็นได้ชัดเจนว่า มีเรื่องความ ทุกข์ยากของประชาชนมหาศาล แต่ สว.กลุ่มนี้กลับไม่นำพาประเด็นปัญหาสังคมเหล่านี้เข้าไปพูดเพื่อช่วยเหลือ เสียงบประมาณหลวงไม่ว่าจะเป็นค่าแอร์ค่าไฟค่าเบี้ยเลี้ยงค่าอะไรต่างๆ ให้ สว.กลุ่มนี้มาเปิดแอร์เย็นๆแล้วก็ออกมาซักฟอกให้ตัวเอง จนเหมือนเป็นพวกที่มาทำลายกระบวนการยุติธรรม ทั้งๆที่หากจะมีการตรวจสอบแล้ว สว.กลุ่มนี้จะกลัวอะไร ถ้าไม่ได้ทำผิด
“หน้าที่ของพวกคุณตอนนี้สังคมเขาอยากดู เขาอยากเห็นว่ารายชื่อคนพันกว่าคนที่อยู่ในโพยที่หลุดออกมา หลุดออกมาได้ยังไงและไม่เกี่ยวข้องอย่างไร น่าจะนำเสนอให้เห็นอย่างนั้น แต่กลับมีความพยายามที่จะหนีการตรวจสอบเพียงอย่างเดียว เพราะเรื่องนี้มีการฮั้วกันมาตั้งแต่ระดับอำเภอ โดยอสม.ซึ่งเป็นตาสีตาสาถูกนำมาเป็นหมากเป็นเบี้ยให้พวก สว.ชุดนี้เข้ามานั่งในวุฒิสภาจนทำให้สังคมจับตามอง แทนที่สว.กลุ่มนี้จะแก้ต่างให้ตัวเอง
กลับใช้วิธีการทำยังไงก็ได้บังคับขู่เข็ญหรือพูดเพื่อให้ตัวเองไม่ต้องเข้าสู่การตรวจสอบในชั้นของดีเอสไอ ที่จะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ แต่กลับออกมาพูดในเชิงที่ชี้ให้เห็นว่าเป็นการทำลายฝ่ายตรงข้าม แต่ไม่เคยบอกเลยว่าหลักฐานที่เขารวบรวมมาได้คืออะไร ตนซึ่งเป็นคนมาร้องที่ดีเอสไอ และเป็นคนที่นำพยานหลักฐานเหล่านั้นเข้าสู่ระบบของดีเอสไอ เห็นว่าเหมาะสมแล้วที่สว.กลุ่มนี้ควรจะต้องกลับไปบ้านเลี้ยงหลาน”
ทนายอั๋น กล่าวอีกว่า ตนมองไกลไปถึงขั้นที่นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ด้วยซ้ำว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไปออกระเบียบเพิ่มเติม กกต.เพื่อมารองรับการเลือกตั้ง สว. คือผลของการโหวตคะแนนจะไม่เสียไป แม้ผู้โหวตจะไม่มีคุณสมบัติก็ตาม จึงขอให้ตำรวจดำเนินการตรวจสอบตามคำร้องของตนเกี่ยวกับกลุ่มสว.ที่ร่วมลงชื่อเอาผิดกับ รมว.ยุติธรรมและ อธิบดี DSI ในฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานเพื่อจะแกล้งบุคคลใดให้ถูก ไต่สวน ซึ่งมิได้เป็นความผิดอันยอมความได้หรือไม่ โดยมีคลิปภาพการเกณฑ์คนไปเลือกสว.ในจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นหลักฐานการทุจริตเลือกตั้ง สว.ครั้งที่ผ่านมา มายื่นประกอบในคำร้องด้วย
อ่านข่าว กลุ่มประชาชนร่างรธน. ยื่นกกต.สอบเลือกสว. 67 พบพิรุธจัดตั้งจัดจ้าง โยงบ้านใหญ่
อ่านข่าว บิ๊กเกรียง เปิดใจ ไม่กังวล คดีฮั้วเลือกสว. พร้อมถูกตรวจสอบ ลั่น ไม่ได้ปะทะกับ ‘พี่ทวี’
อ่านข่าว ชินโชติ ฟาด ดีเอสไอ อย่าจุ้นคดีฮั้วเลือกสว. ย้อนถาม คดีคอลเซ็นเตอร์ จะทำกี่โมง


