ศิริกัญญา จี้ถามความคืบหน้า Payment Platform ดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 ‘รมช.คลัง’ ยัน พัฒนาแอปฯ ทั้งหมดทันตามไทม์ไลน์ ภายในไตรมาส 2 เงินหมื่นถึงมือประชาชนแน่

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 13 มี.ค. 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาฯ คนที่ 2 เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณากระทู้ถาม โดยน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ถามน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรื่อง Payment Platform ทั้งนี้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง มาตอบกระทู้แทน

โดยน.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เนื่องจากเมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา มีการประสานงานไปแล้วว่าตนจะถามนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯ และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แต่อาจจะมีการประสานงานที่ผิดพลาด จึงเป็นที่น่าเสียดายที่วันนี้อาจจะไม่ได้คำตอบที่ครบถ้วน

โดยตนอยากถามว่า เราจะมีการพัฒนาแอปพลิเคชั่นทางรัฐให้ชำระเงินได้หรือไม่ เพราะในสโคปงานของการพัฒนาระบบ Payment Platform ไม่ได้มีการระบุให้พัฒนาแอปพลิเคชั่นทางรัฐสำหรับการชำระเงิน ซึ่งระบบ Payment Platform จะเป็นระบบแกนกลางและนำระบบของธนาคารต่างๆ หรือ Non-Bank มาเชื่อมต่อ เพื่อสามารถเปิดแอปพลิเคชั่นธนาคารแล้วเข้าไปดิจิทัลวอลเล็ต ก่อนจะสแกนคิวอาร์โค้ดจ่ายเงินได้เลย

รวมถึงจะมีการเปลี่ยนแปลง API BluePrint อีกรอบ เพื่อเก็บข้อมูลประเภทสินค้าในอนาคตหรือไม่ เพราะหากจะทำให้แอปพลิเคชั่นทางรัฐสามารถชำระเงินได้ หรือหากเปลี่ยนแปลง API BluePrint อีก ระบบก็จะไม่เสร็จภายในวันที่ 31 มี.ค.นี้ จะไม่สามารถทดสอบระบบได้ทันในไตรมาส 2 หรือต้นไตรมาส 3 เหมือนที่เคยระบุไว้

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ผู้ที่เข้ามาให้บริการที่ไม่ใช่แบงก์หรือ Non-Bank เขายอมจ่ายเงินด้วยตนเองเพื่อเอาระบบเข้ามาเชื่อมต่อกับ Payment Platform นี้ เพื่อไปหาลูกค้ามาใช้วอลเล็ตเพิ่ม ซึ่งธนาคารนั้นอาจจะไม่ใช่ เพราะการใช้ผ่านบัญชีเงินฝากนั้นง่ายกว่าอยู่แล้ว แต่สำหรับ Non-Bank ที่ไม่ใช่ธนาคารต่างๆ เขาต้องจ่ายเงินเพื่อมาพัฒนาระบบให้ลูกค้ามาใช้วอลเล็ต

แต่รัฐบาลกลับทำวอลเล็ตมาแข่งเช่นนี้ ตนไม่แน่ใจว่าได้ทำตามข้อตกลงที่เคยทำไว้กับธนาคารที่ไม่ใช่พาณิชย์หรือไม่ จึงอยากทราบว่าการจัดซื้อจัดจ้างเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ รวมถึงอยากทราบความคืบหน้าของระบบย่อย 6 ระบบ คือ ระบบรักษาความปลอดภัยที่เป็นหัวใจหลักของความสำเร็จโครงการนี้ ที่เมื่อมีการโอนเงินแล้วข้อมูลไม่หลุด เงินไม่หล่น ขณะนี้ทำไปถึงไหนแล้ว คืบหน้ากี่เปอร์เซ็นต์ อยู่กับหน่วยงานใด

เรื่องบล็อกเชนที่เคยพูดกันว่าจะใช้ยืนยันการใช้จ่ายทุกธุรกรรม แต่ตอนนี้กลับหดเหลือแค่เล็กๆ เพื่อตรวจสอบบันทึกรายการธุรกรรมต่างๆ คืบหน้าไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ ติดตั้งไปแล้วกี่โหนดจาก 21 โหนด รวมถึงเรื่องการทดสอบระบบนั้นคืบหน้าไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ เร็วหรือช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้ ต้องใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ที่จะทำให้ระบบนี้นิ่ง

ส่วนอีกระบบคือระบบป้องกันการทุจริต ในส่วนนี้ทำแล้วหรือไม่ คืบหน้าเท่าไหร่ อยู่กับหน่วยงานใดในกระทรวงดิจิทัลฯ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเกี่ยวกับระบบคอลเซ็นเตอร์ที่มีการเชื่อมต่อธนาคารเข้ามา เมื่อโอนแล้วไม่ผ่านนั้น กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ตั้งทีมคอลเซ็นเตอร์ไว้แล้วหรือไม่ คืบหน้าเท่าไหร่ อยู่กับหน่วยงานใด

สุดท้ายคือการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นกระทรวงดิจิทัลฯ​ คลัง พาณิชย์ มหาดไทย หรือสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ Digital Government Development Agency (Public Organization) (DGA) ควรมีผู้ที่เห็นภาพรวมทั้งหมด จึงอยากสอบถามว่าใครที่จะเข้ามาเป็นโปรเจ็กต์เมเนเจอร์ที่จะคอยดูภาพรวมทั้งหมด

ด้าน นายจุลพันธ์ ชี้แจงว่า ต้องขออภัย เพราะตนได้รับมอบหมายจาก น.ส.แพทองธาร ให้มาตอบจริงๆ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ได้ถามเรื่องเกี่ยวกับระบบ Payment Platform โดยตรง น่าจะเป็นความคาดเคลื่อน

เรื่องระบบ Payment Platform ที่น.ส.ศิริกัญญา ถามว่าสามารถสแกนในระบบทางรัฐได้หรือไม่นั้น สามารถดำเนินการได้ทั้งสองทาง ในส่วนของผู้พัฒนาได้พัฒนาแบบคู่ขนาน คือตัวระบบทางรัฐไม่ใช่เรื่อง Payment Platform ซึ่งดีจีเอที่เป็นหน่วยงานพัฒนาระบบของรัฐนั้นได้พัฒนาระบบมา 4 ระบบดังนี้ ระบบลงทะเบียนประชาชน ระบบลงทะเบียนร้านค้า ทางรัฐวอลเล็ต และระบบแพลตฟอร์มการชำระเงิน

แต่เวลาที่เราใช้ทางรัฐนั้น คือหน้ากากที่ประชาชนจะต้องใช้ ส่วนแอปพลิเคชั่นจริงๆ ที่จะเรียกขึ้นมาใช้จริงๆ อยู่เบื้องหลัง ซึ่งผู้ใช้ทั่วไปอาจจะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปรู้ว่าเป็นอะไร แต่กลไกที่จะใช้ชำระเงิน เมื่อเติมเงินหมื่นดิจิทัลวอลเล็ตไปให้ประชาชนแล้ว มี 2 ช่องทาง หนึ่งคือการใช้แอปพลิเคชั่นทางรัฐ ที่ขณะนี้กำลังมีการพัฒนาระบบ เชื่อว่าสามารถดำเนินการได้ครบถ้วน

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตแอปพลิเคชั่นทางรัฐ รวมถึงระบบการชำระเงินทั้งหมดจะเป็นระบบ Payment Platform การชำระเงินกลางของรัฐที่ประชาชนสามารถใช้ได้ สำหรับเงินประเภทต่างๆ ในอนาคตอาจจะมีการโยกย้ายสวัสดิการประเภทต่างๆ มารวมศูนย์อยู่ในจุดเดียว ซึ่งหากไปดูระบบของต่างประเทศนั้น จะเห็นว่ามีระบบที่รวมสวัสดิการต่างๆ ไว้ที่จุดเดียวได้ เราจะต้องพัฒนาระบบตรงนี้ไปให้ถึงให้ได้

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการเชื่อมต่อกับธนาคาร ทั้งธนาคารพาณิชย์ และ Non-Bank รวมถึงส่วนที่เป็นเพย์เมนต์ของวอลเล็ตที่ไม่ได้เป็นธนาคารนั้น ทุกส่วนที่เข้าร่วมได้แจ้งความประสงค์เข้ามามาก โดยเฉพาะแบงก์ใหญ่เข้าร่วมหมดหรือที่เรียกว่า Open Loop คือการที่เขาเข้ามาเชื่อมต่อกับเรา

โดยที่เขาไม่ได้ทำเกี่ยวกับการเช็กคุณสมบัติหรือการเคลียร์เรื่องเกี่ยวกับการโอนจ่ายต่างๆ ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นเรื่องของรัฐ เราเพียงแค่เปิดประตูให้ธนาคารเหล่านั้นมาเชื่อมต่อ เพื่อให้เกิดความสะดวกกับประชาชน เพราะคุ้นชินกับระบบโอนจ่ายของธนาคารปกติ

อย่างไรก็ตาม แม้จะโอนจ่ายเงินในธนาคาร แต่สุดท้ายก็ต้องโหลดแอปพลิเคชั่นทางรัฐอยู่ดี เพื่อให้มีการลิงก์กันระหว่างสองแอปพลิเคชั่นเพื่อที่จะชำระเงิน เพราะธนาคารพาณิชย์เป็นแค่ในส่วนของผู้ใช้ แต่ในส่วนของทางรัฐจะเป็นตัวเชื่อมระบบในการทำเรื่องระบบ Payment Platform และการโอนเม็ดเงินที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องโหลดทั้งสองแอปพลิเคชั่นอยู่แล้ว

ส่วนเรื่องการเช็กประเภทสินค้านั้น ต้องเรียนว่ากลไกการกำกับดูแลนั้นค่อนข้างยาก เราเปิดโอกาสให้ร้านโชห่วยมาร่วมโครงการ ซึ่งร้านเหล่านี้ไม่มีเครื่องที่จะออกบิลเพื่อให้ได้รายงานที่ออกมาถูกต้องว่าคนๆ นี้ซื้ออะไรบ้าง ฉะนั้น เราจะไม่สามารถทราบได้เลยว่าเขาซื้ออะไรบ้าง

สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาหากเราไปกำกับประเภทสินค้าสิ่งที่จะใช้ผิดประเภทจะเกิดขึ้นเยอะมาก และเกิดคดีความกับร้านค้าเล็กๆ เหล่านั้นเต็มไปหมด จึงมีข้อเสนอจากหน่วยงานว่าเอาเรื่องสินค้าต้องห้ามออกและไปล็อกร้านค้า เพื่อป้องกันการใช้แล้วเกิดคดีความ แม้จะตรวจสอบสินค้ายังไม่ได้ แต่เราต้องพัฒนาระบบต่อ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะต้องพัฒนาเพื่อดูว่าประชาชนไปซื้ออะไรมาบ้าง ขณะนี้ไม่เกิดขึ้นและไม่ใช่ข้อเท็จจริง

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ตนไม่สามารถตอบได้ว่าระบบพัฒนาไปถึงไหนและจะจบสิ้นเมื่อไหร่ แต่ในฐานะที่คลังเป็นโปรเจ็กต์ออนเนอร์ เราจะรับทราบจากที่แต่ละกระทรวงรายงานมาว่าเราพร้อมเมื่อไหร่ ซึ่งเร็วๆ นี้จะเริ่มมีการทดสอบระบบแบบเอ็นทูเอ็น และขณะนี้มีการย้ายแอปพลิเคชั่นไปอยู่ในระบบเซิร์ฟเวอร์ของกระทรวงดิจิทัลฯ น่าจะใกล้เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ตนไม่แน่ใจไทม์ไลน์เพราะเป็นกระบวนภายในที่ภาครัฐดำเนินการกัน

“ยืนยันว่าอยู่ในกรอบระยะเวลาที่เคยให้ไว้ และอยู่ในความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งนายกฯ ก็มีความเป็นห่วงและให้ตั้งอนุคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อมาติดตามตรวจสอบกลไกต่างๆ” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องคอลเซ็นเตอร์นั้นก็ใช้เลขหมาย 1111 เป็นเลขหมายหลักของรัฐตั้งแต่เฟสที่ผ่านมา หากมีประเด็นคำถามก็สามารถโทรไปสอบถามเลขนี้ได้ สำหรับเรื่องบล็อกเชนนั้นยังมี และระบบความปลอดภัย โปรเจ็กเมเนเจอร์ก็จะเป็นคลังที่จะบริหารจัดการทั้งหมด

ส่วนเรื่องทางรัฐวอลเล็ตเป็นเรื่องที่ดีจีเอพัฒนาเอง ไม่ได้มีการจัดซื้อจัดจ้าง โดยมุ่งที่จะใช้กับโครงการรัฐในอนาคต เช่น ด้านสวัสดิการ อย่างไรก็ตาม ยืนยันในกรอบเวลาไม่มีต้นไตรมาส 3 ตนยังเชื่อมั่นว่าการเดินหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ตนั้น ไตรมาส 2 เรียบร้อยแน่

จากนั้น น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า สิ่งที่นายจุลพันธ์ตอบมานั้นย้อนแย้งกันเอง เพราะหากบอกว่าคลังเป็นโปรเจ็กต์เมเนเจอร์ ต้องทราบดีว่าการพัฒนาระบบต่างๆ นั้นไปถึงไหนแล้ว ทำไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ และหากคลังเป็นโปรเจ็กต์เมเนเจอร์จริง แต่ตอบคำถามไม่ได้ ปลายไตรมาส 2 เราต้องมานั่งลุ้นกัน

ส่วนคำถามสุดท้ายเป็นเรื่องเกี่ยวกับการลงทะเบียนของร้านค้าที่เปิดให้มีการลงทะเบียนล่วงหน้าไปแล้ว เหตุใดจึงมีร้านค้าที่ได้อภิสิทธิ์เหนือกว่าร้านค้าอื่นในการลงทะเบียนล่วงหน้า และหากไม่ได้ตั้งใจกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยโครงการนี้อยู่แล้ว ทำไมไม่ให้ร้านค้ารายย่อยแลกเป็นเงินสด ทำไมยังต้องมีการจำกัดสิทธิ์ เช่น ไม่ให้สถานีน้ำมันเข้าร่วมโครงการนี้อยู่ดี เพราะอย่างไรก็กระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้อยู่แล้ว เพราะอาจจะเปิดปัญหาได้ในอนาคต

นายจุลพันธ์ ชี้แจงว่า กระทรวงการคลังไม่ใช่โปรเจ็กต์เมเนเจอร์ แต่เป็นโปรเจ็กต์ออนเนอร์ ซึ่งตนเป็นผู้บริหารจึงไม่สามารถลงรายละเอียดทั้งหมดได้ แต่ยืนยันว่ามีผู้ดูแลรับผิดชอบอยู่แล้ว ทั้งกระทรวงดิจิทัลฯ และกระทรวงการคลัง

ยืนยันว่าแอปพลิเคชั่นทั้งหมดพัฒนาทันตามกรอบเวลา และในฐานะรัฐมนตรี เราต้องดูแลบริหารจัดการนโยบายเพื่อให้โครงการขับเคลื่อนจนประสบความสำเร็จ ยืนยันว่าทันตามกรอบเวลา เงินถึงมือประชาชน

ส่วนการลงทะเบียนร้านค้า รายย่อยที่เรากล่าวถึงคือร้านค้าแผงลอยที่ยังไม่เคยลงทะเบียนกับรัฐมาก่อน จึงต้องมีกลไกเข้ามาดูแลในส่วนนี้เพื่อยืนยันตัวตน โดยใช้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐเพื่อให้เขามาขึ้นทะเบียน โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐดูแล ป้องกันการเกิดร้านค้าเงาที่ตั้งขึ้นมาเพื่อนำไปขึ้นเงินเพียงอย่างเดียว

สำหรับข้อห้ามในการใช้กับการบริการต่างๆ นั้น ย้ำว่าสิ่งที่เราทำในโครงการนี้ คือการเติมเงินผ่านแอปฯ ดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งมีวัตถุประสงค์สร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจดิจิทัล และสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ เราจึงเติมเม็ดเงินลงไป เพื่อให้เกิดการลงทุน การผลิต ซึ่งในภาคบริการนั้น ไม่ได้ทำให้เกิดการผลิตโดยตรง เราจึงกำหนดกรอบได้แนวทางไว้เช่นนี้

ส่วนการขึ้นเงินเราก็มีการปลดล็อกเรียบร้อยแล้ว โดยปรับเปลี่ยนว่า ไม่ต้องเป็นร้านค้าในระบบภาษีก็ได้ แต่ต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเรื่องการยืนยันตัวตน และป้องกันไม่ให้ใช้จ่ายผิดวัตถุประสงค์โครงการ

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน