สุริยะ โต้ คานถล่มพระราม 2 ไม่เกี่ยววัสดุไร้มาตรฐาน เล็งเสนอสภาวิศวกรรมสถาน จ้างที่ปรึกษามาคุมงานให้ปลอดภัย ยันสิ้นปีนี้ก่อสร้างเสร็จแน่
เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 17 มี.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม แถลงผลประชุมกับหน่วยงานรับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง เรื่องมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างถนนและเส้นทางคมนาคม หลังเกิดอุบัติเหตุบริเวณพื้นที่ก่อสร้างถนนพระราม 2 ว่า หน่วยงานในกำกับกระทรวงคมนาคมได้รายงานอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น บริเวณถนนพระราม 2 ในโครงการทางด่วน พระราม 3 ดาวคะนอง จนมีผู้เสียชีวิต
โดยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ได้สั่งการว่า หากเกิดจากความผิดของบริษัทผู้รับเหมาหรือผู้ควบคุมงาน ให้ใช้กฎหมายที่มีอยู่โดยพิจารณาบทลงโทษสูงสุด ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดซื้อจัดจ้าง พ.ศ.2560 มาตรา 109 หมวด12 ว่าด้วยการทิ้งงาน
ผู้สื่อข่าวถามถึงการใช้มาตรการสมุดพกกับผู้รับเหมา นายสุริยะ กล่าวว่า ทางอธิบดีกรมบัญชีกลาง ระบุว่า สามารถใช้ข้อกำหนดของกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างมาใช้ได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องรอสมุดพกมีผลบังคับ
แต่หน่วยงานเจ้าของโครงการคือ ทางกรมทางหลวงหรือกรมทางหลวงชนบท จะต้องไปใช้ดุลพินิจเอาเอง ทำให้เจ้าหน้าที่เกิดความเป็นห่วงอาจจะถูกฟ้องร้องได้ ดังนั้นจึงต้องตรวจสอบหากพบว่าเกิดจากความบกพร่องของผู้รับเหมา และมีผู้เสียชีวิต ก็จะใช้มาตรการลงโทษสูงสุด
เมื่อถามว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นสามารถเอาผิดผู้รับเหมาได้หรือไม่ รมว.คมนาคม กล่าวว่า เพิ่งเกิดเหตุเมื่อสองวันที่แล้ว โดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทยจะรีบตรวจสอบข้อเท็จจริง คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน เพื่อหาข้อเท็จจริง
เมื่อถามย้ำว่านอกจากข้อสั่งการของนายกฯ จะมีมาตรการอะไรออกมาเพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ นายสุริยะ กล่าวว่า ในช่วงการก่อสร้างยังดำเนินต่อไป เพื่อให้ประชาชนใช้เส้นทางถนนพระราม 2 และพระราม 9 ซึ่งเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย จึงเสนอให้สภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยเข้ามาตรวจสอบกระบวนการดำเนินงาน
โดยจะใช้วิธีการจัดจ้างที่ปรึกษาเข้ามาดูกระบวนการทั้งหมดให้เป็นกิจลักษณะ เพื่อให้การก่อสร้างเกิดความปลอดภัยสูงสุด ที่ผ่านมาทางกระทรวงเป็นการร้องขอให้เข้ามาช่วยดู โดยไม่ได้จ่ายค่าจ้าง
เมื่อถามว่านายกฯ สั่งเอาผิดที่ปรึกษาโครงการ ตรงนี้จะตรวจสอบควบคู่ไปด้วยหรือไม่ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ถูกต้อง ถ้าสอบสวนพบว่าเป็นความผิดพลาดของบริษัทที่ปรึกษา จะดำเนินฟ้องร้องทั้งคดีอาญาและทางแพ่ง และอาจถึงริบใบอนุญาตที่ปรึกษา
ทั้งนี้ ขอให้มั่นใจว่าที่ผ่านมา โครงสร้างของโครงการต่างๆ ยังไม่มีโครงการไหนที่ไม่แข็งแรง เพราะการออกแบบเป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรม แต่ในช่วงควบคุมงานอาจเป็นความประมาทเลินเล่อของผู้รับเหมา จึงทำให้เกิดอุบัติขึ้น
เมื่อถามถึงข้อสังเกตวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้างอาจไม่ได้มาตรฐาน นายสุริยะ กล่าวว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องวัสดุ โดยกรมทางหลวงตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา แต่เป็นเพราะขั้นตอนการก่อสร้างที่บริษัทผู้รับเหมาและลูกจ้างไม่ได้ทำตามขั้นตอน
ผู้สื่อข่าวถามว่าการเกิดเหตุซ้ำถือว่าเป็นความหละหลวมหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ขอย้ำว่าได้กำชับกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และหน่วยงานที่ต้องก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ เน้นย้ำผู้รับเหมาให้คำนึงเรื่องความปลอดภัย
แต่เวลาผ่านไปเป็นปียังเกิดเหตุซ้ำจึงเป็นที่มาการเสนอมาตรการสมุดพก ในการตัดคะแนนหากเกิดอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิต จะขึ้นแบล็กลิสต์บริษัทนั้น ไม่สามารถเสนอราคาประมูลได้ ก็จะขาดรายได้ ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ดังนั้น ผู้รับเหมาจะต้องทำงานด้วยความระวัง ไม่ให้ถูกแบล็กลิสต์ โดยอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ยังไม่มีการขึ้นแบล็กลิสต์
ผู้สื่อข่าวถามว่ามาตรการสมุดพกจะบังคับใช้ได้เมื่อใด นายสุริยะ กล่าวว่า อย่างช้าไม่เกินสิ้นเดือนเม.ย.นี้ จะเรียบร้อย
เมื่อถามย้ำว่ามาตรการสมุดพกจะใช้ย้อนหลังไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า กำลังดูอยู่และพิจารณาว่าจะทำอย่างไรดี ส่วนที่มีกระแสดราม่าว่าก่อนหน้านี้ไม่สามารถเอาผิดผู้รับเหมาได้นั้น อย่างที่บอกว่าเราเคยพูดแล้วไม่สามารถทำได้ และในตัวสัญญาว่าจ้างไม่ได้มีเรื่องของการห้ามรับงานอีก จึงต้องมีมาตรการสมุดพก
เมื่อถามว่าจะต้องมีการทบทวนเรื่องสัญญาว่าจ้าง ที่มีกรณีซอยสัญญาจำนวนมาก รองนายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ตรงกับใจ เพราะที่ผ่านมามีการซอยสักช่วงก่อสร้างไม่กี่กิโลเมตร เช่น กรณีพระราม 2 มี 14 สัญญาทำให้บางสัญญาไม่เสร็จจนเกิดฟันหลอ จึงสั่งการว่าต่อไปนี้ให้แบ่งสัญญาเท่าที่จำเป็น
ผู้สื่อข่าวถามมองอย่างไรกับความเชื่อให้พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้การก่อสร้างราบรื่น นายสุริยะ กล่าวว่า เข้าใจความรู้สึกของประชาชนที่เกิดความไม่มั่นใจ จึงต้องมีการห้ามรับเงิน แต่มาตรการแบล็กลิสต์ก็ต้องทำไป ในขณะที่การก่อสร้างยังต้องดำเนินต่อ จึงต้องว่าจ้างให้ทางวิศวกรรมสถานเข้ามาอธิบายขั้นตอนการก่อสร้างเพื่อให้เกิดมาตรฐาน
เมื่อถามถึงกระแสสังคมเรียกร้องให้รัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ด้วยการลาออก รองนายกฯ กล่าวว่า เมื่อกระทรวงคมนาคมมีมาตรการและการขึ้นแบล็กลิสต์ผู้รับเหมาที่ชัดเจน เชื่อว่าสถานการณ์ต่างๆ จะดีขึ้นอย่างแน่นอน และยืนยันว่ากำหนดการก่อสร้างบริเวณถนนพระราม 2 จะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้แน่นอน