หมายเหตุ : นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ให้สัมภาษณ์พิเศษเครือมติชน-ข่าวสด ถึงร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ภายหลังครม.มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 27 มี.ค.
• ร่างที่ครม.เห็นชอบเป็นไปตามที่กฤษฎีกาปรับแก้
พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่ได้ผ่านความเห็นชอบจากครม. เป็นร่างที่ถูกปรับมาจากที่ครม.เคยเห็นชอบในหลักการ และส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจและปรับแก้
ซึ่งเป็นการแก้ไขที่เป็นประโยชน์สำคัญ โดยเฉพาะการกำกับดูแลและการกำหนดบทลงโทษต่างๆ จึงทำให้พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เป็นร่างกฎหมายที่ทำการประชาพิจารณ์มากถึง 4 รอบ อย่างไรก็ตามผลประชาพิจารณ์เป็นไปในทิศทางที่ดี ส่วนใหญ่เห็นด้วยมากถึง 80%
สำหรับพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ฉบับนี้ยังคงยึดหลักการเดิม คือการกระตุ้นการลงทุนและเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างจุดเปลี่ยนใหม่ในเรื่องของการท่องเที่ยว โดยเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-made Destinations)
ดังนั้น เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์คือสถานที่ท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ ที่ประกอบด้วยหลายธุรกิจรวมกัน และบวกด้วยกาสิโน ซึ่งกฤษฎีกาช่วยปรับให้ กฎหมายกำหนดว่ากาสิโนต้องมีสัดส่วนไม่เกิน 10% ของที่ดิน หรือพื้นที่ใช้สอยของอาคารอันเป็นที่ตั้งของสถานบันเทิงครบวงจร
ซึ่งข้อกำหนดนี้ก็ตรงกับใจของรัฐบาล ยืนยันว่าหลักคือในเรื่องของเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไม่ใช่เรื่องของกาสิโนการพนัน แต่เป็นเรื่องของการสร้างแหล่งท่องเที่ยว
• ความคาดหวังจากโครงการ
โมเดลธุรกิจเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งใหม่ แต่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก มีตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว อาทิ สิงคโปร์ มาเก๊า ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา และยืนยันเราไม่ใช้โมเดลอีกประเภทที่เป็นพื้นที่ธุรกิจเกี่ยวกับการพนันโดยเฉพาะ
สำหรับสิงคโปร์นั้นได้เริ่มโครงการ integrated resort ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกันกับเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศเขา ประสบความสำเร็จในเรื่องการดึงดูดการท่องเที่ยวได้มากถึง 25% ต่อปี จากฐานเดิมที่ยังไม่มีการสร้างแหล่งท่องเที่ยวครบวงจร
ส่วนของไทยนั้นคงไม่ได้คาดหวังมากขนาดนั้น เนื่องจากเราเป็นประเทศท่องเที่ยวอยู่แล้ว มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติมากมาย ดังนั้น คาดว่าการมีเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ในไทย จะช่วยกระตุ้นการเพิ่มนักท่องเที่ยวได้ 5-10% และจะเพิ่มค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่อหัวได้อีก 2 หมื่นบาทต่อคนต่อหัว
ต้องยอมรับวันนี้ประเทศไทยยังพึ่งบุญเก่า ทำให้ขาดความหลากหลายและความสดใหม่ ดังนั้น ต้องดึงสิ่งใหม่ๆ เข้ามา ขอพูดถึงพื้นที่ในเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ 90% ที่เหลือนอกจาก 10% ที่เป็นกาสิโนแล้ว
สิ่งที่จะเกิดขึ้นใน 90% นั้น เราจะได้พิพิธภัณฑ์ใหม่ที่มีความล้ำสมัย สวนสนุกระดับดิสนีย์แลนด์ หรือยูนิเวอร์แซล สนามกีฬาขนาดใหญ่ อินดอร์สเตเดี้ยม ความจุ 4-5 หมื่นคน หรืออาจเป็นอาคารทรงกลมขนาดยักษ์ MSG Sphere แบบที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ซึ่งจะเป็นการดึงการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ หรือนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่เข้าประเทศ
• ถ้าเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์โดยไม่มีกาสิโนได้หรือไม่
การกำหนดให้เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์มีพื้นที่กาสิโน 10% ของพื้นที่นั้น ถือเป็นโมเดลธุรกิจรูปแบบหนึ่ง ดังนั้นไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลคิดขึ้นมาเอง อย่างในต่างประเทศ อาทิ ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นประเทศมุสลิมก็ต้องทำโครงการในโมเดลนี้
เนื่องจากเป็นโมเดลทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและดึงดูดนักท่องเที่ยว เพิ่มรายจ่ายต่อหัว และเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจได้จริง ซึ่งไทยเราก็มองเห็นในจุดนี้เช่นกัน
ขณะเดียวกัน ตัวอย่างที่ผ่านมา อาทิ การที่ประเทศไทยเชิญศิลปินระดับโลกมาแสดงในประเทศ อาทิ เทย์เลอร์ สวิฟต์, เลดี้ กาก้า ที่เขาไม่มาส่วนหนึ่งมาจากไทยไม่มีสถานที่ที่ใหญ่พอจะจัดคอนเสิร์ตแบบอินดอร์ในระดับ 4-5 หมื่นที่นั่งได้
แต่การจะสร้างอินดอร์สเตเดี้ยม ก็เป็นสิ่งที่ไม่คุ้มทุน เอกชนก็ไม่อยากลงทุนสร้าง รัฐบาลก็ไม่มีเม็ดเงินพอจะลงทุนใหญ่เช่นนี้
เพราะฉะนั้น โมเดลธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์รูปแบบที่ออกมานี้คือ ธุรกิจอื่น โรงแรม สวนสนุก ห้างสรรพสินค้า รวมกับกาสิโนนั้นถือว่าช่วยดึงดูดการลงทุน เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้จริง
เพราะฉะนั้น องค์ประกอบในโมเดลธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ จึงขาดซึ่งกันและกันไม่ได้
• เรื่องเม็ดเงินการลงทุน
การลงทุนในลักษณะนี้ เป็นการลงทุนขนาดใหญ่ที่รัฐบาลก็ไม่รู้จะหาเม็ดเงินจากไหน ดังนั้น รัฐบาลก็ดึงดูดให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุน เพื่อสร้างจุดขายใหม่ๆ ให้ประเทศ
การลงทุนนี้เราเปิดกว้างทั้งนักลงทุนในและต่างประเทศที่เป็นระดับมีศักยภาพ และขั้นตอนก็จะเป็นวิธีการและการลงทุนที่รัดกุมและโปร่งใส ดังนั้น ไม่ต้องห่วงเรื่องการลงทุนสีเทา หรือการฟอกเงิน
นอกจากนี้ นักลงทุนที่เข้ามาจะช่วยเข้มงวดในเรื่องเหล่านี้ เพราะนักลงทุนระดับโลกเข้ามาลงทุนระดับ 1 แสนล้านบาท ก็มีความกังวลเรื่องการฟอกเงินเช่นเดียวกัน
เพราะหากเขาเข้ามาทำผิดในพื้นที่เรา ซึ่งส่วนใหญ่นักลงทุนไม่ได้ลงทุนเฉพาะที่ประเทศไทยเท่านั้น แต่มีการลงทุนที่สหรัฐ สิงคโปร์ และญี่ปุ่น เป็นต้น ก็จะโดนเพิกถอนใบอนุญาตในประเทศเหล่านั้นด้วย ฉะนั้น นักลงทุนต้องเข้ามาลงทุนด้วยความโปร่งใสที่สุด
• ผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ส่วนเม็ดเงินลงทุนที่จะเกิดขึ้นในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์นั้น คาดว่าไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาทต่อจุด ซึ่งเชื่อว่าเป็นไปได้ เพราะเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ในสิงคโปร์ เมื่อ 20 ปีที่แล้วก็มีการลงทุนคิดเป็นเงินไทยกว่า 2.4 แสนล้านบาท
ขณะเดียวกัน เมื่อปีที่ผ่านมา มีการอนุมัติเพิ่มอีก 8 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่ดูไบ ก็อยู่ที่ 6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้นโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์จะเป็นผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกัน มีผลดีกับธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งธุรกิจที่เกี่ยวกับก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน รวมไปถึงหลังจากที่เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์สร้างเสร็จแล้ว ก็จะทำให้เกิดธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ ขนส่ง เช่ารถ โรงแรม ร้านอาหาร เป็นต้น ที่ไม่ใช่เพียงธุรกิจที่อยู่ในพื้นที่
ยังมีผลดีในเรื่องการจ้างงาน 1.5 -2 หมื่นคน รวมทั้งภาครัฐก็สามารถจัดเก็บรายได้ได้เพิ่มมากขึ้น และเงินรายได้ หรือภาษีที่ได้จากเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ก็จะคืนกลับมาช่วยสังคมต่อไป
• ขั้นตอนหลังครม.ไฟเขียวแล้ว
ขั้นตอนทางกฎหมายของ ร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หลังผ่านความเห็นชอบของครม.แล้ว ก็จะรอวิป รัฐบาลนำเสนอเรื่องไปบรรจุในวาระการประชุมของรัฐสภาสมัยปัจจุบัน ซึ่งเปิดถึง 10 เม.ย. 2568
รัฐบาลยืนยันว่าจะเร่งตัวกฎหมายร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ให้ทันสมัยการประชุมสภานี้ จากนั้นคาดว่าจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการ ซึ่งจะใช้เวลาพิจารณา 5-8 เดือน และเข้าสู่ขั้นวุฒิสภา ใช้เวลาอีก 60 วัน
ดังนั้นยืนยันว่ารัฐบาลจะผลักดัน พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ให้เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ให้ได้
• เนื้อหาสาระของร่างกฎหมาย
ร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ กำหนดให้มีคณะกรรมการ 2 ชั้น ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายสถานบันเทิงครบวงจร มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจในการเสนอแนะนโยบายการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรต่อครม.
ออกประกาศเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร, การควบคุมและมาตรการบังคับ รวมถึงการพิจารณาและออกคำสั่งเกี่ยวกับการออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และการเพิกถอนใบอนุญาต
ขณะที่การกำหนดให้นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นผู้รักษาการตามกฎหมายร่วมกัน เดิมกำหนดให้เป็นนายกฯคนเดียวนั้น เนื่องจากส่วนใหญ่พื้นที่ที่จัดตั้งเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ต่างๆ นั้นก็อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงมหาดไทยอยู่แล้ว จึงให้รมว.มหาดไทย เป็นผู้รักษาการตามกฎหมายร่วมกัน
ส่วนคณะกรรมการอีกชั้นคือ ชั้นปฏิบัติงานที่จะเป็นการรวมของปลัดกระทรวงต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ยังกำหนดให้จัดตั้งสำนักงานควบคุมการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุม กำกับดูแล ติดตาม ตรวจสอบ ส่งเสริมและสนับสนุนการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร
นอกจากนี้ ยังมีการจ้างเอกชนภายใน เพื่อทำการศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับความเหมาะสมของที่จัดตั้งเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ด้วย
• การปรับแก้ของกฤษฎีกาเรื่องเงินฝาก 50 ล้าน
กรณีคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้แก้ไขเพิ่มเติม คือ กำหนดให้คนไทยที่จะเข้าไปเล่นในกาสิโนถูกกฎหมายต้องมีเงินในบัญชี 50 ล้านบาท เป็นเพียงข้อเสนอหนึ่ง ต้องไปหารือกันต่อในสภา
ซึ่งยอมรับว่าแนวคิดของกฤษฎีกากับรัฐบาลอาจต่างกัน แต่สุดท้าย ครม.ก็จะรับร่างพ.ร.บ.ของกฤษฎีกา ดังนั้น ข้อกำหนดนี้จะต้องส่งเข้าสภา ซึ่งสุดท้ายอำนาจอยู่ที่สภาว่าจะปรับแก้อย่างไร
ร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ มีจุดประสงค์เรื่องของการลดการพนันที่ผิดกฎหมาย ซึ่งสิ่งที่ชี้ชัดคือกรณี integrated resort ของสิงคโปร์ ขณะที่เปิดมา 10 ปีนั้น สามารถลดการพนันผิดกฎหมายจาก 3% เหลือเพียง 0.2%
ดังนั้น เชื่อว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์จะช่วยดึงคนที่ไปเล่นการพนันผิดกฎหมายเหล่านี้กลับมา หมุนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ ฉะนั้นการกำหนดเรื่องรายได้เงินฝาก อาจเป็นการกันคนกว่า 60 ล้านคนออกไปจากระบบ
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังตรวจสอบแล้วว่า คนไทยที่มีเงินฝากในบัญชี 50 ล้านบาทขึ้นไปมีอยู่ 1 หมื่นกว่าบัญชี
• มาตรการป้องกันผลกระทบ
เรื่องผลเศรษฐกิจนั้นทุกฝ่ายมีความเห็นด้วยไปในทิศทางเดียวกันว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จะเป็นเครื่องมือการช่วยกระตุ้นการลงทุน การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของประเทศ
ส่วนเรื่องที่คนส่วนใหญ่เป็นห่วงคือประเด็นทางสังคม เรื่องของการพนัน ซึ่งเรื่องนี้การตั้งกติกาข้อกำหนด เขตบริเวณของกาสิโนที่แยกห่างจากสถานประกอบธุรกิจสถานบันเทิงอื่นอย่างชัดเจน และห้ามบุคคลที่อายุน้อยกว่า 20 ปีเข้ากาสิโน
มีการตั้งคณะกรรมการกำกับด้านนี้โดยเฉพาะ รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ กล้องวงจรปิดที่มีระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ช่วยในการตรวจสอบ และกำกับคนที่จะเข้าออก ใครมีพฤติกรรมเล่นบ่อย หรือมีการใช้เงินในกาสิโนแบบเทหมดหน้าตัก ก็อาจมีการติดตามและห้ามเข้าพื้นที่ เป็นต้น
ที่ผ่านมาประเทศไทยมีเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำมาก ไม่ได้เหมาะสม กับศักยภาพของประเทศและคนไทย ทำให้การทำมาหากินและรายได้ของประชาชนไม่เพียงพอ ดังนั้น การสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญโดยเฉพาะด้านของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญ
ฉะนั้น รัฐบาลถึงเร่งให้เสร็จจริงไม่ใช่เอาแต่พูดอย่างเดียว ถ้าหากกฎหมายนี้เสร็จแล้วและเดินหน้าได้ แม้ว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนชุดไปแล้ว แต่รัฐบาลที่เข้ามาจะสานต่อโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์แน่นอน
การผลักดันร่างเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ให้เกิดขึ้นให้ได้ในสมัยรัฐบาลนี้ เป็นภารกิจที่ตนและรัฐบาลให้ความสำคัญ