จุลพันธ์ เผย คลัง มอบกรมบัญชีกลาง หามาตรการเยียวยา เหตุแผ่นดินไหว ศึกษาแนวทางในอดีต กำชับบริษัทประกันดำเนินการอย่าล่าช้า เชื่อไม่กระทบเป้าจีดีพี 3%

เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 1 เม.ย.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า นายกฯ ได้สั่งการในช่วงต้น มอบหมายหลายกระทรวงทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อกระจายงาน สั่งงานและมอบหมายเพื่อดำเนินการรับมือภัยพิบัติในอนาคต

ส่วนเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา นายกฯ มีข้อสั่งการให้ไปตรวจสอบตึก สตง. ว่ามีเหตุผิดพลาดอะไรและใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งทุกหน่วยงานรับข้อสั่งการเพื่อไปดำเนินการต่อโดยเร็ว เพราะต้องการสร้างความกระจ่างให้กับประชาชน

เมื่อถามว่านายกฯ สั่งการเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจบ้างหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เบื้องต้นเป็นเรื่องสภาพจิตใจของประชาชนมากกว่า โดยเฉพาะเหตุการณ์จากแผ่นดินไหว แม้อาฟเตอร์ช็อกจะอยู่ในระดับต่ำมากจนไม่รับรู้แรงสั่นสะเทือน แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ผู้คนอพยพออกจากตึก เราต้องมีการสื่อสารเพื่อให้เกิดความมั่นใจ รวมถึงดำเนินการตามที่นายกฯ สั่งการนั่นคือ Full Investigation ว่าสาเหตุของตึกถล่มเกิดขึ้นเพราะอะไร ต้องหาต้นตอว่าคืออะไร

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้เราต้องมาดูเรื่องมาตรการเยียวยา เช่น กระทรวงการคลังได้ออกมาตรการ โดยให้กรมบัญชีกลางอนุมัติเงินทดรองจ่ายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาสาธารณภัย (ปภ.) เป็น 200 ล้านบาท และมีมาตรการทางการเงินของสถาบันการเงินของรัฐ ช่วยในเรื่องสินเชื่อลดต้นลดดอกจำนวนมาก

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริม การประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้สั่งการไป 2 ส่วนคือ 1.อาคารหรือชีวิตของประชาชนที่ทำประกันไว้ ให้บริษัทประกันภัยที่อยู่ในกำกับทั้งหมดดำเนินการ อย่าล่าช้า

2.การประกันภัยในส่วนของตึก สตง.ที่มีอยู่ 4 บริษัท ซึ่งได้มีการเบี่ยงเบนความเสี่ยงไปยังต่างประเทศ ดังนั้น จึงไม่มีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง และเรามีอำนาจหน้าที่กำกับให้กระบวนการเป็นไปอย่างรวดเร็ว

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า กระทรวงการคลังได้ให้กรมบัญชีกลางไปดูรายละเอียดในการช่วยเหลือ และการเยียวยาประชาชน เนื่องจากเราไม่เคยเจอเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้ จึงยังไม่เคยดำเนินการ ดังนั้น ต้องไปดูประวัติการเยียวยาในอดีตทั้งหมด ว่ากลไกเยียวยาช่วยเหลือจะเป็นอย่างไร โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ อาคารบ้านพัก และชีวิตประชาชน ซึ่งจะต้องดำเนินการให้ ครม.มีมติอนุมัติ ซึ่งหน่วยงานที่เป็นต้นเรื่องจะต้องส่งเรื่องเข้า ครม.

เมื่อถามว่าจะใช้เกณฑ์อะไรในการเยียวยา นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ต้องไปดูเกณฑ์เก่า เช่น ตอนเกิดเหตุการณ์สึนามิ ที่จ.ภูเก็ต หรือตอนเหตุการณ์น้ำท่วมว่ามีการช่วยเหลืออย่างไร และมาดูความเหมาะสม

เมื่อถามว่าได้ประเมินตัวเลขความเสียหายแล้วหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่มีตัวเลขออกมา แต่มีการประเมินผลกระทบภาพใหญ่แล้ว แต่โดยภาพรวมระยะกลางและระยะยาวไม่มีผลกระทบ ส่วนจะกระทบเป้าจีดีพี 3% หรือไม่นั้น อาจปฏิเสธไม่ได้ แต่สุดท้ายเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจก็ต้องลงไป เชื่อว่าอย่างน้อยต้องไม่ต่ำกว่า 3%

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน