กมธ.ป.ป.ช. จ่อเชิญ ผู้ว่าการ สตง.-ปลัดอุตสาหกรรม-สภาวิศวะ แจงก่อสร้างตึก สตง.ถล่ม 10 เม.ย.นี้ ชี้สังคมกังขา สตง.เป็นหน่วยงานตรวจสอบ แต่เหตุใดถล่มตึกเดียว

เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2568 เที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ(กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) โดยนายฉลาด ขามช่วง สส.จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกมธ.ป.ป.ช. และนายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานกมธ.ป.ป.ช. แถลงถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเมียนมา จนเกิดเหตุอาคารของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ถล่ม

นายฉลาด กล่าวว่า จากที่มีข่าวที่ทำให้ประชาชนตกอกตกใจ โดยเฉพาะอาคารสูงตระหง่านซึ่งเจ้าของอาคารคือสตง. ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบหน่วยงานอื่น ได้พังทลาย และเป็นตึกเดียวในกรุงเทพมหานคร โครงสร้างพื้นฐานมีอะไรเกี่ยวข้องบ้าง

วันนี้กมธ.จะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อจะมีการสืบสวนหาข้อเท็จจริง 2 เรื่อง คือ เหตุที่ตึกถล่ม และเรื่องเหล็กซึ่งอยู่ภายในอาคาร และกระจายไปทั่วประเทศไทยทุกตารางนิ้ว เป็นที่หวาดหวั่นของประชาชน วันนี้จึงรับเรื่องเพื่อจะสอบสวนต่อไปเพื่อสร้างความกระจ่างความโปร่งใสให้กับพี่น้องทั้งประเทศ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ

ด้านนายธีรัจชัย กล่าวว่า จากการเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงที่ประเทศเมียนมา แรงสั่นสะเทือนนั้นทำให้ประเทศไทยพื้นที่ 63 จังหวัด เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมา ทำให้ตึกสำนักงานสตง.แห่งใหม่ สูง 30 ชั้น ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างถล่มลงมา คนงานเสียชีวิตหลายราย และกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการขอความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยซึ่งยังติดอยู่ในอาคารอีกหลายราย

ตนหวังว่าคงมีข่าวดีผู้รอดชีวิตเพิ่มขึ้นในเร็ววันนี้ อาคารดังกล่าวได้รับการอนุมัติการก่อสร้างจากคณะรัฐมนตรี ด้วยงบประมาณ 2,000 กว่าล้านบาท ในปี 2563 และมีกำหนดสิ้นสุดโครงการวันที่ 31 ธ.ค.2566 ใช้เวลาก่อสร้างเกินกำหนดมาแล้วปีกว่า และยังเป็นอาคารสำนักงานแห่งใหม่ของ สตง. ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณของหน่วยงานรัฐอื่นๆของประเทศไทยอีกด้วย

จึงทำให้เกิดคำถามอย่างกว้างขวางในสังคมไทยว่า เหตุใดอาคารที่ใช้งบประมาณ 2,000 กว่าล้านบาท ที่ดำเนินการจัดจ้างโดยสตง. จึงไม่สามารถต้านทานแรงแผ่นดินไหวนี้ได้ ทั้งที่อาคารสูงที่ทิ้งร้างหรืออาคารสูงที่สร้างมานานอาคารอื่นๆยังตั้งอยู่ได้ตามปกติ และยังปรากฎข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอีกว่า อาคารดังกล่าวสร้างโดยกลุ่มทุนจากประเทศจีน ที่เข้ามาทำกิจการร่วมค้ากับกลุ่มทุนของไทย จนเกิดคำถามถึงคุณภาพของการก่อสร้างจากกลุ่มทุนต่างประเทศ

ล่าสุด 1 เม.ย.ที่ผ่านมา เวลา 23.15 น. สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความ เรียกร้องบริษัทจีนที่เกี่ยวข้อง ให้ความร่วมมือกับกระบวนการสอบสวนของรัฐบาลไทยอย่างเต็มที่

กมธ.ป.ป.ช. จึงเห็นว่า มีความจำเป็นในการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยฝ่ายนิติบัญญัติดำเนินการควบคู่กับฝ่ายบริหารในการตรวจสอบ สตง. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างเที่ยงธรรมโปร่งใส และวันที่ 10 เม.ย.นี้ กมธ.จะเชิญ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) มาชี้แจงว่ามีความรับผิดชอบต่อผู้เสียชีวิตอย่างไร มีการกำกับดูแลอย่างไร และใครจะเป็นผู้ร่วมรับผิดชอบต่องบประมาณมหาศาล

และจะเชิญเลขาธิการสภาวิศวกรมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุเทคโนโลยีก่อสร้างและสาเหตุของอาคารถล่ม และปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะประชาชนเกิดข้อสงสัย เช่น กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ของ สตง.ถูกต้องหรือไม่ เหตุใดจึงถล่มเพียงตึกเดียว

การตรวจรับงานในแต่ละงวด เป็นอย่างไร ความทนทานของแบบก่อสร้างเป็นอย่างไร และวัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็กที่ใช้เป็นเหล็กที่ได้มาตรฐานหรือไม่ ตามที่รมว.อุตสาหกรรมได้ไปตรวจสอบ 6 ตัวอย่างเหล็กในโครงการนั้น และพบ 2 ประเภท ที่อาจจะมีปัญหาในบางยี่ห้อ

เราก็อยากทราบว่าเป็นอย่างไร และเหล็กเหล่านั้นไปอยู่ในโครงสร้างตึกใดบ้าง กระบวนการควบคุมใครเป็นคนรับผิดชอบ และเหล็กเป็นเหล็กจากโรงงานของใคร ตนได้ทราบจากนายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคประชาชน ว่า เพราะมีคนไทยในโรงงานนั้นประมาณ 9.4% เท่านั้นเอง ที่ไปตรวจสอบและไม่ได้เข้าไป

ทั้งนี้ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่การตรวจสอบหาข้อเท็จจริง การตรวจสอบทั้งหมดจะนำมาเป็นบทเรียนเป็นมาตรฐานและข้อเสนอในการควบคุมการก่อสร้างภาครัฐต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน