กมธ. เรียกบริษัทออกแบบ-ควบคุมงานก่อสร้าง-สถาปัตยกรรม ตึกสตง. เข้าแจง ‘ตัวแทนไมนฮาร์ท’ ไม่กังวลสังคมพุ่งเป้า ยัน ต้นเหตุถล่ม ไม่ได้เกิดจากออกแบบ

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2568 ที่รัฐสภา พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา เปิดเผยภายหลังการประชุมกมธ. วาระพิจารณาศึกษาประเด็นโครงสร้างโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทรุดตัวทั้งอาคาร จากเหตุแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มี.ค.68

ซึ่งได้เชิญบริษัทผู้ควบคุมงาน และบริษัทออกแบบออกก่อสร้าง ประกอบด้วย กิจการร่วมค้า PKW บริษัทฟอ-รัม อาร์คิเทคจำกัด และบริษัท ไมนฮาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วม

โดย พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า เนื่องจากเรื่องนี้สังคมให้ความสนใจ เราจึงเข้ามาดำเนินการเพื่อศึกษาข้อมูลว่า มีส่วนไหนไม่ดำเนินการตามสัญญา และกมธ.จะจัดทำรายงานในส่วนนี้ เพื่อส่งต่อต่อไป

ในส่วนบริษัทกิจการคู่ค้า PKW ที่เป็นผู้ควบคุมการออกแบบก่อสร้างให้เป็นไปตามสัญญา ในการแก้ไขรายละเอียดสัญญาเป็นไปตามเงื่อนไข การควบคุมเวลาการก่อสร้างก็เป็นไปตามระยะการดำเนินงาน

สำหรับบริษัทผู้ออกแบบสถาปัตยกรรม บริษัทฟอ-รัม อาร์คิเทคจำกัด ก็ดำเนินการไปตามวัตถุประสงค์ของ สตง. ที่ได้ทำสัญญาไว้ ส่วนจะเกินจำเป็นหรือไม่นั้น บริษัทชี้แจงว่า สตง.มีความประสงค์จะใช้งานทุกตารางนิ้วในพื้นที่ให้ได้ประโยชน์สูงสุด

สำหรับบริษัทออกแบบโครงสร้าง บริษัท ไมนฮาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด ทุกอย่างถูกประสานงานกับกรมโยธาธิการและผังเมือง และมีการออกแบบ เพื่อรองรับการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ส่วนกระแสข่าวมีการแก้แบบหรือโครงสร้างนั้น เป็นส่วนที่ไม่ได้อยู่ในโครงสร้างหลัก เป็นไปตามความเหมาะสมของการใช้งาน เป็นไปตามกฎหมาย และได้มาตรฐานสากล

เมื่อถามกรณีบริษัทจีนที่รับงาน ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีการฮั้วกันหรือไม่ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า กระบวนการที่จะว่าผิดถูก เป็นเรื่องของกระบวนการ มีหน่วยงานตรวจสอบเรื่องนี้อยู่แล้ว กมธ.ไม่ขอเข้าไปก้าวก่าย

แต่กมธ.จะเริ่มตรวจสอบว่า การออกแบบโครงสร้างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ มีผู้รับรองหรือไม่ และมีการตรวจสอบเป็นระยะหรือไม่ ไม่มีใครคาดการณ์ว่าจะมีการเกิดแผ่นดินไหว ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการและขั้นตอน และมีการรับรองการออกแบบจากกรมโยธาธิการและผังเมืองไปแล้ว

เมื่อถามถึงเรื่องการแก้แบบปล่องลิฟต์ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า เป็นการปรับลดเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโครงสร้าง เช่น มีการปรับเปลี่ยนกับผนัง ซึ่งกระบวนการการเปลี่ยนแปลงในแต่ละครั้งก็มีการประชุมหารือกันก่อน และการแก้แบบเพียงเล็กน้อยในแต่ละครั้งก็มีการดูทุกขั้นตอน

แต่ไม่มีการยืนยันว่า การแก้แบบเฉพาะส่วนปล่องลิฟต์ ไม่ได้เป็นสาเหตุของการถล่ม เพียงยืนยันว่า ทุกอย่างสร้างตามแบบ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแบบ

ส่วนการประเมินสาเหตุในเบื้องต้นนั้น กมธ.ยังไม่สามารถสรุปได้ จะต้องฟังรอบด้านก่อนที่จะมีการประเมินหรือพิจารณาในครั้งสุดท้าย เพราะต่อจากนี้จะยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ต้องเชิญเข้ามาชี้แจง กระทั่งองค์กรที่เกี่ยวข้องกับแผ่นดินไหว ฝ่ายนักวิชาการ นักธรณีวิทยา ฝ่ายกทม.เองก็ต้องเชิญเข้ามาชี้แจงเช่นเดียวกัน ยืนยันว่ามีการออกแบบเพื่อรองรับแผ่นดินไหวตามที่กฎหมายกำหนด

สำหรับกรณีเหล็กเส้น ขณะนี้ยังไม่มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง แม้จะมีการสอบถามในกมธ.แล้วก็ตาม แต่บริษัทที่เข้ามาในวันนี้ก็ตอบไม่ได้ ทั้งเรื่องเหล็กและคุณภาพของเหล็ก เพียงแต่ตอบว่า เหล็กที่ผลิตจากโรงงานก็มีคุณภาพหนึ่ง แต่เมื่อถล่มแล้วมีการยืดของเหล็ก มีการเปลี่ยนแปลงสภาพด้วยแรงตึงของเหล็ก เอกชนพูดได้เพียงเท่านี้ ขณะที่วิศวกรที่ควบคุมการก่อสร้างก็ไม่สามารถควบคุมคุณภาพเหล็กได้

อย่างไรก็ตาม การประชุมของกมธ. คือการศึกษาคู่ขนานกันไปกับหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบกรณีต่างๆ กมธ.มีหน้าที่เพียงชี้ให้เห็นว่า จุดไหนที่บกพร่องและใครต้องรับผิดชอบ ซึ่งต่อจากนี้จะมีการพิจารณาว่า จะเชิญหน่วยงานใดเข้ามาบ้างเป็นลำดับ เชื่อว่าทางตำรวจจะมีการตรวจสอบต่อไป รวมถึงหน่วยงานอื่นด้วย

ด้าน ตัวแทนบริษัท ไมนฮาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด ตอบคำถามสื่อมวลชนภายหลังเข้าร่วมประชุม ถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่า ปล่องลิฟท์บางกว่าปกติ ซึ่งตัวแทนบริษัท กล่าวว่า “ไม่ครับ ทุกอย่างเป็นไปตามหลักวิศวกรรม”

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มีการเพ่งเล็งว่าสาเหตุตึกถล่มมาจากการออกแบบ ตัวแทนบริษัทไมนฮาร์ท ชี้แจงว่า เราเช็กแล้ว ไม่ได้มาจากการออกแบบของเรา ส่วนจะเป็นตรงไหน ขอให้คณะกรรมการตรวจสอบเป็นคนตอบ ยืนยันว่าสาเหตุที่ตึกถล่ม ไม่ได้มาจากการออกแบบ โดยที่ผ่านมาได้ให้ข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหลายหน่วยงาน และไม่ได้กังวลหลังจากถูกสังคมพุ่งเป้า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน