รัฐบาล นำสื่อสัญจร ติดตามโครงการ “นาหว้าโมเดล” พร้อมลงพื้นที่ด่านพรมแดนมิตรภาพแห่งที่ 3 ไทย – ลาว ความพร้อมการค้าชายแดน ก่อนครม.สัญจร นครพนม
เมื่อวันที่ 26 เม.ย. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นำคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่จ.สกลนครและจ.นครพนม เพื่อเยี่ยมชมกิจกรรม และงานสำคัญตามนโยบายของรัฐบาล ที่จ.สกลนคร และจังหวัดนครพนม ในวันที่ 27 เม.ย. ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมควบคู่การตรวจราชการของคณะรัฐมนตรีทุกกระทรวง และการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2568 จังหวัดนครพนม ที่จะมีขึ้นในวันอังคารที่ 29 เม.ย.นี้ ที่จ.นครพนม
โดยในช่วงเช้า วันที่ 27 เม.ย.คณะสื่อมวลชนจะเดินทางไปยังสักการะวัดธาตุประสิทธิ์ อ.นาหว้า จ.นครพนม สถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาที่สำคัญของและยังเป็นสถานที่สำคัญในการเผยแพร่วิชาการในแขนงต่าง ๆ ด้านผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมให้แก่ประชาชน จากนั้น คณะสื่อมวลชนจะเดินทางไปยังกลุ่มศิลปาชีพทอผ้าไหมบ้านท่าเรือ เพื่อศึกษาโครงการสืบสานพระราชปณิธาน “นาหว้าโมเดล” ในโอกาสครบรอบ 50 ปี โครงการศิลปาชีพตามแนวพระราชดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ชมกระบวนการผลิต การออกแบบ การจำหน่าย พร้อมชมการทอผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติ สำหรับนำไปตัดเสื้อ “ศรีโครตบูรณ์” ของคณะรัฐมนตรี ที่จะสวมใส่ในการเข้าร่วมประชุม ครม.สัญจร
นายจิรายุ กล่าวว่า ช่วงบ่ายวันเดียวกัน จะเดินทางไปยังด่านศุลกากรนครพนม ด่านตรวจคนเข้าเมืองนครพนม สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 3 ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองจังหวัดนครพนม เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานการค้าชายแดนของด่านศุลกากรนครพนม รวมทั้ง ข้อมูลการเข้า – ออกของบุคคล ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 และด่านท่าเทียบเรือเทศบาลเมืองนครพนม ก่อนที่นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางมาที่ด่านพรมแดนดังกล่าวในวันอังคารที่ 29 เมษายนหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี
จากนั้น เดินทางไปยังวัดโอกาสศรีบัวบาน เพื่อสักการะพระติ้ว พระเทียม พระคู่บ้านคู่เมืองนครพนม และเดินทางไปสักการะพญาศรีสัตตนาคราช แลนด์มาร์กแห่งความศรัทธาของจังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่ประชาชนเคารพนับถือกันเป็นอย่างมาก ด้วยเอกลักษณ์ของพญาศรีสัตตนาคราช สร้างด้วยทองเหลืองทั้งองค์ มีขนาดกว้าง 4.49 เมตร สูง 10.90 เมตร น้ำหนักรวม 9 ตัน ประดิษฐานอยู่บนแท่นรวมความสูง 16.29 เมตร ถือว่าเป็นพญานาคองค์เดียวในโลกที่ไม่เหมือนใคร เพราะที่พระศอมีสร้อยสังวาลที่นำเอาสัญลักษณ์เหนือซุ้มประตูองค์พระธาตุพนมมาสวมคล้องไว้ แสดงถึงองค์พญานาคที่มีความผูกพัน เชื่อมโยง พิทักษ์ ปกปักรักษาองค์พระธาตุพนมตามตำนานที่กล่าว
“รัฐบาลมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขงเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับท้องถิ่น และสินค้าชุมชนโดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมและประสบการณ์ท้องถิ่น ซึ่งภายใต้การส่งเสริมและพัฒนาต่อยอดศรัทธามรดกภูมิปัญญาแห่งเมืองธาตุพนม จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการท่องเที่ยว เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด ส่งผลให้ประชาชน รวมถึงผู้ประกอบการมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น อีกทั้ง จากการส่งเสริมมาตรการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ บนพื้นฐานของความเชื่อความศรัทธาที่มีต่อองค์พระธาตุพนมผสมผสานกับอัตลักษณ์ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของคนในท้องถิ่นสู่สาธารณชน จะปลูกจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชน ประชาชนในท้องถิ่น เกิดความตระหนักรู้และมีส่วนร่วมใน อนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสาน พัฒนาต่อยอด ซึ่งจะเกิดการยกระดับคุณค่าเชิงสังคมให้แก่แหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ในเส้นทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” นายจิรายุ กล่าว