จุลพงศ์ เผย กมธ.พาณิชย์-กมธ.ต่างประเทศ จ่อเชิญ 3 รมต.‘คลัง-พาณิชย์-ต่างประเทศ’ ประชุมลับ แจงแนวทางเจรจาภาษีทรัมป์ หวั่นถึงเส้นตายเวลาผ่อนผัน แต่รัฐบาลยังหาข้อตกลงกับสหรัฐฯ ไม่ได้

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายจุลพงศ์ อยู่เกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร และรองประธานกมธ.การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเชิญ รมว.คลัง รมว.พาณิชย์ และรมว.ต่างประเทศ เข้าชี้แจงต่อ 2 กมธ.ว่า

หลังจากปิดสมัยประชุมสภาฯ ตนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากหลายฝ่าย ในมุมมองจากต่างประเทศ ที่มองประเทศไทยในวิธีการที่รัฐบาลรับมือกับปัญหาการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา

เมื่อเทียบกับผู้นำของประเทศอื่น ที่ไม่เพียงจะแถลงถึงปัญหา แต่ยังแถลงให้ประชาชนรับรู้ถึงแนวทางเเก้ปัญหาของรัฐบาลของเขาด้วย ดังนั้น ตนจึงมีความวิตกกังวลในวิธีการรับมือกับปัญหาการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

ยิ่งการที่รัฐบาล ระบุมีดีลลับที่บอกไม่ได้ และขอให้ประชาชนไม่ต้องวิตกกังวลในเรื่องนี้ โดยไม่ได้มีข้อมูลอะไรที่เป็นแก่นสาร เพื่อบอกกับประชาชนว่าเราจะเจอกับอะไร และรัฐบาลจะให้ประชาชนเตรียมตัวอะไรบ้าง

นายจุลพงศ์ กล่าวว่า การที่นายกฯ พูดแค่เรื่องมีดีลลับนั้น ไม่เพียงพอในฐานะผู้นำฝ่ายบริหารประเทศที่จะต้องสื่อสารกับประชาชนให้มั่นใจในรัฐบาลมากกว่านี้ และตนเห็นว่าเรื่องนี้กำลังจะเป็นเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ และจะเป็นวิกฤตที่ลามไปถึงปัญหาปากท้องของประชาชน ดังนั้น ประชาชนจึงมีสิทธิ์รับรู้มากกว่านี้ นายกฯและครม. ไม่มีข้ออ้างใดที่จะปัดความรับผิดชอบได้

นายจุลพงศ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ตนจึงยื่นหนังสือถึงประธานกมธ.การพาณิชย์ฯ และประธานกมธ.การต่างประเทศ ขอให้เรียกประชุมทั้ง 2 คณะ โดยขอให้เป็นการประชุมลับ จะได้ไม่มีข้อกังวล เรื่องความลับ และดีลลับ เพื่อให้รัฐมนตรีทั้ง 3 คน ชี้แจงต่อกมธ. ในเรื่องการเตรียมการเจรจาด้านภาษีและมาตรการรองรับผลกระทบที่จะเกิดกับการส่งสินค้าไทยไปยังสหรัฐฯ และการเตรียมตัวของประชาชน

รวมถึงบทบาทของกระทรวงการต่างประเทศ ในการช่วยเหลือคณะเจรจาของไทย ว่าบทบาทของรมว.ต่างประเทศ จะมีส่วนร่วมในการเจรจาอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ กมธ.จะมีความเห็นและเสนอแนวทางเพื่อส่งให้รัฐบาลพิจารณาด้วย

ก่อนหน้านี้ กมธ.ได้เชิญมาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ไม่ได้รับคำตอบจากหน่วยงานดังกล่าว เพราะปัญหาส่วนใหญ่เป็นระดับนโยบาย เจ้าหน้าที่ที่มาชี้แจงจึงไม่สามารถตอบได้ และเราเคยทำหนังสือถึงนายกฯและรมว.พาณิชย์ แล้วเช่นกัน แต่ไม่ได้รับคำตอบ

นายจุลพงศ์ กล่าวว่า ความห่วงใยในเรื่องระยะเวลาการผ่อนผันการบังคับใช้ภาษีนำเข้าใหม่ของสหรัฐฯ กับประเทศไทย ซึ่งจะครบกำหนด 90 วัน ในวันที่ 1 ก.ค. จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลนำเรื่องนี้มาเป็นวาระเร่งด่วน เพราะสินค้าจากไทยล็อตสุดท้ายที่จะส่งออกถึงสหรัฐฯ ก่อนเส้นตายนั้น ต้องส่งสินค้าออกจากไทยก่อนวันที่ 9 มิ.ย. เนื่องจากต้องเผื่อเวลาขนส่ง

หากพ้นกำหนดระยะเวลาผ่อนผันไปแล้ว แต่รัฐบาลชุดนี้ยังไม่พร้อมเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ หรือยังหาข้อตกลงกับรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้ ผลกระทบรุนแรงที่จะเกิดขึ้นก็คือ สินค้าทุกประเภทของไทยที่ส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ จะถูกเก็บภาษีนำเข้าถึง 36% และผลกระทบรุนแรงนี้ ไม่เฉพาะภาคการผลิต และการส่งออกเท่านั้น แต่จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศทั้งวงจร

“ผมไม่อยากให้รัฐบาลเสียสมาธิในเรื่องอื่นที่มีความสำคัญเร่งด่วนน้อยกว่า เช่น เรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เพราะวิกฤตการค้าโลกในครั้งนี้ และนโยบายการค้าของประเทศต่างๆ ทำให้มีความไม่แน่นอนเป็นอย่างยิ่ง จึงเป็นเรื่องที่น่าวิตก

น่าสงสัยว่า ทำไมกระทรวงการต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รมว.ต่างประเทศ ถึงเงียบผิดปกติในเรื่องนี้ ทั้งที่ท่านควรมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยรมว.คลัง และรมว.พาณิชย์ เจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ หรือท่านเกรงว่า ท่านประสบปัญหาไม่สามารถเดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้ตามประกาศของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ” นายจุลพงศ์กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน