ดีเอสไอ เร่งสอบพยานหลักฐานเส้นเงินเชื่อมโยงขบวนการจัดฮั้วเลือกสว. ยันต้องตรวจสอบรอบคอบ หากหลักฐานชัด พร้อมแจ้งข้อหาฟอกเงิน-อั้งยี่
เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2568 จากกรณีมีรายงานข่าวคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ซึ่งมี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) เป็นประธานกรรมการสืบสวนและไต่สวน ร่วมกับ 3 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่ กกต. รวมทั้งหมด 7 ราย ร่วมกันรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.67
กระทั่งวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน การสอบสวนปากคำพยาน ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ข้องเกี่ยวของกลุ่มคณะบุคคล การตรวจสอบเส้นทางการเงิน ตั้งแต่การเลือกสว. ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ การกาคะแนน การนับผลคะแนนที่มีการเลือกหมายเลขเดียวกัน ซ้ำๆ กันหลายชุด ตรวจสอบข้อมูลทางธุรกรรมธนาคารของบุคคลในขบวนการ ข้อมูลผู้ใช้โทรศัพท์ เป็นต้น
เมื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์ พบการกระทำของสว. เบื้องต้น 60 ราย เข้าข่ายมีกระบวนการหรือพฤติการณ์ที่ไม่ได้เป็นไปด้วยสุจริตหรือเที่ยงธรรม เป็นความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 โดยมีรายงานว่าในวันที่ 8 พ.ค.นี้ กกต. เตรียมออกหมายเรียกแจ้งข้อกล่าวหาต่อ สว. ทั้ง 60 ราย เพื่อให้เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
รายงานข่าวแจ้งว่า ในส่วนคดีอาญาอื่นที่ดีเอสไอรับไว้ดำเนินการ คือ ฐานความผิดฟอกเงินและอั้งยี่ ดีเอสไอจะเน้นไปที่พยานหลักฐานเส้นทางการเงินว่าสว.รายนั้น ๆ ได้รับโอนเงิน หรือมีการทำธุรกรรมทางการเงินกับคณะบุคคลที่มีหน้าที่จัดฮั้วอย่างไรบ้าง ถ้าหากมีพยานหลักฐานชัดเจนว่าสว.รายนั้น มีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องกับขบวนการจัดฮั้ว ดีเอสไอ สามารถพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาฟอกเงินและอั้งยี่ได้
ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ เพื่อดูความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ของตัวบุคคลในเส้นทางการเงินทั้งหมด แต่ยืนยันว่าในตอนนี้คณะพนักงานสอบสวนยังไม่มีการนัดประชุมสรุปเรื่องหมายเรียกผู้ต้องหาในคดีฟอกเงินและอั้งยี่แต่อย่างใด