ลิณธิภรณ์ โต้ สส.ประชาชน ก่อนตำหนิคนอื่น หันดูปัญหาพรรคตัวเองก่อน ซัดกลับขาดตรรกะ สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล หลังกล่าวหานายกฯ รุนแรง แนะทบทวน-ปรับปรุงโครงสร้างภายในของตัวเอง ไม่ใช่ตีโพยตีพายโทษคนอื่น
วันที่ 21 พ.ค.68 น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ดร.หญิง ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ โต้กลับ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ออกมาวิจารณ์การให้สัมภาษณ์ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถึงประเด็น สส.พรรคประชาชน ย้ายไปพรรคกล้าธรรม
โดยระบุว่า “สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล” ถ้อยคำของคุณสะท้อนตัวตนผู้พูดชัดเจนกว่าที่ตั้งใจเสียอีกค่ะ ก่อนจะตำหนิผู้อื่น ขอให้หันกลับมาทบทวนปัญหาภายในพรรคของตนเองเสียก่อน เพราะการที่ สส.ของพรรคประชาชน ขอย้ายพรรคไม่ได้เกิดจากแรงกดดันภายนอก แต่สะท้อนให้สังคมตั้งคำถามว่า ระบบการทำงานภายในพรรคเปิดกว้าง และเป็นธรรมจริงหรือไม่
หากจะเรียกว่า “ทรยศประชาชน” ก็ต้องหมายถึงผู้แทนที่ไม่สามารถแก้ไขความเดือดร้อนของชาวบ้านได้อย่างเป็นรูปธรรม มัวแต่หิวแสง หรือเคลมผลงานของผู้อื่น การใช้วาทกรรมเสียดสีซ้ำๆ จึงไม่ช่วยให้ข้อมูลถูกต้องขึ้น กลับยิ่งตอกย้ำข้อจำกัดความเข้าใจของผู้พูด
ที่สำคัญการย้ายพรรคเป็นสิทธิส่วนบุคคล และเกิดขึ้นในระบบรัฐสภาไทยมานาน การดึงประเด็นนี้ไปกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีแพทองธาร “ขาดความรู้ทางการเมือง” จึงขาดตรรกะและไม่ช่วยแก้ปัญหาภายในพรรคของคุณเลย ตัวอย่างก็มีให้เห็น อดีต สส. จำนวนมากเคยออกจากพรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล หรือพรรคอื่น เพราะทัศนคติและรูปแบบการทำงานไม่ตรงกัน พรรคเพื่อไทยมองเรื่องนี้เป็นสิทธิส่วนตัว ไม่เคยก้าวล่วงหรือตำหนิ
ดังนั้น หาก สส.ของพรรคประชาชนรู้สึกอึดอัดจนต้องย้ายพรรค ทางออกที่เป็นเหตุเป็นผล คือทบทวนและปรับปรุงโครงสร้างภายในของตนเอง ไม่ใช่ตีโพยตีพายโทษคนอื่น โดยไม่มองจุดบกพร่องของตัวเองค่ะ