‘สภาพัฒน์’ รับเศรษฐกิจปี’69 โตต่ำ 3.3 ผงะ! หนี้สาธารณะ 64.13 % เกือบแตะเพดาน ด้าน ‘สภา’ ของบฯ 1.52 หมื่นล้าน ได้รับ 9 พันล้าน ทุ่มปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ 41 ล้าน หากแบ่งตามยุทธศาสตร์ ‘การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม’ ได้รับจัดสรรสูงสุด 9.42 แสนล้าน
25 พ.ค. 68 – ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ระหว่างวันที่ 28-31 พฤษภาคม จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วาระแรก วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นจากงบประมาณ พ.ศ.2568 จำนวน 2.79 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ มีเอกสารที่ใช้สำหรับประกอบการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวที่น่าสนใจ โดยพบว่า สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) คาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2568 (ในกรณีฐานที่ไม่รวมผลจากการดำเนินมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐอเมริกา) ว่าจะขยายตัวในช่วงร้อยละ 2.3-3.3 โดยมีแรงสนับสนุนสำคัญจากการขยายตัวในเกณฑ์สูงของการลงทุนภาครัฐ การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการบริโภคภายในประเทศ ประกอบกับ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังมีข้อจำกัดจากภาระหนี้สินภาคครัวเรือน และภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง และมีปัจจัยเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนในภาคเกษตร ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ สำหรับอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ในช่วงร้อยละ 0.5-1.5 และดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มเกินดุลร้อยละ 2.5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ
สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2569 สภาพัฒน์ฯ คาดว่า จะขยายตัวในช่วงร้อยละ 2.3-3.3 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภค และการลงทุนภาคเอกชน และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว
ในขณะที่การดำเนินมาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง สำหรับอัตราเงินเฟ้อคาดว่า จะอยู่ในช่วงร้อยละ 0.5-1.5 และดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มเกินดุลร้อยละ 2.3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ
สำหรับหนี้สาธารณะ และการก่อหนี้ภาครัฐ โดยหนี้สาธารณะ ณ วันที่ 31 มกราคม 2568 มีจำนวน 1.19 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 64.13 ของจีดีพี ประกอบด้วยหนี้ที่เป็นข้อผูกพันของรัฐบาลซึ่งเกิดจากการกู้ยืมโดยตรง และการค้ำประกันเงินกู้โดยรัฐบาล จำนวน 1.13 ล้านล้านบาท และหนี้ที่รัฐบาลไม่ได้ค้ำประกัน จำนวน 5.58 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตามพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ กำหนดไว้ให้กรอบหนี้สาธารณะในประเทศห้ามเกินร้อยละ 70
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว พบว่าหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณมากที่สุด เป็น 5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับที่ 1 งบกลาง ได้รับการจัดสรรวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 6.32 แสนล้านบาท
โดยพบว่า งบฯกลาง ถูกจัดสรรไว้ทั้งสิ้น 12 รายการ ซึ่งรายการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณมากที่สุดคือ 1. เงินเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ จำนวน 3.64 แสนล้านบาท 2. เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 9.80 หมื่นล้านบาท
3. ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ จำนวน 9.42 หมื่นล้านบาท 4. ค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ จำนวน 2.50 หมื่นล้านบาท 5. เงินสำรอง เงินสมทบ และเงินชดเชยของข้าราชการ จำนวน 2.48 หมื่นล้านบาท
ขณะที่อันดับ 2 กระทรวงการคลัง ได้รับการจัดสรรวงเงินงบประมาณจำนวน 3.97 แสนล้านบาท อันดับ 3 กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับการจัดสรรวงเงินงบประมาณจำนวน 3.55 แสนล้านบาท อันดับ 4 กระทรวงมหาดไทย ได้รับการจัดสรรวงเงินงบประมาณจำนวน 3.01 แสนล้านบาท และอันดับ 5 ทุนหมุนเวียน จำนวน 2.74 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาการจัดสรรงบประมาณตามยุทธศาสตร์ จะพบว่า 5 อันดับยุทธศาสตร์ที่ได้รับการจัดสรรวงเงินงบประมาณมากที่สุด ได้แก่ อันดับ 1 ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม จำนวน 9.42 แสนล้านบาท แบ่งออกเป็น 12 แผนงาน
ซึ่งแผนงานที่ได้รับการจัดสรรงบวงเงินงบประมาณมากที่สุดคือ แผนงานยุทธศาสตร์สร้างหลักประกันทางสังคม จำนวน 3.99 แสนล้านบาท รองลงมาคือ รายการค่าดำเนินการภาครัฐ จำนวน 6.69 แสนล้านบาท ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ จำนวน 6.06 แสนล้านบาท ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ จำนวน 6.05 แสนล้านบาท และยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง จำนวน 4.15 แสนล้านบาท ตามลำดับ
ทั้งนี้ ในส่วนของงบประมาณในส่วนของรัฐสภา มีการขอไปที่สำนักงบประมาณจำนวน 1.52 หมื่นล้านบาท แต่ได้รับการจัดสรรวงเงินงบประมาณมา 9.21 พันล้านบาท ผู้สื่อข่าวพบว่า มีการของบประมาณเพื่อก่อสร้างและปรับปรุงพื้นที่พิพิธภัณฑ์รัฐสภา จำนวน 41 ล้านบาท รวมถึงยังมีค่าควบคุมงานก่อสร้าง และปรับปรุงพื้นที่พิพิธภัณฑ์รัฐสภาอีก 1.67 ล้านบาท