“รมช.กลาโหม” ชี้ ตัวเลขผู้สมัครใจเป็นทหารเกณฑ์เพิ่มขึ้น อ้อนสังคมสร้างบรรยากาศให้คนสมัคร โอดถูกโจมตีหนักเกิน พร้อมรับฟังคำติติงตรงไปตรงมา

เมื่อเวลา 21.20 น. วันที่ 29 พ.ค. 2568 พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ชี้แจงว่ากองทัพได้เปลี่ยนผ่านอย่างต่อเนื่อง ช่วงเวลาที่ผ่านมาเราลดการพึ่งระบบเกณฑ์ทหาร ส่งเสริมระบบสมัครใจอย่างเป็นรูปธรรม ในปี2567 มียอดสมัครถึง 47.80% แต่ปีนี้มีการรณรงค์มากขึ้นทำให้มีผู้สนใจสมัครถึง 52.83% เราได้สัมภาษณ์ผู้ที่สมัครมาเป็นทหารนั้นส่วนใหญ่ระบุว่าตัดสินใจเพราะการเติบโตในอาชีพ และส่วนหนึ่งคือเงินตอบแทน

ซึ่งทางกองทัพไม่ได้ฝึกจนครบเวลาก็ปล่อยกลับบ้าน แต่เรามีแผนพัฒนากำลังพลระดับพลทหาร ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน พลทหารจะได้รับการเพิ่มพูนทักษะอาชีพ ทักษะคุณวุฒิ ผู้ที่ยังไม่ได้เรียนหนังสือจะได้รับการส่งเสริมให้เรียนจนจบการศึกษาสูงสุด

นอกจากนั้นยังเพิ่มโควตาให้สอบเข้าโรงเรียนนายสิบ หรือโรงเรียนจ่าทหาร บางคนมีความสามารถสามารถสอบเข้าไปถึงโรงเรียนนายร้อย

พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า อยากขอความร่วมมือสังคมและสื่อมวลชนให้สร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยในการที่จะให้มีผู้สนใจสมัครเข้าเป็นทหารมากขึ้นเพราะบางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกองทัพถูกโจมตีหนักจนเกินไป ปัจจุบันเรายืนยันว่ามีการปรับระบบการฝึก ระบบการปกครองรวมถึงการเป็นอยู่ให้ดีขึ้นแล้ว

ส่วนที่มีการเสนอให้ปรับเงินเดือนขึ้นเป็น 15,000 บาทนั้น หากปรับขึ้นจริงเงินเดือนรวมกับค่าประกอบเลี้ยงของพลทหารจะมากกว่า นายสิบที่จบการศึกษาไม่ถึงปริญาตรีบรรจุใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนแก้ไขปัญหา และแนะนำให้ปรับมาใช้ระบบทหารอาสาสมัคร จะทำให้กองทัพต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นเนื่องจากต้องจ่ายเงินเดือนมากกว่าใช้พลทหารซึ่งเรามีกรอบงบประมาณที่จำกัดอยู่แล้วจึงขอใช้เวลาในการดำเนินการ

พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ส่วนที่มีการเสนอให้ลดขั้นตอนต่างๆ ทางกองทัพก็พยายามแก้ไขแต่โดยประสบการณ์การลดขั้นตอนจะมีความเสี่ยงต่อการทุจริต ทางกองทัพจึงขอคิดให้รอบคอบในอนาคตอาจเป็นเหมือนที่มีการเสนอแนะมา

”รัฐบาลไม่เคยมองว่าการเกณฑ์ทหารคือคำตอบที่ถาวรเพียงแต่เราไม่สามารถประกันได้ว่าหากมีปีนี้ได้รับผู้สมัครใจครบ 100% ปีหน้าจะยังคงมีผู้สมัครครบหรือไม่ ขอให้มั่นใจว่ากองทัพไทยในวันข้างหน้าจะทันสมัย สมัครใจ โปร่งใส มีศักดิ์ศรี“พล.อ.ณัฐพลกล่าว

พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ที่ผ่านมามีเหตุการณ์บางกรณีที่เกี่ยวกับพฤติการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ในกองทัพ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ ทางรัฐบาลและกองทัพไม่ได้ปฏิเสธเราขอรับฟังทุกคำติติงอย่างตรงไปตรงมา และจะนำไปตรวจสอบข้อเท็จจริงหากพบว่าจริงก็จะเร่งรัดแก้ไข

กองทัพมีบุคลากรประมาณ 200,000 คน ถือเป็นองค์กรขนาดใหญ่เป็นธรรมดาที่จะมีเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือเรามีระบบป้องกันและตรวจสอบที่ใช้งานได้จริง ยืนยันว่าใน ระดับนโยบายกองทัพจะไม่มีการปกปิดความผิด พร้อมจะทำความจริงให้ปรากฏ พร้อมไม่ปฏิเสธการตรวจสอบ พร้อมรับฟังแม้ว่าจะเป็นคำติติงที่ฟังแล้วเจ็บปวด เพราะเป็นข้อมูลในการพิจารณาดำเนินการให้ดียิ่งขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน