ลิณธิภรณ์ ชูรัฐบาลแพทองธาร เพิ่มงบการศึกษา สร้างโอกาส-ลดเหลื่อมล้ำ 3 มิติ ย้ำรัฐบาลเห็นความสำคัญ ลงทุนทรัพยากรมนุษย์ของไทย
เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 31 พ.ค. 2568 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญ (เป็นพิเศษ) วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เป็นวันที่สาม
น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายสนับสนุนร่างพ.ร.บ.งบฯ 69 ด้านการศึกษา วิจัย พัฒนา ส่งเสริมเยาวชนและทรัพยากรมนุษย์ของไทยว่า งบการศึกษาในปีนี้คือหลักฐานว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้พูดถึงอนาคตเฉยๆ แต่กำลังลงทุนกับการเรียนรู้อย่างจริงจัง
เพราะไม่มีอะไรจะชัดเจนเท่ากับการที่รัฐบาลให้งบการศึกษาเพิ่มขึ้น ทั้งที่รัฐต้องบริหารท่ามกลางความท้าทายทางการคลัง โดยจัดสรรงบกระทรวงศึกษาธิการ 355,108 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% และกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 140,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.1%
น.ส.ลิณธิภรณ์ อภิปรายว่า งบประมณปี 69 สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่ารัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงทุนสร้างอนาคตกับการศึกษาของเด็กไทยในโลกยุค Ai พร้อมสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำไปพร้อมกันใน 3 มิติ คือ
1.มิติการสร้างคนเพื่อรองรับเทคโนโลยีขั้นสูงและส่งเสริมความสร้างสรรค์ ใช้งบประมาณ 35,149 ล้านบาท พัฒนาหลักสูตร STEM และ AI ตลอดจนงบ 215.33 ล้านบาท สนับสนุนซอฟต์ พาวเวอร์ ความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย
2.มิติการสร้างหลักสูตร Higher Education Sandbox แตกต่างจากมาตรฐานอุดมศึกษาและงานวิจัยผลิตความรู้ต้นน้ำอย่าง BCG อว.For EV ด้วยงบ 19,800 ล้านบาท ผลักดันเศรษฐกิจอนาคตผ่านเทคโนโลยีระดับสูง ตอบโจทย์ภาคอุตาหกรรม
3.มิติการลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็กและเยาวชนไทยด้วยงบ กสศ. 7,987 ล้านบาท ทำให้โครงการ Zero Dropout จากคำโฆษณากลายเป็นผลลัพธ์ที่เห็นได้จริง และเพิ่มทางเลือกการศึกษานอกระบบการศึกษากว่า 200 ล้านบาท พร้อมฟื้นทุน ODOS กว่า 7,200 ทุนด้วยงบ 4,599 ล้านบาท เปิดโลกทัศน์ โอกาสแห่งความฝัน การเรียนของเด็กไทยในต่างประเทศ
น.ส.ลิณธิภรณ์ อภิปรายว่า แม้งบ 2569 จะมีข้อดีอยู่มาก แต่รายจ่ายบางส่วนอาจปรับปรุงเพิ่มเติมให้เหมาะสมได้มากกว่านี้ เช่น งบประมาณฝึกอบรมและสัมมนาครู โดยเฉพาะกิจกรรมภายใต้หน่วยงานต้นสังกัดในระดับภูมิภาค ที่มีเนื้อหาซ้ำซ้อน ขาดตัวชี้วัดที่ชัดเจน เพราะเราไม่ได้ต้องการครูที่นั่งฟังบรรยายวันละ 8 ชั่วโมง แต่เราต้องการครูที่มีเวลาสอนเด็กให้เข้าใจโลกแห่งความเป็นจริง
ตลอดจนงบที่ซื้อเพื่อซื้อมากกว่าการพัฒนา เช่น บำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบสารสนเทศ 146 ล้านบาท หรือคอมพิวเตอร์ที่มีราคาต่อหน่วยต่ำกว่า 1 ล้านบาท รวม 243 หน่วยกำหนดวงเงิน 187 ล้านบาท
จึงฝากเป็นข้อสังเกตให้คณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) การศึกษาใช้เป็นแนวทางพิจารณา เพราะการพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษาไม่ควรเริ่มจากกล่องสินค้า แต่ต้องเริ่มจากความเข้าใจผู้เรียนและครูว่าต้องการอะไร ใช้เป็นหรือไม่ และมีความพร้อมระดับไหน
“นับตั้งแต่วันที่พรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาลจนถึงวันนี้ รัฐบาลเห็นความสำคัญของการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ของไทย รัฐบาลนี้เข้าใจดีว่าการแข่งขันในโลกอนาคตไม่ได้วัดกันที่ GDP อย่างเดียว แต่วัดกันที่คุณภาพของคน เราจึงให้การศึกษาเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา
งบประมาณปี 2569 อาจไม่ได้หวือหวาในเชิงตัวเลข แต่เป็นการเริ่มวางกลไกแห่งอนาคต ด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ และมีเป้าหมายชัดเจน ถึงโลกจะหมุนไป แต่เพื่อไทยหัวใจยังคงเป็นประชาชน” น.ส.ลิณธิภรณ์ ระบุ