ทนายอั๋น ลั่นสว.ล็อตต่อไป ‘เจ๊ใหญ่เมืองอำนาจ-ลูกเทพ-เจ้าพ่อเขากระโดง’โดนแน่ จ่อยื่น ‘เท้ง’ สอบตาม ม.113 สัปดาห์หน้า วุฒิพงศ์ รับ 37 สว.เสี่ยงสูง โดนอาฆาตมาดร้าย แต่ไม่กลัว
เมื่อเวลา 13.25 น. วันที่ 30 พ.ค.2568 ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. แถลงว่า จากผลการลงมติของที่ประชุมวุฒิสภา ตีตกญัตติขอให้ชะลอการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญเพื่อตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและอัยการสูงสุด รวมทั้งให้ความเห็นชอบ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
แสดงถึง สว.เสียงข้างมากไม่ได้สนใจ ไม่เห็นหัวประชาชน ยังเดินหน้าเลือกองค์กรอิสระต่อ เรื่องนี้ฝืนความรู้สึกประชาชนและทำให้กระบวนการองค์กรอิสระบิดเบี้ยวไปหมด โดยสว.เสียงข้างน้อยได้อภิปรายและแสดงเหตุผลว่าเพราะอะไรที่ไม่ควรเลือกองค์กรอิสระ เนื่องจากเป็นประโยชน์ทับซ้อน
“เมื่อคู่กรณีนั่นคือสว.ไปลงมติเลือกองค์กรอิสระซึ่งจะมาตัดสินคดีของตัวเอง ไม่ว่ากกต. ป.ป.ช. หรือศาลรัฐธรรมนูญ ย่อมเกิดการบิดเบี้ยวของกระบวนการดังกล่าว จึงขอแสดงความเสียใจกับประชาชน และขอฟ้องประชาชนว่าการทำหน้าที่ของสว.เสียงข้างมากนั้นเหมาะสมหรือไม่” น.ส.นันทนา กล่าว
ด้านนาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว. กล่าวว่า ในนามสว.เสียงข้างน้อย 30 คน เราทำเต็มที่แล้ว เราพยายามบอกว่าขอเลื่อนการพิจารณาออกไปก่อนเพื่อให้ผู้ที่ตรวจสอบเราดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 เดือน แต่สุดท้ายก็ได้แค่นี้ ขั้นตอนต่อไปประชาชนจะต้องพิจารณาเอาเอง
ขณะที่นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ กล่าวว่า หลังแถลงข่าวเสร็จ ตนจะไปยื่นต่อ ป.ป.ช. ตรวจสอบจริยธรรมของสว.ที่ลงมติเสียงข้างมาก และผลที่สว.เหล่านั้นได้กระทำไปชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และเรื่องการขัดกันของผลประโยชน์ตามกฎหมาย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการกระทำของพวกเขาในวันนี้และวันหน้า
นอกจากนี้ ในสัปดาห์หน้าตนจะยื่นต่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ในมาตรา 113 ของรัฐธรรมนูญ และสุดท้ายจะยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน
“พวกคุณทั้งหลายไปให้สุด ขาข้างหนึ่งติดคุกไปแล้ว วันนี้กกต. ดีเอสไอออกมาเรียกในล็อตที่ 5 แล้วและล็อตที่ 6 ผมบอกเลยว่าเป็นเจ๊ใหญ่เมืองอำนาจ ล็อตที่ 7 บรรดาลูกเทพทั้งหลาย และล็อต 8 เจ้าพ่อเขากระโดงโดนแน่” ทนายอั๋น กล่าว
เมื่อถามว่าสว.เสียงข้างน้อยมีจำนวน 40 คน แต่ทำไมสว.เหล่านี้จึงไม่ร่วมลงชื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญ น.ส.นันทนา กล่าวว่า กระบวนการวันนี้เป็นแค่การชะลอ การลงมติไม่ได้มีผลไปกล่าวโทษหรือส่งผลกระทบต่อผู้ที่ทำหน้าที่
แต่ญัตติที่ตนเสนอไปที่ต้องการสว. 20 คนคือ 1 ใน 10 เป็นเรื่องตามมาตรา 82 คือการถอดถอนก่อนแล้ว จึงขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จึงเป็นยาแรงที่ส่งผลกระทบต่อผู้ที่ร่วมลงชื่อ จึงมีผู้ร่วมลงชื่อไม่ครบตามจำนวน การชะลอตรงนี้เมื่อสว.ทั้งหลายที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาได้รับการพิพากษาว่าบริสุทธิ์ เขาก็สามารถกลับมาทำหน้าที่ต่อไป ฉะนั้น สว.เสียงข้างน้อยมองว่าเป็นมาตรการที่เหมาะสม
เมื่อถามว่ามั่นใจได้อย่างไรว่าสว. 37 คนที่ลงมติเห็นชอบให้ชะลอการเลือกองค์กรอิสระจะอยู่รอดปลอดภัย นาวาตรีวุฒิพงศ์ กล่าวว่า ไม่ปลอดภัย ทุกวันนี้เราเสี่ยงสูง เพราะเขาอาฆาตมาดร้ายเราแล้ว ส่วนการทำงานต่อไปของสว.เสียงข้างน้อยค่อนข้างยากลำบาก หากกกต. และดีเอสไอจะทำงานล่าช้าคิดดูแล้วกันว่าจะเกิดผลกระทบอะไรกับเสียงข้างน้อย โดนกันหมดทุกฝ่าย ทำงานลำบาก
ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่ม สว.เสียงข้างมาก เริ่มน้อยลงนั้น นาวาตรีวุฒิพงศ์ และน.ส.นันทนา เห็นตรงกันว่า ขณะนี้เริ่มมีปฏิกิริยาจาก สว.เสียงข้างมาก วันนี้มีการลาถึง 25 คน เพราะถูกแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว จึงคิดว่าไม่มาเสียดีกว่า ส่วน สว.เสียงข้างน้อย ก็มีหายไปเช่นกัน ซึ่งเป็นพวกที่กลัว เพราะอาจมีปัญหาในการทำงาน วันนี้ทุกคนหวั่นเกรงต่อประชาชน แม้จะไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพราะประชาชนกว่า 80-90% ไม่เห็นชอบ
“บางคนไปตลาดถูกถามว่าเป็น สว.หรือไม่ จะไม่ขายของให้ อีกทั้งถูกญาติพี่น้องสอบถามว่าเหตุใดจึงไม่ร่วมลงชื่อถอดถอน สว. ซึ่งเป็นเรื่องลำบากที่จะทำให้อยู่อย่างปลอดภัย และเมื่อฟังการอภิปรายในห้องประชุม ผมก็น้ำตาไหล สงสารตัวเอง สงสารประชาชน วันนี้จึงตัดสินใจลงมาชี้แจงกับประชาชนว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ตอนนี้ผมไม่กลัวแล้ว แต่ขอยอมรับว่าก่อนหน้านี้เคยกลัว
วันนี้ความกลัวเปลี่ยนเป็นความกล้าแล้ว อย่าขู่มาก ผมเป็นอดีตทหาร หากเจอขู่มากแล้วจะกล้า กล้าแล้วบ้าบิ่นด้วย หลายคนเป็นเพื่อนกันมา แต่วันนี้เขาบอกว่าไม่อยากพูดกับผม ไม่อยากมองหน้า แต่ไม่เป็นไร ผมมองหน้าประชาชนได้ มองหน้าสื่อได้ ไม่ละอายใจ แหงนหน้าไม่อายฟ้า ก้มหน้าไม่อายดิน ถ้าทำงานไม่ได้ ไม่สนุก อย่างมากก็กลับไปอยู่บ้านเลี้ยงหลาน วันนี้อายุ 64 ปีแล้ว” นาวาตรีวุฒิพงศ์ กล่าว