“สุดาวรรณ” ยัน งบ กระทรวงวัฒนธรรม คุ้มค่า นำทุนวัฒนธรรมมาต่อยอดเศรษฐกิจ ชู 4 แนวทาง ดันมรดกทางวัฒนธรรมไทยสู่สากล มีบทบาทในเวทีโลก
เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 31 พ.ค. 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญ เป็นพิเศษ วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท เป็นวันที่สี่
น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.วัฒนธรรม ชี้แจงงบประมาณของกระทรวงวัฒนธรรมว่า เรื่องงานมหกรรมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และเจรจาธุรกิจ งานนี้จัดขึ้นต่อเนื่องจากงานพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ และในการจับคู่เจรจาธุรกิจผู้ประกอบการในครั้งนี้ คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้กว่า 200 ล้านบาท
ทางกระทรวงฯ จะนำเอาข้อห่วงใยและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปปรับปรุง ซึ่งสำหรับการจัดทำงบปี 69 นี้ ได้ดำเนินอยู่ในหลักการที่ชัดเจนว่าต้องคุ้มค่า โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเป็นการนำเอาทุนวัฒนธรรมไปสู่การพัฒนาต่อยอด ชุมชนสังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืน เราจะเอาทุนทางวัฒนธรรมไปเป็นทุนทางเศรษฐกิจ
น.ส.สุดาวรรณ กล่าวว่า แนวทางหลักมี 4 ด้าน ประกอบด้วย ผลักดันมรดกทางวัฒนธรรมไทยไปสู่สากล มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ในปัจจุบันนี้ของประเทศไทยมีอยู่ 5 แห่ง ที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว ทั้งจ.สุโขทัย พระนครศรีอยุธยา แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง เมืองโบราณศรีเทพ และล่าสุดที่ภูพระบาท
ทั้งนี้ยังมีอีก 5 แหล่งที่ยังรอการขึ้นทะเบียนมรดกโลกอยู่ นอกจากจะสร้างความภาคภูมิใจให้ประชาชนที่เป็นเจ้าของแหล่งแล้ว ยังทำให้เป็นที่รู้จักส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ถือเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จทางเศรษฐกิจ และการพัฒนามรดกทางวัฒนธรรม
สำหรับมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ประเทศไทยได้ขึ้นทะเบียนไปแล้วถึง 6 รายการในปัจจุบัน คือ โขน นวดไทย โนรา สงกรานต์ และปลายปีที่แล้วเราได้ขึ้นทะเบียนต้มยำกุ้งและเคบาย่า โดยยังมีรอขึ้นทะเบียนอีก 4 รายการ ซึ่งจะทำให้เกิดการอนุรักษ์สืบสานคุ้มครองสิทธิ และสามารถต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้
น.ส.สุดาวรรณ กล่าวว่า อีกแนวทางคือการส่งเสริมคุณวัฒนธรรมสู่การสร้างคุณค่าและมูลค่า ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมได้มีการจัดการท่องเที่ยวโบราณสถานยามราตรีที่พระนครศรีอยุธยา ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมาก
หลังจากนำร่องไปได้เพียง 3 เดือน ทั้งผู้ประกอบการและประชาชนได้ทำจดหมายถึงกระทรวงวัฒนธรรมให้ขอขยายเวลา และในปีนี้ได้มีการจัดการท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืนที่ปราสาทหินพิมาย และในอนาคตคาดหวังว่าจะมีการจัดกิจกรรมเช่นนี้ทั่วทุกภูมิภาค ไม่ว่าที่จ.สุโขทัย หรือจ.เชียงใหม่ เป็นลำดับต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีการบูรณาการกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการจัดทำเส้นทางใหม่เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง รวมถึงการจัดมหกรรมศิลปะนานาชาติร่วมสมัย หรือ Thailand Biannale ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีและเพิ่มการจ้างงานได้ ซึ่งจัดมาแล้ว 3 ครั้ง สำนักงานศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัยได้ของบประมาณเพื่อจัดทำอีกในครั้งที่ 4 ที่จ.ภูเก็ต ในปลายปีนี้
รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า สำหรับประเพณีสำคัญ เราได้สนับสนุน ผลักดันให้ประเพณีสำคัญของไทย ทั้งลอยกระทง สงกรานต์ เข้าพรรษา ให้เป็นประเพณีที่สามารถสร้างสีสันให้กับประเทศได้ ขณะที่อาหารไทยก็เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ
นอกจากการผลักดันต้มยำกุ้งให้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้วนั้น ยังมีโครงการ The Lost Taste รสชาติที่หายไป ซึ่งเราต้องการให้ทุกจังหวัดที่มีอาหารประจำถิ่นซึ่งกำลังจะเลือนหายไป ได้รักษาและเก็บไว้เพื่อนำมาสู่สายตาของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร
แนวทางการส่งเสริมการนำเอาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ผ่านภาพยนตร์ ละครและซีรีส์ ก็เป็นอีกแนวทางในการสร้างสรรค์เศรษฐกิจที่ดำเนินการภายใต้นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ กระทรวงวัฒนธรรมได้สนับสนุนให้ผู้ประกอบการด้านภาพยนตร์ ทั้งก่อนและหลังการถ่ายทำ
“ทุกท่านอาจจะทราบข่าวดีแล้วว่า ภาพยนตร์เรื่อง ‘ผีใช้ได้ค่ะ’ ได้มีการฉายและรับรางวัลที่เมืองคานส์ ครั้งล่าสุด ก็เป็นอีกภาพยนตร์ที่กระทรวงวัฒนธรรมได้สนับสนุน ทั้งช่วงก่อนและหลังการถ่ายทำ ให้สามารถสร้างรายได้และชื่อเสียงของประเทศไทยได้อย่างมาก ขอให้ทุกท่านมั่นใจได้ว่ากระทรวงวัฒนธรรมไม่ได้ทำหน้าที่แค่อนุรักษ์ แต่มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมไทยให้กลายเป็นพลังของประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมที่ยั่งยืน และบทบาทในเวทีโลก” น.ส.สุดาวรรณ กล่าว