รัฐบาลกำลังเผชิญสารพัดปัญหารุมเร้า ทั้งเรื่องคดีความ และสถานการณ์เศรษฐกิจ

สถานการณ์เหล่านี้เกี่ยวโยงกับดวงดาวอย่างไร และดวงเมืองจากนี้เป็นอย่างไร

มีคำทำนายจากนักพยากรณ์ และโหราศาสตร์ชื่อดัง

บุศรินทร์ ปัทมาคม

นักโหราศาสตร์และคอลัมนิสต์ชื่อดัง

การทำนายจรหรือการทำนายอนาคตดวงเมือง ตามหลักโหราศาสตร์จำเป็นต้องใช้ 1.อายุย่าง 2.ทักษาจร 3.เรื่องกาลเวลา ที่จะดูได้จากปฏิทินดาราศาสตร์ คือการโคจรของดาวพระเคราะห์แต่ละดวงร่วมด้วย

ดวงเมือง อายุย่างจะเท่ากับพ.ศ.2568 ลบด้วย 2325 เท่ากับ 243 ปี เมื่อผ่านวันเกิด 21 เม.ย. 2568 ไปแล้ว นับอายุย่างได้ 244 ปี

ทักษาจร นับจากวันเกิด เกิดวันอาทิตย์ (๑) เริ่มนับทักษาจรที่ดาวอาทิตย์ (๑) อายุย่าง 244 ปี นับทักษาจรได้ดังนี้ ทักษาจรเมื่ออายุย่าง 244 ปีนี้ ดาวอาทิตย์ (๑) เป็นบริวารจร และได้ดาวเสาร์ (๗) เป็นมูละจร

เมื่อนำดาวเสาร์ (๗) ซึ่งเป็นมูละจรพิจารณาร่วมกับดวงเมือง ได้ความว่า หลังจากวันที่ 19 พ.ค. 2568 ดาวเสาร์ (๗) มูละจร ย้ายเข้าไปในราศีมีนซึ่งเป็นเรือนวินาศของดวงเมือง

มูละจรไปอยู่ในเรือนวินาศของดวงเมือง หมายถึงเรื่องการเงิน หรือเศรษฐกิจของดวงเมืองจะลดน้อยลงไปตามลำดับ เรือนวินาศแปลว่าเสื่อมสูญ เสียหาย มูละแปลว่าทรัพย์สิน

จึงให้คำทำนายหรืออ่านดวงเมืองได้ว่า เศรษฐกิจจะตกต่ำ ผลิตผลทางการเกษตรจะได้น้อยลงและขายไม่ได้ราคา การเงินจะตกต่ำ ฝืดเคืองอย่างเห็นได้ชัด

ขณะที่ดาวราหู (๘) เป็นดาววิบากกรรมในดวงเมือง เพราะดาวราหู (๘) อยู่ในเรือนวินาศในดวงเดิม เมื่อดาวราหู (๘) จร ได้โคจรย้ายเข้าไปในราศีกุมภ์ เรือนลาภะของดวงเมือง ทำให้ทำนายได้ว่าผลประโยชน์หรือผลกำไรจะลดลงไปด้วย คำทำนายโดยสรุปคือการเงินลดลง หรือเศรษฐกิจตกต่ำ

จะส่งผลให้รัฐบาลบริหารบ้านเมืองได้ยากเพราะเรื่องงบประมาณไม่พอใช้จ่าย งานการเมืองไม่ราบรื่นเพราะขาดเงินทุน งบประมาณไม่พอ มีผลทำให้สังคมปั่นป่วน ผู้คนอดอยาก ขาดแคลน และเกิดปัญหาโจรลักขโมย คนร้ายจี้ปล้นชุกชุม

ปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำทำให้ประชาชนมองว่ารัฐบาลไม่มีฝีมือเพียงพอที่จะบริหารบ้านเมืองต่อไป

ความไม่สงบในบ้านเมืองจะรุนแรง เมื่อดาวอาทิตย์ (๑) บริวารจะโคจรเข้าไปในเรือนอริ ระหว่างวันที่ 15 ก.ย.-16 ต.ค.2568 และเมื่อดาวอาทิตย์ (๑) โคจรเข้าไปในเรือนมรณะ (ราศีพิจิก) ระหว่างวันที่ 17 พ.ย.-16 ธ.ค. 2568

ช่วงปลายปีเป็นช่วงเวลาที่บ้านเมืองมีโอกาสเกิดความไม่สงบและวุ่นวายกว่าช่วงต้นปี

และหลังจากวันที่ 13 พ.ค.2568 ไปแล้ว ดาวพฤหัสฯ (๕) จร จะโคจรเข้าไปในราศีมิถุนซึ่งเป็นธาตุลม ดังนั้น ช่วงปลายปี ระหว่าง 13 พ.ค.2568 จนถึงสิ้นปีจะมีเรื่องภัยธรรมชาติเกิดขึ้น ลมพายุจะพัดแรง ให้ระมัดระวังไว้ด้วย

วสุวัส คำหอมกุล (โหรวสุ)

โหราศาสตร์ชื่อดัง

ช่วงนี้การเมืองวุ่นวาย มีคดีความหลายเรื่องซึ่งเป็นไปตามดวงเมือง ประมาณช่วงเม.ย.-ส.ค.2568 จะมีเรื่องราวที่เป็นคดีความที่รัฐบาลต้องโดน ทั้งเรื่องเก่า เรื่องใหม่ ช่วงนี้เรียกว่าดวงเมืองดาวพฤหัสฯ ขยับ แต่สุดท้ายคดีเหล่านี้จะไม่เดินไปไหน วนเป็นข่าวแต่ไม่คืบหน้า

อยู่ในช่วงที่เรียกว่ารับไว้พิจารณาแต่ปีหน้าอาจตัดสิน ตอนนี้คดีความที่เกิดขึ้นเรียกว่าเกมการเมือง เพราะออกหัวออกก้อยช่วงนี้ก็มีผลทางการเมืองหมด ทุกคนจึงไม่อยากให้เกิดสถานการณ์

ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่จะมีมาและเป็นเรื่องที่ดีเป็นเรื่องเศรษฐกิจ นโยบายรัฐบาลช่วงมิ.ย. ก.ค.เป็นต้นไปน่าจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาค่อนข้างมาก ดวงเมืองช่วงครึ่งปีแรกเศรษฐกิจไม่ค่อยดี แต่ครึ่งหลังจะได้อานิสงส์ของนโยบายรัฐบาลทำให้กลับมาดีอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ดียาว

ต้นปี 2569 สำคัญกว่า ช่วงม.ค.-มี.ค. 3 เดือนนี้การดำเนินการอะไรที่ค้างอยู่จะดี จะไปมีผลตอนนั้น รัฐบาลอยู่ได้และนโยบายได้ทำต่อ ดวงเมืองก็ไปต่อจนเลือกตั้งในปี 70 แต่ถ้ามีปัญหารัฐบาลอยู่ไม่ได้เกิดการยุบสภาอาจได้เลือกตั้งกลางปี 2569

ช่วงนี้ที่รัฐบาลมีคดีรุมเร้าทั้งในส่วนของนายทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ นั้น คดีของนายทักษิณกับคดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นคดีเก่า สุดท้ายไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

คดีที่จะตัดสิน 13 มิ.ย.นี้ไม่มีผลต่อคดีนายทักษิณ ดูแล้วไม่มีว่านายทักษิณจะโดนคดีอีกรอบก็ไม่เป็นไร ถ้าไม่มีคดีฟ้องใหม่ ส่วนการเดินทางกลับมาของน.ส.ยิ่งลักษณ์นั้นยังไม่ได้กลับ อีก 2 ปีไม่แน่ ประมาณปี 70 อาจได้กลับมา

ส่วนคดีฮั้วเลือก สว.คือของจริง เพราะมาในช่วงดาวขยับ เผลอๆ สว.อาจต้องเปลี่ยนยกชุดช่วงประมาณต้นปี 2569 คดีนี้จะส่งผลให้เกิดการเขย่ารัฐบาลอีก เป้าหมายเพื่อให้มีการยุบสภา ดังนั้น ต้องไปรอดูปี 2569 น่าจะเป็นการสู้กันด้วยกฎหมาย พวกใครพวกมัน

ส่วนปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ พืชผลการเกษตรราคาตกที่เป็นอยู่ตอนนี้ ยังมองว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นเพราะตอนนี้ดวงเมืองย้อนกลับมาเหมือนช่วงประมาณต้นปี 32 ยุคพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ตอนนั้นก็มีวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งพล.อ.ชาติชายมีนโยบายหลายอย่างทั้งการท่องเที่ยว การขุดก๊าซธรรมชาติ กลับมากระตุ้นเศรษฐกิจได้

แต่จะทำให้ประเทศย้อนกลับไปช่วงการเมืองวิกฤตและยุครัฐประหารในช่วงปี 33-34 สถานการณ์นี้จะอยู่ในช่วงปี 2569

รัฐบาลน่าจะมีนโยบายอะไรออกมาช่วงปลายปีตามดาวพฤหัสฯ ขยับ อังคารขยับ เสาร์มา จึงมองว่ามีออกมาแน่ๆ แต่อาจเป็นนโยบายที่คนไม่เห็นด้วย ไม่ชอบ แต่สุดท้ายได้ผลจริงๆ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

ต้นปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไม่ดีจริงๆ เพราะดวงเมือง มุมการค้าเปลี่ยน ยุคเปลี่ยน คนไม่ชอบซื้อของในห้าง แต่จะซื้อออนไลน์ แต่มาถึงตอนนี้คนมีเงินแต่ไม่มั่นใจเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ ขอเก็บเงินไว้ก่อน เพราะไม่มั่นใจรัฐบาลก็ส่วนหนึ่ง

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นคิดว่ายังไม่ยุบสภาแต่น่าจะปรับครม. จากดวงเมืองน่าจะปรับครม.กลางปีนี้ หรือหลังส.ค.มากกว่า แต่ปรับไม่ได้เยอะ เป็นการเอาคนบางคนออก เอากระทรวงที่ไม่มีผลงาน หรืออาจเปลี่ยนนโยบายบางอย่าง เช่น กระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข อาจปรับ

และสลับเอาพรรคหนึ่งออกแล้วเอาอีกพรรคเข้ามา อาจมีพรรคใหม่เกิดขึ้นจากฝ่ายค้านที่จะมาร่วมรัฐบาล ต้องรอจับตาดู รัฐบาลก็อยู่ต่อได้ ดวงเมืองไม่มีเรื่องยุบสภา รัฐประหารก็ไม่มี ทหารทำอะไรไม่ได้เพราะดาวอังคาร ทหารจะมีแรงต้องรอสิ้นปี แต่เข้าพ.ย.เรื่องเรือดำน้ำ การซื้ออาวุธ ก็จะถูกแฉอีก

ดังนั้น รัฐบาลปีนี้น่าจะอยู่ต่อไป ไว้ปีหน้าไปลุ้นอีกที โดยดวงรัฐบาลจะดีในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ผลงานและนโยบายทุกอย่างออกมาเชิงบวกหมด ขณะที่ม็อบปลุกไม่ขึ้น เพราะสองคนที่มาจับมือกันดวงตกทั้งคู่ มาจับมือกันก็ไม่มีผล

อรรถพล น้อยวงศ์ (หมอมีน ตีสิบ)

นักพยากรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโหงวเฮ้ง

หากดูตามเลขศาสตร์สากล (Numerology) ดาวมีการเปลี่ยนแปลง ฉะนั้นช่วงที่ผ่านมาอาจมีปัญหาค่อนข้างติดขัดและมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามา แต่ดวงเมืองปีนี้เป็นคู่มิตรกับดาวที่ย้าย ทุกอย่างจะเริ่มดีขึ้นประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ เริ่มเข้าที่เข้าทางทั้งเรื่องการเมืองและเรื่องเศรษฐกิจ

แต่ขอให้ผ่านมิ.ย.2568 ไปก่อนทุกอย่างจะดีขึ้นเอง เป็นปีอังคารตามเลขศาสตร์สากล มีผลดีทางด้านการเมือง เรื่องราชการ แต่เป็นดาวที่คงตัวไม่ได้หวือหวา แสดงถึงสถานการณ์ทุกอย่างที่เริ่มดีขึ้นแต่ต้องใจเย็นๆ

เพียงแต่ว่าเป็นดาวอีกภพหนึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างช้า แต่ทุกอย่างจะดีขึ้น ลงตัวขึ้น ซึ่งจะดีขึ้นเป็นภาพโดยรวมทั้งหมด

ดวงดาวมีเอฟเฟ็กต์ต่อเรื่องดวงการเมืองและเศรษฐกิจด้วย เหมือนส่งผลให้เรื่องนั้นๆ มีความมั่นคงมากขึ้น ดีขึ้น การทำงานเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น ความยากลำบากทุกอย่างก็จะดีขึ้น

เมื่อทุกอย่างดี พื้นฐานเศรษฐกิจก็จะดีขึ้น เหมือนเป็นดวงดาวที่ปูพื้นฐานต่อให้ปีถัดไป หรือ 2-3 ปีข้างหน้าก็จะดีขึ้น

สำหรับในปี 2568 ช่วงเดือนต.ค.คงจะหนักสุดของปี ถ้าผ่านไปก็ไม่มีปัญหาอะไร จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแน่นอน แต่คงไม่ได้เปลี่ยนแปลงถึงขั้นยุบสภา ดูแล้วไม่น่าเกิดขึ้น ปีนี้ไม่เห็นการยุบสภา เพราะตามดวงดาวจะดีขึ้นจึงไม่น่ามีการยุบสภา แต่จะมีการเปลี่ยนแปลงมากน้อย อาจเป็นลักษณะปรับครม.เท่านั้น

ขณะที่เรื่องภัยพิบัติในปีนี้ก็ไม่เห็นเช่นกัน คงจะฟาดเคราะห์ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ดังนั้น ภัยพิบัติปีนี้ไม่น่าจะมีแล้ว

ตามดวงเมืองรัฐบาลอาจต้องแก้ไขเรื่องที่เสี่ยงต่อความขัดแย้งภายใน ดังนั้น ต้องมีความเป็นมืออาชีพ ควบคุมอารมณ์ ถ้อยทีถ้อยอาศัยให้ดี ต้องใจเย็นและคิดถึงเรื่องของประเทศให้มากขึ้น มีความรอบคอบ

และควรวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ประเทศในระยะยาว อะไรที่ทำปุ๊บใช้ปั๊บจะไม่ค่อยได้ผลในปีนี้ ไม่เหมือนปีก่อนๆ ที่จะทำปุ๊บได้ปั๊บ แต่น่าจะเป็นเรื่องของทำปีนี้แล้วส่งผลถึงปีหน้าหรือปีถัดไป

เป็นเรื่องความมั่นคงทางการเมืองและเศรษฐกิจจำเป็นต้องปูพื้นฐานดีๆ รวมทั้งการท่องเที่ยวด้วย ซึ่งจะเห็นผลในปีถัดๆ ไป

ขณะที่ความขัดแย้งทางการเมืองมีอยู่แล้ว ปีนี้และปีหน้าดาวค่อนข้างมีความมั่นคงมากกว่าปีก่อนที่ผ่านมา ฉะนั้น เชื่อว่าปีนี้ค่อนข้างจัดการได้ดี ปัญหามีอยู่แล้วในทุกๆ ปี แต่ปีนี้น่าจะจัดการได้ดีกว่าปีก่อนๆ

อย่างที่บอกว่าปีนี้แนวโน้มจะดีขึ้นทุกอย่าง เพียงแต่จะดีขึ้นเรื่อยๆ ในลักษณะของความมั่นคง ดีขึ้น 20-30 เปอร์เซ็นต์ แม้จะดูเหมือนว่าสถานการณ์การเมืองไม่ค่อยดีแต่ไม่ได้แย่ลงกว่าเดิม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน