อังคณา ลั่นไม่มีใครยอมยกบ้านให้ใคร ตอก นายกฯ สัมพันธ์แนบแน่นต้องมีช่องทางสื่อสาร-หาทางออก เย้ยรัฐบาลมีเทคนิคปกป้องอธิปไตยได้แค่ไหน ติงกองเชียร์หยุดยั่วยุให้ทหารออกมาได้แล้ว
เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2568 นางอังคณา นีละไพจิตร สว. ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ของรัฐบาล ว่า เรื่องนี้เป็นความขัดแย้งในสังคมมาก เพราะมีหลายฝ่ายออกมาบอกว่า 1 มิลลิเมตรก็ไม่ยอมเสีย ทั้งที่ชาวบ้านในพื้นที่ 2 เชื้อชาติมีความผูกพันกัน เป็นพี่น้องกันพูดภาษาเดียวกัน แต่งงานกัน แม้กัมพูชาจะใช้วิธีการแข็งกร้าว ต้องการขึ้นศาลโลก แต่ไทยควรใช้วิธีเจรจา ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก
“กองเชียร์ทั้งหลายที่ยุให้ทหารออกมา ต้องหยุดแล้ว เพราะเรื่องแบบนี้ร้ายแรง เป็นเรื่องที่ประเทศทั่วโลก ขนาดยูเครนมีสงคราม รัฐบาลพลเรือนก็แก้ปัญหาอยู่” นางอังคณากล่าว
นางอังคณา กล่าวต่อว่า เชื่อว่า การที่แก้ปัญหาโดยให้มีความสมานฉันท์ในพื้นที่ คงไว้ซึ่งสันติภาพ ไม่ละเมิดสิทธิกันและกัน คงต้องมีการเจรจา
เมื่อถามว่าควรมีกลไกควบคู่กับการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย – กัมพูชา (JBC) หรือไม่ นางอังคณา กล่าวว่า ต้องลองดูไปก่อนว่า JBC มีประสิทธิภาพหรือไม่ แต่อย่าลืมว่าช่วงที่นายกฯไปเยือนกัมพูชา ยังได้รับคำชมจากนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาว่าได้จัดการกับผู้เห็นต่างในส่วนของกัมพูชา และประเทศเพื่อนบ้าน เรามีปัญหาเรื่องการปราบปรามข้ามพรมแดน
ตนมองว่าสามารถคุยได้พร้อมๆกันเลย ว่าจะประสานความร่วมมือกันอย่างไร และไม่ควรพูดแค่เฉพาะกรอบความร่วมมือหรือสิทธิประโยชน์ของรัฐ การค้าการลงทุน แต่เราควรพูดเรื่องความมั่นคงในพื้นที่ด้วยว่าทำอย่างไรคนที่อยู่ในพื้นที่ จะแก้ไขปัญหาร่วมกันได้
เมื่อถามว่านายกฯตอบคำถามที่ถูกวิจารณ์ว่ามีสายสัมพันธ์กับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภาและประธานองคมนตรีกัมพูชา แต่จะไม่ยอมยกบ้านให้ นางอังคณา กล่าวว่า ไม่มีใครยอมยกบ้านให้ใคร แต่ถามว่าความสัมพันธ์ที่แนบแน่น มันทำให้มีช่องทางพูดคุยสื่อสาร หรือประนีประนอม เพื่อหาทางออกให้ดีที่สุดได้
เรื่องการเสียดินแดนเสียพื้นที่ภายใต้อธิปไตย คงไม่มีใครยอมเสีย แต่ทำอย่างไรให้มีการพูดคุย โดยไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่เสียเลือดเสียเนื้อ เป็นสิ่งสำคัญมาก ที่ผ่านมากัมพูชาก็รับผู้ลี้ภัยหลายคนจากไทย เช่น นายจักรภพ เพ็ญแข จากพรรคเพื่อไทยก็เคยอยู่กัมพูชามาก่อน
“คุณทักษิณ ชินวัตร สนิทกับสมเด็จฮุนเซน เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยมากเลย ถ้าเราไปดูประวัติยาวนาน ของความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวชินวัตร และนายกฯกัมพูชา คิดว่าเรื่องนี้ไม่เกินความสามารถของรัฐบาล เพียงแต่รัฐบาลจะมีเทคนิคในการคุ้มครองคนไทยและอธิปไตยของประเทศไทยแค่ไหน โดยที่ยังคงบ้านพี่เมืองน้องไว้” นางอังคณา กล่าว