ศาลรัฐธรรมนูญ มีมิติเอกฉันท์ไม่รับอุทธรณ์ คำร้องของ พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ปมให้ชี้ขาดสถานภาพสว.ของ ‘ฉัตรวรรษ-คณะ’ เหตุไม่มีสิทธิยื่นต่อศาล
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2568 ศาลรัฐธรรมนูญ ได้พิจารณาคำร้องของ พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว และคณะ (ผู้ร้อง) กล่าวอ้างว่าตนและคณะเป็นคณะบุคคล ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 41 อันมีสิทธิยื่นคำร้องตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7(5)
ขอคัดค้านคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ 51/2568 ขอให้พิจารณาวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ของพล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร และคณะ (ผู้ถูกร้อง) สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 111(3)ประกอบมาตรา 185(1) หรือไม่ และขอให้มีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องต่อเนื่อง และเอกสารประกอบคำร้องปรากฏว่า การที่ผู้ร้องขอให้สมาชิกภาพของสว. ของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 111(7)
และขอให้มีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย มีลักษณะเป็นการยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ที่กำหนดให้เฉพาะสส.หรือ สว. จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภาหรือ กกต. เป็นผู้มีสิทธิอื่นคำร้องต่อต่อศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น
นอกจากนั้น คำร้องของผู้ร้องมีลักษณะ เป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญและพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีบทบัญญัติให้บุคคลมีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยหรือคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญผู้ร้องไม่อาจอุทธรณ์คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวได้
ประกอบกับไม่ปรากฏสาระสำคัญเพิ่มเติมจากคำร้องเดิมที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำสั่งไม่รับไว้พิจารณาวินิจฉัย ส่วนกรณีที่ผู้ร้องโต้แย้งว่าตนและคณะไม่ประสงค์ยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82
แต่ยื่นคำร้อง โดยอ้างสถานะความเป็นคณะบุคคลตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 41 อันมีสิทธิยื่นคำร้องตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญมาตรา 7(5) เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยให้สมาชิกภาพของสว.ของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 111 (7) ประกอบมาตรา 185 (7) นั้น
เห็นว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 7(5) และมาตรา 41 มิได้เป็นบทบัญญัติให้สิทธิผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องด้วยพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธธธรรมนูญ มาตรา 41 วรรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “ผู้ที่จะขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยคดีตามมาตรา 7 จะต้องเป็นบุคคล คณะบุคคล หรือองค์กรตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรรมนูญ หรือกฎหมายอื่น”
เมื่อไม่ปรากฏว่ามีบทบัญญัติได้ในรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายอื่น ให้สิทธิผู้ร้องยื่นคำร้องได้ ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องโดยอาศัยช่องทางดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย