อนุทิน​ ลั่น ยังเชื่อใจ​ “นายกฯ อิ๊งค์” กราบขอบคุณประชาชน ผลโพล “มหาดไทย” อยู่ท้าย กระทรวงสมควรถูก ปรับ​ครม.

เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 15 มิ.ย. 2568 นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย​ (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่จ.อุดรธานี ที่มีนายอดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ สส.อุดรธานี​ พรรคไทยสร้างไทย​ ลงพื้นที่ด้วย และมีการประกาศบนเวทีตอนหนึ่งว่ามีความสนิทสนมกันว่า​ นี่คือการเมืองยุคใหม่ เราจะมาบอกว่าคนที่ไม่ใช่พรรคเดียวกันเราไม่สนใจไม่ได้ เพราะเราเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องให้ความสนใจกับเสียงของประชาชนทุกคน

สส.คนไหนที่นำความต้องการของประชาชนมาแจ้ง ก็พร้อมที่จะลงพื้นที่กับทุกคน เพื่อติดตามแก้ไขปัญหาให้ เพราะเป็นงบประมาณของหลวง ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่งหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดนี่คือการทำงานของตน

เมื่อถามว่าจากนี้จะมีสส.พรรคอื่นมาร่วมงานเพิ่มอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขออย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนั้น เพราะการเลือกตั้งยังไม่เกิดขึ้น ถ้ารัฐบาลนี้อยู่ครบเทอมก็ไปถึงปี 2570 ​มีเวลาเหลือเฟือในการตัดสินใจที่จะร่วมงานทางการเมืองกัน หรือถ้ามีเหตุยุบสภาก่อนก็ยังมีเวลา 30 วัน ที่สส.จะคิดย้ายสังกัดพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง​

ทั้งนี้ ดูแล้วยังไม่เห็นรัฐบาลไหนที่ปล่อยให้มีการหมดอายุของสภา โดยที่ไม่ได้ยุบสภาก่อน เพราะการขับเคลื่อนใดๆ อาจจะติดอุปสรรค ต้องใช้เวลา 90 วันเป็นอย่างต่ำ​ ส่วนใหญ่นายกฯ จะเลือกยุบสภาก่อน จะสั้นหรือจะยาว หรือจะอยู่หมดจนหมดสมัยก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของท่าน

เมื่อถามว่านายกฯ จะชิงยุบสภาก่อนเพื่อความได้เปรียบทางการเมืองหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เขาก็ไปจนครบ จนถึงเดือนหรือ​สองเดือนสุดท้ายก่อนหมดสมัยก็ยุบสภา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ ถือว่านั่นครบแล้ว เพียงแต่การดำเนินการทั้งหลายจะมีความคล่องตัว และสะดวกขึ้น

เมื่อถามถึงคณิตศาสตร์ทางการเมือง​ หากดูจากตัวเลข สส.ในมือหลังประกาศพร้อมเป็นฝ่ายค้าน หากหลุดจากเก้าอี้รมว.มหาดไทย​ นายอนุทิน​ กล่าวว่า​ การเมืองหรือการฟอร์มรัฐบาล อย่าไปมองเป็นคณิตศาสตร์ เพราะประชาชนเขาไม่ได้เรียนคณิตศาสตร์ด้วย เขาต้องการว่าใครทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้มากที่สุด

การทำงานอยู่ร่วมกันก็ต้องจริงใจ มีความเข้าใจ มีเจตนารมณ์​ร่วมกัน​ ที่จะทำงานรับใช้ชาติบ้านเมือง​รับใช้แผ่นดิน รับใช้ประชาชน ถ้าเรารวมกันได้เราเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง อย่าเอาใครคนใดคนหนึ่งเป็นที่ตั้ง

เมื่อถามว่าหลังจากที่แสดงจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยที่พร้อมเป็นฝ่ายค้าน ได้พูดคุยกับ น.ส.แพทองธาร​ ชินวัตร​ นายกฯ แล้วหรือไม่ นายอนุทิน​ กล่าวว่า คุยเรื่องงานอย่างเดียว เมื่อวาน (14 มิ.ย.) ก็ยังไลน์ไปรายงานสถานการณ์​ต่างๆ ให้นายกฯ รับทราบ แต่ยืนยันว่าไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องการปรับครม.แต่อย่างใด

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า นายอนุทินได้ไปร่วมรับประทานอาหารกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายอนุทินถึงกับร้อง “ฮะ” ก่อนถามกลับว่า เมื่อไหร่​ ไม่มี​ ตนรับประทานอาหารกับนายทักษิณ ครั้งล่าสุดเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน

ส่วนที่จะเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) สส และรัฐมนตรีของพรรค ช่วงเย็นวันพรุ่งนี้ (16 มิ.ย.) นายอนุทิน​ ยืนยันว่า​ ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน เป็นวาระการประชุมปกติประจำสัปดาห์​ ขณะนี้ใกล้เปิดสมัยประชุมสภาฯ และขณะนี้เราเป็นกรรมาธิการ (กมธ.) ต้องมาหารือกัน​ที่จะปกป้องงบประมาณ​ในส่วนที่กระทรวง ทบวง กรม ที่พรรคภูมิใจไทยดูแลอยู่ให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะสามารถทำได้เพื่อประโยชน์ของประชาชน

เมื่อถามว่าจะมีการแจ้งท่าทีของพรรคในการร่วมรัฐบาลให้สส.รับทราบหรือไม่ นายอนุทิน​ ยืนยันว่าไม่มี เพราะเรื่องสภาก็เป็นเรื่องของสภา การบริหารราชการแผ่นดินก็เป็นเรื่องของครม. จะได้ไม่ต้องเอาความกังวลไปให้กับสส. เขาจะได้ทำงานในฐานะผู้แทนราษฎรรับใช้ประชาชนที่เลือกเขามาอย่างเต็มที่

ส่วนผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง การปรับครม. ที่อยากให้ปรับกระทรวงกลาโหมมากที่สุด​ และกระทรวงมหาดไทยอยู่ในลำดับที่ 12 นายอนุทิน กล่าวว่า​ โพลมหาวิทยาลัยมหิดล โชคดีของตนที่อยู่ท้ายหน่อย โพลแบบนี้อยากอยู่ท้ายๆ ไม่อยากอยู่ 1 ใน 5

ต้องขอบคุณประชาชนที่ให้ความไว้วางใจ ให้คะแนนกับการทำงานของรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตนในฐานะหัวหน้าพรรค ได้กรุณาให้ตนอยู่ในลำดับท้ายๆ เท่ากับแสดงให้เห็นว่าพวกเราทำงาน

เมื่อถามต่อว่าสวนทางกับการทำงานทางการเมืองหรือไม่ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยถูกขย่มเรื่องเก้าอี้กระทรวง​มหาดไทย​ นายอนุทิน​ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าเสียงของประชาชนศักดิ์​สิทธิ์ และถูกต้องมากกว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ ทางการเมือง เพราะตรงนั้นเราไม่รู้ว่ามีอคติหรือมีความโน้มเอียงใดๆ บ้าง เราต้องฟังเสียงจากประชาชน ถึงบอกว่าต้องฝากผู้สื่อข่าวไปกราบขอบคุณประชาชนจากโพลมหิดล​ เพราะอย่างน้อยเป็นขวัญและกำลังใจของคนทำงาน

เมื่อถามว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลไม่ทำตามโจทย์ของประเทศแก้ไขปัญหาชายแดน​ก่อน แต่ตอนนี้กลับมุ่งไปที่การปรับครม.เป็นหลัก​ นายอนุทิน​ กล่าวว่า ต้องเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง และเชื่อว่านายกฯ ก็เอาประชาชนเป็นที่ตั้งเหมือนกันอยู่แล้ว​ คนก็พูดแต่เรื่องการปรับครม. ซึ่งนายกฯ ไม่เคยเอ่ยปากแม้แต่คำเดียว ยังไม่เคยหารือ

ผู้สื่อข่าวถามว่าเดี๋ยวก็จะปรับแล้ว แต่ตนก็ยังหารือกับนายกฯ เมื่อวานนี้ ท่านก็ยังสั่งงาน อวยพรให้เดินทางปลอดภัย และช่วงนี้นายกฯ ก็เดินทางเยอะ มท.1 ก็เดินทางเยอะ ก็ให้กำลังใจในการทำงานของกันและกัน​

เมื่อถามว่ายังเชื่อมั่นและเชื่อใจนายกฯ อยู่หรือไม่​ นายอนุทิน​ กล่าวว่า​ เชื่อมั่น และเชื่อใจนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร​ เสมอ

ส่วนผลสำรวจประชาชนที่ระบุว่าเชื่อมั่นกองทัพในการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา มากกว่ารัฐบาล เป็นการสะท้อนภาวะผู้นำหรือไม่ นายอนุทิน​ กล่าวว่า​ เราต้องมองทุกอย่างให้เป็นบวก​หมด​ วันนี้อย่าไปมองอะไรเพื่อให้มันแตกแยก

ถ้าเป็นเรื่องการป้องกันอริราชศัตรู การรักษาอธิปไตยของบ้านเมือง ตอนนี้เรามีกองทัพ แต่กองทัพทำตามนโยบายของรัฐบาลถูกไหม​ ซึ่งนโยบายรัฐบาลผ่านสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.​) และเรื่องการบริหารราชการชายแดน ขอให้เป็นการตัดสินใจของกองทัพ ก็มอบไปที่แม่ทัพภาคที่ 2 ทุกอย่างมีการมอบเป็นทอดๆ

สิ่งที่เราควรจะต้องทำ คือการสนับสนุนผู้ปฏิบัติงานทุกรูปแบบอย่างเต็มกำลัง เรื่องชายแดนเป็นเรื่องของทหารและกองทัพ รัฐบาลก็สนับสนุนกองทัพอย่างเต็มที่ กระทรวงมหาดไทยในฐานะฝ่ายปกครอง ก็อยู่ในพื้นที่ด้วย ให้การสนับสนุนระวังหลังให้ มหาดไทยเป็นบ้านทหารเป็นรั้ว ตามสโลแกนของนายกฯ เราต้องทำบ้านให้เรียบร้อยเพื่อที่รั้วของเราจะได้มีความปลอดภัย

ส่วนที่ทางกัมพูชาหันปลายกระบอกปืนมายังฝั่งไทย กระทรวงมหาดไทยจะช่วยสนับสนุนงานอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ทหารเขามีวิธีการที่จะป้องกันอันตรายอยู่แล้ว​ ตนคิดว่าคนที่ไม่มีหน้าที่ในเรื่องนี้อย่าไปวิพากษ์วิจารณ์หรือให้ความเห็นใดๆ ทหารมีแผนเผชิญเหตุรองรับ​ แผนการปะทะแผนการรุกทุกรูปแบบอยู่แล้ว ต้องเชื่อมั่นในแสนยานุภาพของกองทัพ ซึ่งตนเชื่อมั่น

พร้อมทั้งขอว่าอย่าไปเพิ่มปัญหาใดๆ ให้ความขัดแย้งทวีความรุนแรงมากขึ้น เราต้องให้การสนับสนุนผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วน ดูแลประชาชนให้ดีที่สุดเพื่อเกิดความปลอดภัยสูงสุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน