นายกฯ หวัง ‘พิชัย’ ยกทีมเจรจากำแพงภาษีสหรัฐ ได้ข้อสรุป ‘จุลพันธ์’ ยันคำนึงถึงผลกระทบประชาชนทั้งเชิงบวกและลบ มั่นใจกระบวนการเดินหน้าได้-ไม่ยืดเยื้อทำส่งผลปรับอัตราภาษี
เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง จะเดินทางไปคุยมาตรการทางภาษีกับสหรัฐอเมริกา ตรงนี้ได้มอบแนวทางอย่างไรหรือไม่ว่า ในรายละเอียดเราได้คุยกันแล้ว จะต้องทำอย่างไรบ้าง โดยในวันพรุ่งนี้ นายพิชัยจะได้ไปพูดคุย
เมื่อถามว่าคาดหวังว่าการพูดคุยในครั้งนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า คิดว่าในรอบนี้ที่มีการพูดคุยน่าจะได้สรุปคำตอบ ในหลายหัวข้อ เพราะมีเนื้อหาและรายละเอียดที่สำคัญอยู่หลายเรื่อง ล่าสุดที่ไปเจรจามาแล้ว 1 รอบ เราได้นำมาดูในรายละเอียดต่อ ว่าสามารถปรับอะไรได้อย่างไรบ้าง
เมื่อถามว่าคาดหวังจะลดตัวเลขภาษี ลงมาได้กี่เปอร์เซ็นต์ นายกฯ กล่าวว่า ขอยังไม่บอกเป็นตัวเลข ทางทีมเจรจาจะทำให้ดีที่สุดแน่นอน
ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวว่า นายพิชัย จะเข้าร่วมการเจรจาการค้า ประเด็นมาตรการภาษีนำเข้า (Reciprocal Tariffs) ในวันที่ 3 ก.ค. ซึ่งจะพูดคุยความคืบหน้าและนัดหมายกับสหรัฐฯในหลายภาคส่วน รวมถึงจะพบปะกับภาคเอกชนด้วยเพื่อสร้างความมั่นใจว่าการเจรจาจะสามารถบรรลุผลที่ดีได้
เมื่อถามถึงความได้เปรียบในการเจรจาในครั้งนี้ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ในส่วนนี้ตนคงไม่กล้าเปิดให้ทราบก่อน เพราะในการเจรจามีหลายอย่าง และกระบวนการเริ่มต้นช่วงเดือนที่แล้ว ก็มีการเซ็นไม่เปิดเผยการเจรจา หรือ NDA ซึ่งทุกประเทศที่เข้าสู่การเจรจากับสหรัฐฯ เขาเซ็นกันหมด
ฉะนั้น การจะนำมาเล่าก่อนมีข้อตกลงกัน คงเป็นไปได้ยาก แต่ยืนยันได้ว่าการเจรจาของรัฐบาลไทย เราคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนทั้งเชิงบวกและเชิงลบว่า เราจะต้องแก้ปัญหาให้มีผลกระทบน้อยที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเปราะบาง เช่น ภาคการเกษตร
เมื่อถามว่าตั้งเป้าอย่างไร เพราะมีหลายคนกังวลว่าจะไม่ทันกรอบเวลา นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้กลัวปัญหานี้เลย เพราะเมื่อเริ่มเข้าสู่กระบวนการเจรจา ถือว่าเราเริ่มนับหนึ่ง ฉะนั้น คงไม่มีเหตุการณ์การเจรจายึดเยื้อและใช้เวลานานจนเกินไปจนมีผลกระทบในเรื่องการปรับอัตราภาษี ตรงนี้คงไม่เห็น เพราะเราเร่งดำเนินการอยู่แล้ว
หากดูจากทีท่าของสหรัฐฯ ในขณะนี้ ไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีข้อเสนอที่เขาให้ความสนใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งมีการแสดงความมั่นใจมาว่ากระบวนการคงเดินหน้าไปได้เรียบร้อย เมื่อเข้าสู่การเจรจา สิ่งที่กังวลว่าจะเกิดขึ้นก็จะเหมือนว่าได้รับการชะลอ