อธิบดีอัยการสอบสวน เซ็นตั้ง ‘วัชรินทร์’ นั่งหัวหน้าคณะทำงานร่วมสอบปม คลิปเสียง ‘ฮุนเซน’ หลุด เป็นภัยความมั่นคง หลังอสส.รับเป็นคดีนอกราชอาณาจักร
เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีที่ นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ได้แจ้งความดำเนินคดีกับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา กรณีคลิปเสียงพูดคุยกับน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหลุด ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) อันเป็นความผิดเเละดำเนินการตามกฎหมาย
ต่อมา พนักงานได้รับคดีไว้เเละได้ส่งคำร้องขอให้ อัยการสูงสุด พิจารณาคดี ว่าเป็นการกระทำนอกราชอาณาจักร ซึ่งอยู่ในอำนาจการพิจารณาของอัยการสูงสุด ตาม ป.วิอาญา มาตรา 20 หรือไม่ ซึ่งภายหลังอัยการสูงสุด มีคำสั่งตั้งพนักงานสอบสวนในคดีนอกราชฯ เป็นพนักงานสอบสวนจาก สอท.เเล้ว
ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2568 ร.ต.อ.โชคชัย สิทธิผลกุล อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ได้มีคำสั่งสำนักงานการสอบสวน แต่งตั้งคณะทำงานร่วมทำการสอบสวน ในข้อหา ร่วมกันกระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต
เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชน ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิด เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา
ตามที่อัยการสูงสุด มีคำสั่งมอบหมายให้พนักงานสอบสวนคนหนึ่งคนใดตามคำสั่งกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 เรื่องแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนทำการสอบสวน โดยให้พนักงานอัยการคนในสำนักงานการสอบสวน ทำการสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนดังกล่าว และให้ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทศโนโลยี 1 หรือผู้รักษาการแทน เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในคดี
เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีสำคัญที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ทั้งเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เพื่อให้การสอบสวนคดีนี้มีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผล จึงแต่งตั้งพนักงานอัยการร่วมทำการสอบสวนกับพนักงานสอบสวน และแต่งตั้งเจ้าพนักงานคดีเพื่อสนับสนุนการทำงานของพนักงานอัยการที่เข้าร่วมสอบสวน
โดยคณะทำงาน ประกอบด้วย
1.นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน เป็นหัวหน้าคณะทำงาน
2.นายฉัทปณัย รัตนพันธ์ อัยการผู้เชี่ยวชาญสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 2
3.นายหิรัญ ศรนุวัตร อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 3
4.ร.ต.อ.พงษ์พิพัฒน์ เขียวอุบล อัยการผู้เชี่ยวชาญสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 4
5.นายธีรัช ลิมปยารยะ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 5
6.พ.ต.ต.นคร จิตตารักษ์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสุงสุดอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1
7.ร.ต.ท.โสภณ เกษมพิบูลไชย อัยการผู้เชี่ยวชาญสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1
โดยให้มีอำนาจหน้าที่ ให้เข้าร่วมทำการสอบสวนในทันทีเป็นไปตาม ระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ แนวทางปฏิบัติสำนักงานการสอบสวนว่าด้วยการสอบสวนและงานธุรการเกี่ยวกับการสอบสวนโดยเคร่งครัด
ให้เลขานุการคณะทำงานรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามคำสั่งนี้ ให้อัยการสูงสุดทราบเป็นระยะ รวมทั้งประสานงานกับพนักงานสืบสวนสอบสวน และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการอื่นตามที่คณะทำงานมอบหมาย