มทภ.2 พบหนูๆ เล่าวีรกรรมทหารไทย สู้รบ 5 วัน 4 คืน ยึดแผ่นดินคืนจากกัมพูชา เด็กตะโกนลั่นใช้ F-16 ไล่ผู้รุกราน ย้ำแม่ทัพยังอยู่ ล้ำเข้ามา เข้าตีอย่างเดียว

เมื่อวันที่ 14 ส.ค.2568 ที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดกิจกรรม “สาธิตเกษตรรวมใจสู่แนวหน้าปลูกต้นกล้าแทนคุณแผ่นดิน” โดยมีพล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และพล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ เรื่องเล่าจากแนวหน้าและการรักษาอธิปไตยของชาติ

พล.ท.บุญสิน เล่าถึงสถานการณ์ชายแดนในปัจจุบันว่า วันนี้ดีใจที่ได้มาเห็นน้องๆ ทำกิจกรรมในวันนี้ ได้ร้องเพลงชาติร่วมกัน ธงชาติอยู่ข้างหลัง 16 ผืน 5 แถบ 3 สี กว่าจะได้แผ่นดินมา บรรพบุรุษเสียชีวิตเลือดเนื้อมากี่คนแล้ว แผ่นดินนี้เหลือเท่านี้ บรรพบุรุษเราทำอะไรไว้บ้างรู้หรือไม่ แต่ก็ภูมิใจ

ตนได้คุยกับผู้อำนวยการโรงเรียน ได้ถามว่ามีวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย มีวิชาศีลธรรมหรือไม่ ซึ่งตนจะถามเสมอเมื่อไปพบปะที่โรงเรียนว่าได้สอน 2 วิชานี้หรือไม่ ทั้งนี้ มนุษย์ถ้าไม่มีศีลธรรมในจิตใจก็ไม่ค่อยมีค่าสักเท่าไหร่ ไม่มีจิตสำนึกของความรักชาติรักแผ่นดิน ความเสียสละ ประเทศชาติก็วุ่นวายล่มสลาย มีแต่กอบโกยผลประโยชน์เห็นแก่ตัวเห็นแก่พวกพ้อง เห็นเงินเป็นใหญ่

แม่ทัพมั่นใจว่าทุกคนเป็นคนดี เราเป็นคนดีอยู่ที่ไหนไม่ต้องกลัว เพราะเราคิดดี ไม่ต้องกลัวว่าจะขึ้นศาล ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกเขาด่า แม่ทัพไม่เคยกลัวใครในโลกนี้ เพราะเราคิดดีต่อประเทศชาติและต่อแผ่นดินและประชาชน จะดังจะเด่นขนาดไหนไม่เคยคิดเอาเรื่องนั้นมาหาผลประโยชน์ นี่คือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความเป็นคน แม่ทัพมั่นใจว่าครูและอาจารย์สั่งสอนเด็กๆ มาดี

พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า วันแรกที่เกิดเหตุการณ์ในพื้นที่ชายแดน มีเยาวชนคนไทยและเขมรนัดเจอกันที่ปราสาทตาเมือนธม มีเหตุการณ์หลายอย่างทั้งโพสต์เฟซบุ๊ก ด่ากัน นัดไปแสดงออกที่ปราสาทตาเมือนธมทั้งคนกัมพูชาและพี่น้องคนไทย มีการปลุกระดมกันทั้ง 2 ฝ่าย

 

ทั้งนี้ ปราสาทตาเมือนธมเปิดให้กัมพูชาได้ขึ้นมาชื่นชมได้ตั้งแต่ 09.00-15.00 น. ทุกวัน ซึ่งเป็นข้อตกลงที่มีมานานแล้วของรัฐบาลในอดีต แม่ทัพไม่มีอำนาจปิด ถ้าไม่มีเหตุ ถือเป็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และกัมพูชาไม่ยอมรับว่าปราสาทตาเมือนธมนี้เป็นของประเทศไทย เขามองว่าเป็นของกัมพูชาเช่นกัน จึงทำให้มีปัญหาเช่นนี้

แต่วันที่ 24 ก.ค.68 ที่เกิดปัญหา พี่น้องคนไทยกับคนเขมรนัดเจอกัน โดยมี กัน จอมพลัง เป็นแกนนำ ไปเจอกันที่ปราสาทตาเมือนธม ซึ่งกัมพูชาวัยรุ่นที่ทรงผมหล่อๆ จะไปเจอกันที่ปราสาท

 

พล.ท.บุญสิน ได้ถามเด็กๆ ว่าหาก 2 กลุ่มไปเจอกันจะเกิดอะไรขึ้น เด็กๆ ตอบว่า “จะตีกัน”

แม่ทัพภาคที่ 2 จึงกล่าวว่า ขนาดเด็กๆ ยังคิดได้ แล้วลุงแม่ทัพจะไม่รู้ได้อย่างไร จึงเสนอไปทางกัมพูชาว่าให้ปิดปราสาทตาเมือนธมก่อน แต่กัมพูชา บอกไม่ให้ปิดแต่หากไทยจะปิดก็ปิด แต่กัมพูชาจะให้ประชาชนขึ้นมาเหมือนเดิม หากเป็นเช่นนั้นไม่ได้เพราะจะทำให้เราเสียเปรียบ

ในคืนนั้นแม่ทัพจึงขออนุมัติจากผู้บังคับบัญชา ในการปิดประสาทตาเมือนธม ก่อนที่ประชาชนกัมพูชาจะขึ้นมา และอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด แม่ทัพรับผิดชอบเอง ซึ่งได้ทำการปิดในช่วง 02.00 น. ของวันดังกล่าว และเช้ามาทหารกัมพูชาใช้ปืนอัตโนมัติยิงทหารไทยตลอดแนว จากอุบลราชธานี-บุรีรัมย์ เกือบ 1,000 กิโลเมตร

“เมื่อปะทะกันแล้ว ลุงแม่ทัพจึงขอแผ่นดินผมคืน มีการยึดคืนเกือบทั้งหมด โดยใช้เวลา 5 วัน 4 คืน ได้มาเท่านั้นถือว่าเต็มที่แล้ว สำหรับทหารในการทวงพื้นแผ่นดินคืน เช่น ภูมะเขือ ได้ที่ดินคืนเกือบ 1 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นที่สูง มีทัศนียภาพที่ดี และยังมีหลายพื้นที่ที่เรายืนหยัดในเส้นเขตแดนของเรา” พล.ท.บุญสิน กล่าว

การปะทะกันเป็นธรรมดาที่ต้องมีบาดเจ็บ ล้มตายทั้งสองฝ่าย ซึ่ง 15 วีรชน ที่มีการสดุดี ถือว่ามีความเหมาะสม เพราะเขามีความกล้าหาญ เป็นตัวแทนของคนไทยทุกคน ถือเป็นคนเสียสละที่หายากในยุคนี้

แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวต่อว่า วานนี้ (13 ส.ค.) ตนได้ไปเยี่ยมทหารที่ประสบเหตุจากการเหยียบทุ่นระเบิด ทหารเราเสียสละ เขายิ้มไม่เสียใจ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รับเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และจะจัดหาขาเทียมที่ดีที่สุดให้ โดยตนได้บอกว่าไม่ต้องห่วง หากอยากเป็นทหารต่อก็ได้หรือจะพักผ่อนแล้วให้ญาติมาเป็นทหารต่อก็ได้ กองทัพจะดูแลอย่างดีที่สุด เพราะเขาได้ทำดีที่สุดแล้ว

ในช่วงหนึ่ง พล.ท.บุญสิน ตอบคำถาม นักเรียนหากขอพรได้อยากขอสิ่งใดว่า “ลุงแม่ทัพอยากให้ประเทศไทยสงบสุข เจริญรุ่งเรือง ไม่มีสิ่งเดือดร้อนมีความร่มเย็นเป็นสุข ประชาชนไม่ทะเลาะเบาะแว้ง

นอกจากนี้ พล.ท.บุญสิน ตอบคำถามนักเรียน หากไทยถูกรุกรานจะดำเนินการอย่างไรว่า แม่ทัพก็ยัง ทำเหมือนที่ทำมาแล้ว แบบที่ทำกับกัมพูชา

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างตอบคำถาม เด็กตะโกน F-16 ทำให้ พล.ท.บุญสิน ยิ้มพร้อมตอบว่า F-16 ก็ใช้เหมือนกัน แม่ทัพจะบอกว่านี่คือ เขตแผ่นดินไทย เอาแผนที่ให้เขาดู หากล้ำเขตเข้ามาจะว่าอย่างไร เขาก็จะอ้างแผ่นดินเขา หากไม่ถอนกำลังออกไป จะใช้วิธีเบาไปหาหนักผลักดันออกไป

“ทุกพื้นที่ หากยังเป็นแม่ทัพอยู่ รุกล้ำเข้ามา แม่ทัพเข้าตีอย่างเดียว ไม่คุย ผมมีหน้าที่ปกป้องอธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญ ผมมาเพื่อสิ่งนี้ เพื่อขับไล่ศัตรูออกจากแผ่นดินใหญ่ให้รวดเร็ว”

พล.ท.บุญสิน ยังตอบคำถามนักเรียนว่าเหนื่อยกับอะไรมากที่สุดว่า ไม่เคยเหนื่อย การทำหน้าที่ เพื่อประเทศชาติ เพื่อแผ่นดิน ไม่มีเวลาป่วยไข้ หรือทะเลาะกับคนในประเทศ มีอย่างเดียวไล่ศัตรูออกจากเขตประเทศ หากแม่ทัพไม่เข้มแข็ง จะทำอย่างไร ฉะนั้นคำว่าเหนื่อยไม่มี พร้อมทำหน้าที่เพื่อปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน

“ยืนยันว่าขวัญกำลังใจทหารทุกคนยังดี ขอให้ลูกหลาน และน้องๆ บอกคุณพ่อคุณแม่ เมื่อกลับไปบ้านว่าลุงแม่ทัพกุ้งและทหาร จิตใจกำลังใจดี และขอให้คุณพ่อคุณแม่เชียร์ด้วย” แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน