วิสุทธิ์ เชื่อไม่เปลี่ยนตัวนายกฯ คนอื่นรอไปก่อน สมัยนี้หมดโอกาสแล้ว หวัง ‘อิ๊งค์’ ได้รับความยุติธรรม แต่หากเกิดอะไรขึ้น นายกฯก็ยังเป็นของเพื่อไทย ย้ำไม่เปลี่ยนขั้ว-ไร้ภท.ร่วมรัฐบาล
เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญ นัดวินิจฉัยคดีคลิปเสียงสนทนาระหว่างน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯกับสมเด็จฮุนเซน ในวันที่ 29 ส.ค.นี้ว่า ไม่มี สส.ของพรรคเพื่อไทยคนใดกังวลใจ ไม่มีใครหวั่นไหว
ทุกคนกำลังใจดีหมด และเชื่อมั่นว่า สิ่งที่นายกฯ พูดเป็นการรักษาผลประโยชน์ของบ้านเมือง และสิ่งที่พูดคือการประวิงเวลา เพื่อรักษาชีวิตของคนไทยในกัมพูชาด้วยเจตนาบริสุทธิ์ จึงเชื่อว่าจะได้รับความยุติธรรมแน่นอน
นอกจากนี้ยังคิดไปล่วงหน้าแล้วว่า หลังการปราบปรามยาเสพติดแล้ว จะดำเนินการนโยบายอะไรต่อ พร้อมย้ำอีกว่า ไม่จำเป็นต้องมีแผนสำรอง เพราะเชื่อมั่นในเจตนาดีของนายกฯ แต่หากเกิดอะไรขึ้น นายกฯ ก็ยังเป็นของพรรคเพื่อไทยอยู่ดี นายชัยเกษม นิติสิริ ก็ยังอยู่ ไม่ต้องไปกังวล
“คนอื่นรอก่อน รอไปสมัยหน้า สมัยนี้ไม่มีโอกาสแล้ว และไม่กลัวว่าจะมีการเปลี่ยนขั้ว เปลี่ยนทำไม ทุกวันนี้ก็ยังอยู่กันได้ แม้เสียงจะปริ่มน้ำ ไม่ต้องเปลี่ยนแล้ว ถ้าเกิดปัญหา ก็ยังมีคนของพรรคเพื่อไทย ตามหลักเกณฑ์ที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน คนอื่นรอก่อนสมัยหน้าว่ากันใหม่ ทำดีแล้วประชาชนจะเลือกกลับมา” นายวิสุทธิ์ กล่าว
เมื่อถามย้ำว่าไม่มีโอกาสเปลี่ยนนายกฯ เป็นคนใหม่ ที่อยู่ในพรรคร่วมรัฐบาลเลยใช่หรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวยืนยันว่าไม่มี วันนี้พรุ่งนี้ก็ยังยืนยัน แต่ที่เรากังวลมากที่สุด คือจะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจดี ประชาชนกินอิ่มนอนหลับ ไม่ได้กังวลเรื่องนายกฯ เลย
ส่วนหากมีการเปลี่ยนนายกฯ จะดึงพรรคภูมิใจไทยกลับมาหรือไม่ นายวิสุทธิ์กล่าวว่า เรื่องนี้คงยาก เพราะวันนี้เราก็ไม่ได้คิดว่า จะมีการเปลี่ยนตัวนายกฯ ในพรรคก็คุยกันว่า เราเชื่อมั่นในตัวนายกฯ และเชื่อมั่นว่า จะได้รับความยุติธรรม
เมื่อถามว่าเชื่อมั่นในเจตนา แต่กังวลเรื่องข้อกฎหมายหรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวยืนยันว่า ไม่กังวล การคุยของนายกฯ เป็นการคุยกันส่วนตัว คุยนอกการเจรจา และเรื่องของชายแดนทั้งหมด ก็ทราบอยู่แล้วว่านายกฯ มอบให้ทหารดูแล เรื่องความมั่นคงของชายแดนทั้งหมด หรือเรื่องกฎอัยการศึก จึงไม่มีความกังวลเรื่องข้อกฎหมายใดๆ
ส่วนประเด็นนี้จะทำให้ความเชื่อมั่นของนายกฯ ลดลงไปใช่หรือไม่ เพราะเห็นได้ชัดจากผลสำรวจ นายวิสุทธิ์ กล่าวยอมรับว่า ขณะนั้นมีโพลก็จริง แต่ในประเทศชาติได้เจรจาหยุดยิง ไม่ได้เสียดินแดน เราไม่ได้อ่อนแอเหมือนที่คนอื่นพูด ความสามัคคีของคนในชาติ เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งจะทำให้ประเทศเราได้รับความเชื่อมั่น
สิ่งที่เกิดขึ้นเชื่อว่า นานาชาติเชื่อมั่นในประเทศไทย เพราะเราไม่ได้รุกรานหรือรุกล้ำอธิปไตยใคร สถานการณ์วันนั้นกับวันนี้จึงเป็นคนละอย่าง จึงไม่อยากให้ไปฟังคนที่ปลุกกระแส หรือคนที่ไม่ใช่สื่อจริงๆ ที่จะทำให้ประเทศชาติบ้านเมืองเสียหาย
ส่วนที่วิเคราะห์กันว่า ไม่ว่านายกฯ จะรอดหรือไม่รอด ก็อยู่ยากนั้น นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ไม่ยาก ให้ผ่านวันที่ 29 ส.ค.นี้ไปก่อน ทำไมต้องยาก หากไม่ผิด จะไปกลัวอะไร อย่าไปสร้างกระแสให้มันวุ่นวาย ประเทศจะเดินหน้าไปได้ ด้วยความรัก ความสามัคคี