รับคำท้า! นพดล ฟ้อง “ติ่ง มัลลิกา” หมิ่นประมาท ใส่ร้ายปมเขาพระวิหาร ลุยเอาผิดหลายคดี ย้ำทำเพื่อปกป้องความจริง พร้อมชื่นชมกองทัพบริหารจัดการได้ดี

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 21 ส.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า หลังจากได้ฟัง นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ออกรายการโทรทัศน์ 2 ช่องใหญ่ โดยใส่ร้ายหมิ่นประมาทตน ด้วยความเท็จอย่างสิ้นเชิงหลายประเด็น คือ

1.ใส่ร้ายด้วยความเท็จว่าตนยอมหรือทำให้คดีเขาพระวิหารไปขึ้นศาลโลกในปี 2554 ซึ่งเป็นเท็จโดยสิ้นเชิง เพราะเขมรเอาคดีขึ้นสู่ศาลโลกในปี 2554 สมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ตนเป็น รมว.ประเทศ ในปี 2551 ทั้งๆ ที่นางมัลลิกาเคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ต้องรู้ความจริง แต่เจตนาบิดเบือนใส่ร้ายด้วยความเท็จให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง

2.ใส่ร้ายว่าตนทำให้เสียเขาพระวิหาร ทั้งที่ตนคือผู้ปกป้องดินแดนบริเวณเขาพระวิหารจากเขมร เรื่องนี้ผ่านการพิสูจน์ความจริงในศาลมาแล้ว เพราะการดำเนินการเมื่อครั้งเป็นรมว.ต่างประเทศ ในปี 2551 ถูกต้อง มีการกล่าวหาว่าตนทำให้เสียดินแดน และไปฟ้องตน

ต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินในวันที่ 4 ก.ย. 2558 ยกฟ้อง และในคำพิพากษาบอกว่าสิ่งที่ตนทำนั้นถูกต้องตามสถานการณ์ และประเทศไทยจะได้ประโยชน์ในสิ่งที่ตนทำ ประเทศไทยไม่เสียดินแดน

ดังนั้น เมื่อนางมัลลิกาท้าให้ตนฟ้อง ตนก็รับคำท้าและจะดำเนินการฟ้องหลายคดีเร็วที่สุด ตนเป็นลูกอิสานหลานย่าโมอย่างไม่เคยกลัวคนรังแกใส่ร้าย พร้อมสู้เสมอ ตนตั้งใจจะนำค่าเสียหายไปบริจาคช่วยคนปัญญาอ่อนต่อไป เรื่องนี้ต้องความจริงให้ปรากฏ

นายนพดล ยังกล่าวชื่นชมบทบาทของกองทัพที่ทำงานอย่างเข้มแข็ง ปกป้องอธิปไตย มีการสื่อสาร และประสานงานกับคณะผู้สังเกตการณ์จากอาเซียน ทำงานอย่างเข้มแข็ง ซึ่งการกู้วัตถุระเบิดการสะท้อนให้โลกได้เห็นว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายวางกับระเบิดใหม่ ถือว่าละเมิดอนุสัญญาออตตาวาชัดเจนมาก

พร้อมฝากรัฐบาล กระทรวงต่างประเทศ และกองทัพ ใน 3 ข้อ คือ 1.เข้มข้น คือการไม่ยอมให้กัมพูชาใช้ความเท็จ หรือเฟกนิวส์ ทำลายไทย 2.เข้มแข็ง คือทำงานอย่างต่อเนื่อง อย่าชะล่าใจ และ 3.ขยันทำ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน