ภาคเอกชนรับลูก โครงการ ‘คนละครึ่ง’ สิริพงศ์จ่อนำหารือ รมว.คลัง หลังแถลงนโยบาย เดินหน้าทันที ยันร้านค้าไม่ต้องห่วงเรื่องภาษีย้อนหลัง ผู้ประกอบการ เผยเคยเสนอรัฐบาลอิ๊งค์ แต่ไม่เป็นผล เหตุชื่อโครงการเหมือนรัฐบาลลุงตู่ ชมภูมิใจไทยทำงานเร็วจนน่าตกใจ

เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 9 ก.ย.2568 ที่พรรคภูมิใจไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยภายหลังหารือกับภาคเอกชนว่า วันนี้เป็นการหารือกันระหว่างสมาคมภัตตาคารอาหารแห่งประเทศไทย แพลตฟอร์ม วงใน ไลน์แมน แกร็บ มาพูดคุยกันเกี่ยวกับความเห็น “โครงการคนละครึ่ง” ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีแนวคิดหลักว่าจะกลับมาใช้

ข่าวดีอย่างหนึ่งที่คิดว่าน่าจะดำเนินการได้เร็ว คือ ภาคเอกชนมีความพร้อมมาก ที่อยากจะช่วยเหลือในโครงการนี้ ยินดีแชร์ข้อมูลร้านอาหารให้กับกระทรวงการคลังทำฐานข้อมูล หมายความว่าคนที่ใช้แพลตฟอร์มอยู่แล้วอาจจะไม่ต้องลงทะเบียนใหม่

นอกจากนี้ ยังรับฟังปัญหาของโครงการในช่วงที่ผ่านมา เช่น หลักเกณฑ์เงื่อนไขที่มากไป ระยะเวลาการใช้จะใช้อย่างไรให้เหมาะสม วงเงินอย่างไรที่จะเหมาะสม ซึ่งภาคเอกชนเสนอ 200 บาทต่อวัน จากเดิมโครงการคนละครึ่งให้ 150 บาทต่อวัน ซึ่งทางเราได้รับข้อเสนอ

แต่เราเป็นรัฐบาลช่วงรอยต่อ เงินที่เหลือในโครงการมีไม่มาก และนโยบายของนายกฯ จะไม่มีการกู้เพิ่ม เพราะหนี้สาธารณะค่อนข้างสูง ทำให้ทรัพยากรเงิน ทรัพยากรเวลามีจำกัด อาจได้ไม่ถึงตามที่ท่านเสนอมา แต่ยืนยันว่าไม่น่าเกลียดสามารถที่จะขับเคลื่อนได้แน่นอน และครั้งนี้เราจะขยายสิทธิ์เพิ่มจำนวนด้วย แต่ก็จะนำหารือให้ท่านนายกฯลองพิจารณาดูว่าจะหาเงินมาจากไหน

ส่วนที่ร้านค้ากังวลมากว่าเมื่อเข้าโครงการจะทำให้ต้องเสียภาษีย้อนหลัง นายสิริพงศ์ ยืนยันว่าแนวคิดของนายอนุทิน คือ ไม่มีการเก็บภาษีย้อนหลัง และยังมีแนวคิดอีกว่าสิทธิประโยชน์สำหรับผู้อยู่ในระบบภาษีอาจมีเพิ่มขึ้นด้วย แต่รายละเอียดอย่างไรต้องรอนายกฯแถลง

นอกจากนี้ ยังได้รับข่าวดีจากแพลตฟอร์มต่างๆ ว่าในช่วงที่ทำกิจกรรม อาจมีส่วนลดพิเศษในโครงการคนละครึ่งด้วย ซึ่งจะนำข้อเสนอของสมาคมต่างๆ เสนอต่อ ว่าที่รมว.คลัง เพื่อทำการบ้านไว้ก่อนแล้วจะเริ่มต้นให้เร็วที่สุดหลังจากแถลงนโยบายรัฐบาล

ส่วนข้อกังวลเรื่องแอปพลิเคชั่นที่จะใช้ในโครงการนั้น นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เมื่อวาน (8 ก.ย.) ปลัดกระทรวงการคลัง บอกว่าหากอยู่ในฐานระบบอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องทำเพิ่ม เมื่อถึงเวลาก็ใช้ได้เลย แต่คนที่ไม่ได้อยู่ในระบบก็ลงทะเบียนใหม่ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดา

ด้าน นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า ยอมรับว่าที่ผ่านมาพ่อค้าแม่ค้า ประมาณ 700,000 รายในประเทศ ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมา เกิดความทุกข์ยาก ร้านค้าต่างๆ ต้องปิดตัวลง คนที่ไม่ได้ปิดร้านต้องอยู่อย่างหวานอมขมกลืน เพราะยอดขายตกต่ำ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตกไปถึง 60% ส่วนต่างจังหวัดยอดขายตกต่ำไปเกือบ 90%

ที่ผ่านมาก็มีหนี้สินก่อตัวเพิ่มขึ้น ตนในฐานะเป็นตัวแทนผู้ประกอบการร้านอาหาร ได้รับฟัง และรวบรวมปัญหามาตลอด จนมาถึงเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ที่เราหมดหวังกับรัฐบาลที่แล้ว ตนได้บังเอิญไปเจอผู้บริหารของไลน์แมน – วงใน ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันและข้อมูลทุกอย่างตรงกัน ว่าทางรอดของผู้ประกอบการร้านอาหาร คือ การต้องมีโครงการคนละครึ่ง

ที่ผ่านมาผู้ประกอบการได้พยายามเสนอไปกับรัฐบาลชุดที่แล้วแต่ไม่เป็นผล มีการให้เหตุผลกลับมาว่าชื่อโครงการเหมือนกับรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ตนพยายามกลับไปหารือ เพื่อเปลี่ยนชื่อโครงการ จนเรียกว่าเกือบจะหมดหวังไปแล้ว พอมีรัฐบาลใหม่เกิดขึ้น ก็ได้รับการติดต่อ ว่ารัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยจะผลักดันนโยบายคนละครึ่งขึ้นมาเป็นนโยบายแรกๆ

กระทั่งเมื่อวานนี้ (8 ก.ย.) ได้รับความชัดเจนว่าปลัดกระทรวงการคลังมีงบประมาณในส่วนนี้ ทำให้เชื่อว่าตอนนี้ผู้ประกอบการร้านอาหารทั้งหมด จะมีความสุข และมีความหวังในชีวิตมากขึ้น ว่าเราจะรอดแล้ว นอกจากนี้ เท่าที่รับฟังเสียงของประชาชนทุกคนพูดเป็นสิ่งเดียวกันว่า ต้องการโครงการคนละครึ่งกลับมา

นางฐนิวรรณ กล่าวว่า ขอชื่นชมว่าการทำงานของพรรคภูมิใจไทยรวดเร็วมาก เรียกว่าเร็วจนน่าตกใจ ซึ่งวันนี้ยังได้สะท้อนในเรื่องการเก็บภาษีย้อนหลัง กับนายสิริพงศ์ ด้วย และรับปากว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้ โดยให้สิทธิ์กับผู้เสียภาษี พร้อมเปิดรับฟังว่าผู้ที่เสียภาษีอยู่ต้องการอะไรจากรัฐบาล โดยเน้นย้ำว่าขออย่ามีเงื่อนไขใดๆเพิ่มเติม ขอให้ผู้ประกอบการได้รับทุกอย่างแบบง่ายๆ เราเชื่อมั่น ว่าโครงการคนละครึ่งของรัฐบาลนี้ จะมีลูกเล่นที่ดีกว่าที่ผ่านมา

นางฐนิวรรณ กล่าวต่อว่า ในรัฐบาลชุดที่แล้วเราพยายามทุกอย่าง ทั้งเรื่องขออย่าขึ้นค่าแรง อย่าขึ้นค่าพลังงาน แต่รัฐบาลก็ไม่ฟังเสียงประชาชน เพราะผู้ประกอบการเป็นเรื่องที่บีบหัวใจ โดยเฉพาะช่วงโควิดที่ทุกอย่างแย่มากจริงๆ วันนี้เรามีความหวังเพราะรัฐบาลนี้ฟังเสียงเราแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน