พริษฐ์ เผย ปชน.-พท.-ภท. เห็นพ้องร่างรธน.ใหม่ให้ทุกพรรค ส่งโมเดลสัปดาห์หน้า ชงสภาแก้หมวด 15/1 ก่อนทำประชามติ 2 ครั้ง เชื่อเสร็จทันภายใน 4 เดือน ปลายเดือนม.ค.69 ยุบสภา-เลือกตั้ง

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 11 ก.ย.2568 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงพรรคเพื่อไทยจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า ในกมธ.พัฒนาการเมือง มีการหารือกับ 3 พรรค ได้แก่พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย รวมทั้งตัวแทน กมธ.พัฒนาการเมือง วุฒิสภา และภาคประชาชน ซึ่งหารือถึงแนวทางต่อไปในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมา

นายพริษฐ์ กล่าวว่า หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าคำวินิจฉัยของศาลธรรมนูญ มีปัญหาจริงๆ เนื้อหาของคำวินิจฉัย ที่ดูเหมือนปิดประตู สสร.จากการเลือกตั้ง ซึ่งขัดหลักการประชาธิปไตย และขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลธรรมนูญที่เคยวินิจฉัยเมื่อปี 2564

ดังนั้น ในที่ประชุมมีข้อสรุปร่วมกัน 3 ข้อ ที่ทั้ง 3 พรรคเห็นตรงกัน ข้อสรุปที่ 1 การทำประชามติทั้งหมด 2 รอบ เริ่มจะให้รัฐสภาพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 15/1 คือ กลไกจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเมื่อได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาผ่าน 3 วาระแล้ว ก็จะจัดทำประชามติรอบแรก ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 คำถาม คือ

1.จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

2.เห็นด้วยกับร่างแก้ไขและมนูญหมวด 15/1 เกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่รัฐสภาเห็นชอบหรือไม่

เมื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ก็จะจัดทำประชามติรอบที่ 2 เพื่อถามว่าประชาชนเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ซึ่งจะสอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ข้อสรุปที่ 2 เห็นว่ากระบวนการดังกล่าวสามารถเดินหน้า เพื่อจัดทำประชามติรอบแรกให้ทันพร้อมกับการเลือกตั้ง ภายในกรอบเวลา MOA ที่ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือนหลังจากแถลงนโยบาย

หากแถลงนโยบาย ช่วงปลายเดือนก.ย.2568 หมายความว่าต้องยุบสภาภายในช่วงปลายเดือนม.ค.2569 โดยเชื่อว่าภายในกรอบเวลา 4 เดือน MOA สามารถเดินหน้าจัดทำประชามติรอบแรกการเลือกตั้งได้

“ทุกพรรคเห็นตรงกันว่าสามารถเดินหน้ายื่นและพิจารณาร่างแก้ไขและรัฐธรรมนูญหมวด 15 ได้เลย หากผ่านวาระที่หนึ่งไป แล้วกมธ.พิจารณาเสร็จ สามารถส่งกลับในวาระที่สอง ช่วงเดือนธ.ค. ก็ทำให้สามารถให้ความเห็นชอบในวาระที่สามได้ ภายในเดือนธ.ค. 2568 ก็ยังมีเวลาในเดือนม.ค.ที่ต้องเคาะเรื่องวันจัดทำประชามติ ซึ่งจะเกิดขึ้นกับการยุบสภาไม่เกินช่วงปลายเดือนม.ค.” นายพริษฐ์กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ข้อสรุปที่ 3 แต่ละพรรคจะหารือภายในเพื่อทบทวนจัดทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 15/1 ให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อให้ยึดโยงกับประชาชนมีส่วนร่วม ตั้งเป้าว่าภายในสัปดาห์หน้า ต้องการให้ทั้ง 3 พรรคมานำเสนอแนวคิดร่างของตนเองต่อที่ประชุมกมธ.

เมื่อถามว่าร่างของพรรคประชาชนจะเสร็จสิ้นภายในสัปดาห์หน้าหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ของเราเสร็จ และที่คุยจากตัวแทนพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่าสามารถดำเนินการให้เสร็จภายในสัปดาห์หน้าได้ ส่วนตัวแทนพรรคภูมิใจไทยออกจากห้องก่อนที่จะสรุปประเด็นนี้ แต่มีการให้คำยืนยันว่าจะจัดทำโดยเร็ว จึงหวังว่าในสัปดาห์หน้าจะได้เห็นร่างหรือโมเดลของทั้ง 3 พรรค เพื่อได้ยื่นเข้าสู่ระเบียบวาระและเปิดพิจารณาในวาระที่ 1

เมื่อถามถึงเนื้อหาหลักของพรรคประชาชน นายพริษฐ์ กล่าวว่า จะต้องหารือกันภายใน ในช่วง 2-3 วันนี้ เนื่องจากเนื้อหาเดิมในร่างที่ค้างอยู่ เป็นการให้เสนอ สสร. มาจากการเลือกตั้งโดยตรง จำนวน 200 คน 100 คนมาจากแบ่งเขตจังหวัด อีก 100 คน มาจากบัญชีรายชื่อระดับประเทศ

เมื่อมีคำวินิจฉัยมาก็ต้องทบทวน ว่าการมี สสร.โดยตรงจะไปต่อได้หรือไม่ หากขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ก็ต้องออกแบบให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางตรง และยึดโยงกับประชาชนทางตรง ซึ่งมีหลายแนวคิดที่นำเสนอและสังคมอยู่ขณะนี้ จะเป็นขั้นตอนที่พรรคพูดคุยกันและสรุปเป็นข้อเสนอ

เมื่อถามว่าแนวทางของพรรคประชาชนกับพรรคเพื่อไทยใกล้กัน แต่ของพรรคภูมิใจไทยและฝั่ง สว.ได้หารือหรือพูดคุยหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า 3 ข้อสรุปกล่าว เป็นข้อสรุปของทั้ง 3 พรรค ในการเดินหน้าจัดทำฉบับใหม่ผ่านการทำประชามติ 2 รอบ และเห็นตรงกันว่าสามารถใช้กรอบเวลา 4 เดือนให้นำไปสู่การกระทำประชามติรอบแรก พร้อมกับการเลือกตั้งได้

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ข้อสรุปที่สามทั้ง 3 พรรคก็เห็นตรงกันว่า ขณะนี้เป็นหน้าที่ของทั้ง 3 พรรค ไปเร่งจัดทำร่างหมวด 15/1 เพื่อมานำเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งวันนี้มีตัวแทนของ กมธ.พัฒนาการเมืองของวุฒิสภามาร่วมประชุมด้วย ซึ่งชี้ว่าเป็นหน้าที่ของทุกพรรค ในการพูดคุยทำความเข้าใจและโน้มน้าวให้วุฒิสภาเห็นชอบกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะหากจะผ่านความเห็นชอบไปได้ จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก สว. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3

เมื่อถามว่าหากสัปดาห์หน้าภูมิใจไทยไม่พร้อม จะทำให้ไทม์ไลน์ถูกยื้อหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า หากวาระที่ 1 ถูกเลื่อนออกไป ไม่ได้มีความหมายอะไร แต่ กมธ.จะได้เวลาน้อยลง เพื่อให้เวลา กมธ.คงเวลาไว้ที่ 2 เดือนเต็ม และมีการพูดคุยให้ตกผลึกก่อนเข้าวาระ 1

เมื่อถามว่าหากต้องรอคำวินิจฉัยฉบับเต็ม จะทันหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญว่า ยิ่งประเด็นนี้มีความสำคัญ ยิ่งมีการถกเถียง หรือ ประเด็นมองว่าเป็นการตอบเกินคำถามนั้น อยากให้ศาลรัฐธรรมนูญเร่งออกคำวินิจฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนบุคคลของทั้ง 9 คนมาโดยเร็ว ซึ่งมติกมธ.ล่าสุด มีการทำหนังสือขอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเช่นกัน ทางที่ดีที่สุดขอให้เปิดต่อสาธารณะโดยเร็ว

เมื่อถามว่ามีการหารือส่วนตัวกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า มีการพูดคุยกันทันที ตั้งแต่หลังมีคำวินิจฉัย ได้คุยกับพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ว่าตีความไว้อย่างไร มองแนวทางเดินหน้าอย่างไร วันนี้จึงถือเป็นการได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการในที่ประชุม กมธ. ส่วนเป็นสัญญาใจใช่หรือไม่นั้น เป็นสัญญาประชาคมที่ถูกประทึกไว้ในกมธ.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน