ทวี อำลา ป.ป.ส. ปลื้มผลโพลสำนักงานสถิติ ได้ใจประชาชน พึงพอใจปราบยาพุ่ง เชื่อรัฐบาลอนุทิน เดินหน้างานปราบยาเสพติด-คุมเข้มกัญชา

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 16 ก.ย.2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ( ป.ป.ส.) ดินแดง กรุงเทพฯ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. แถลงผลความสำเร็จจากการประเมินความพึงพอใจของประชาชน โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ร่วมเป็นเกียรติ

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวสรุปผลสำรวจการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการภายใต้นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 พบว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้สำรวจระหว่างวันที่ 1 ส.ค.68-31 ส.ค.68

พบว่าภาพรวม ปี 2566-2567 ประชาชนยังรู้สึกกลางๆ แต่ในปี 2567-2568 จะเห็นได้ว่าประชาชนรู้สึกมั่นใจและพึงพอใจ รู้สึกปลอดภัยจากการแก้ปัญหายาเสพติด โดยสัมผัสได้ว่ายาเสพติดในพื้นที่มีปริมาณลดลง จึงทำให้เชื่อว่าเราขับเคลื่อนมาถูกทางแล้ว

ด้านผลสรุปข้อมูลจากรายงานสำรวจสำนักงานสถิติแห่งชาติ วันที่ 16 ก.ย. โดยเปรียบเทียบสถานการณ์ยาเสพติดระหว่างปี 2567–2568 ได้ดังนี้ 1.การรับรู้ปัญหายาเสพติดในชุมชน ปี 2568 พบว่า 10.7% พบเห็นปัญหาด้วยตนเอง 42.5% ไม่พบเห็นแต่ทราบว่ามี 46.8% ไม่พบเห็นและไม่ทราบ เมื่อเทียบกับปี 2567 กลุ่ม “ไม่พบเห็นและไม่ทราบ” เพิ่มขึ้น สะท้อนว่าความรุนแรงเชิงรับรู้ของชุมชนลดลง

2.แนวโน้มปัญหายาเสพติด ปี 2568 พบว่า 20.2% ระบุว่าปัญหาเพิ่มขึ้น 36.7% เหมือนเดิม 30.2% ระบุว่าปัญหาลดลง เมื่อเทียบปี 2567 ผู้ตอบที่เห็นว่าปัญหาลดลง เพิ่มจาก 18.8% เป็น 30.2% จึงเป็นสัญญาณเชิงบวกว่าประชาชนเริ่มมองว่าปัญหาอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น

3.การซื้อขายยาเสพติดปี 2568 พบว่า 6.6% พบเห็นการซื้อขายได้ง่าย 0.6% พบเห็นยาก 64.4% ไม่พบเห็นแต่ทราบว่ามี 28.4% ไม่พบเห็นและไม่ทราบ เมื่อเทียบกับปี 2567 พบว่า สัดส่วนที่ “พบเห็นได้ง่าย” ลดลงเล็กน้อย แม้ยังมีเหตุผลเดิม เช่น ราคาถูก พบเห็นทั่วไป ขาดการปราบปรามต่อเนื่อง

4.การพบเห็นผู้เสพ/ผู้ติดปี 2568 พบว่า 18.7% พบเห็นด้วยตนเอง 78.5% ไม่พบเห็นแต่ทราบว่ามี 2.8% ไม่พบเห็นและไม่ทราบ และเมื่อเทียบกับปี 2567 พบว่า สัดส่วน “พบเห็นด้วยตนเอง” ลดลง บ่งชี้ว่าการรับรู้ความแพร่หลายของผู้เสพ/ผู้ติดในชุมชนลดลง

5.ความพึงพอใจและความเชื่อมั่น พบว่า ความพึงพอใจต่อการดำเนินงานของรัฐ ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ มาก–มากที่สุด รวมกันราว 50%+ และคะแนนเฉลี่ยเกิน 3.2 จาก 5 คะแนน ส่วนความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จากสถานการณ์ยาเสพติดระดับ “มาก–มากที่สุด” เพิ่มขึ้นจาก 44.3% (ปี 2567) เป็น 51.4% (ปี 2568) ส่วนความเชื่อมั่นต่อนโยบายรัฐบาลระดับ “มาก–มากที่สุด” ขยับขึ้นจาก 46.1% เป็น 51.4%

6.ภาพรวมเชิงบวกเมื่อเทียบปี 2567 พบว่า 1.ประชาชนจำนวนมากขึ้นเห็นว่าปัญหาลดลง (18.8% เป็น 30.2%) 2.การพบเห็นโดยตรงลดลง ทั้งการซื้อขายและจำนวนผู้เสพ/ผู้ติด 3.ความพึงพอใจและความเชื่อมั่นต่อรัฐปรับตัวสูงขึ้นในหลายมิติ 4.ความปลอดภัยและความมั่นใจในชุมชนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ด้านพ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า หลังจากนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. จะมีรมว.ยุติธรรมคนใหม่ รัฐบาลใหม่ ตนอยากขอบคุณชาว ป.ป.ส. ที่ทำงานร่วมกับทุกองค์กรของจริง เพราะ ป.ป.ส. ทำงานกับทุกหน่วย ต้องอยู่กับทุกพื้นที่ ที่สำคัญ ป.ป.ส. ถือเป็นหน่วยงานกลางระหว่างประเทศ วางนโยบายเรื่องยาเสพติด เป็นหน่วยงานที่เรียกได้ว่ามีความสำคัญสูงสุด เนื่องจากกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

โดยเฉพาะคดีอาญากว่า 80% คือคดียาเสพติด จึงถือว่าอยากมาให้กำลังใจ และสิ่งที่ตนเคยพูดเสมอว่า “เวลาไปหรือมาที่ใด เราไปเพราะเขาดีอยู่ แต่ตอนเราจะจากไปก็อยากให้เขาดียิ่งขึ้น” นี่คือคติการทำงานของตนมาตลอด อีกทั้งบุคลากรของ ป.ป.ส. มีความซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา คน ป.ป.ส. ถ้าบอกว่าไปยัดยาหรือรีดไถเงินยาเสพติด จะพบว่าไม่ค่อยมี เพราะเรามีวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง อีกทั้งในอดีต

พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า เดือน ส.ค. พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าปัญหายาเสพติดมีการลดลง ส่วนอื่น ๆ ก็มีความพึงพอใจ มีความเชื่อมั่นกับเรา ความปลอดภัยในชุมชนก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยยะ และตัวชี้วัดเหล่านี้ ตอบได้ว่าประชาชนมีความเชื่อมั่นขึ้น และงานพวกนี้ไม่เพียงเป็นสิ่งชโลมใจเราเท่านั้น แต่เราต้องไม่หยุดนิ่ง ต้องทำงานต่อไป

โดยเฉพาะสิ่งที่ติดค้างว่าประเทศไทยไม่มีที่ผลิตยาเสพติด แต่เรายังไม่ได้ควบคุมกัญชาเท่าที่ควร ตนทราบว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีการเสนอร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. … ซึ่งตนก็นำเสนอ และภาคประชาชนเสนอร่างเข้าไปเช่นกัน แต่มันไปติดที่เทคนิค อีกทั้งเป็นร่าง พ.ร.บ. ที่ต้องขอความเห็นชอบจากนายกฯและนายกฯ ก็ต้องรอกระทรวงสาธารณสุข เสนอร่างกฎหมายมาประกบกัน

พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า ส่วนเลขาธิการ ป.ป.ส. คนใหม่ เคยอยู่สำนักงาน ป.ป.ส. ดังนั้น ข้าราชการทุกคนเป็นคนมีความรู้ ยืนยันว่าตนรักและหวังดีกับสำนักงาน ป.ป.ส. แต่หวังพึ่งคนที่มีศักยภาพด้วย ที่สำคัญ หากเราจะต้องหยุดการผลิตยาเสพติดที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ก็ต้องหยุดที่จ.ตาก เพราะมันมีหลายด่าน และถ้าเราหยุดยาเสพติดที่จ.ตากได้ มันจะหยุดล็อตยาเสพติดได้อย่างมโหฬาร รวมถึงพวกสารตั้งต้นเคมีภัณฑ์ด้วย

พ.ต.อ.ทวี ให้สัมภาษณ์ภายหลังอำลาข้าราชการ ป.ป.ส. ว่า วันนี้มีผลสำรวจเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ประชาชนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น พึงพอใจมากขึ้น มีความรับรู้ได้ว่ายาเสพติดลดลง ซึ่งอันนี้คือการสำรวจเชิงวิทยาศาสตร์ แต่บางพื้นที่อาจรู้สึกมากน้อยแตกต่าง

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีบางส่วนที่เราตั้งใจทำ แต่ยังขาดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น เรายังเป็นห่วงเรื่องพืชกัญชาที่ยังไม่มีกฎหมายมาควบคุมเพื่อใช้ทางการแพทย์ ทราบว่าตอนนี้มีร่างกฎหมายอยู่ 6 ฉบับ หนึ่งในนั้นคือร่างของนายอนุทิน มีของตนเอง และยังมีของภาคประชาชน และสส.ด้วย แต่ร่างดังกล่าวถูกมองว่าเป็นร่างการเงิน จะต้องให้นายกฯ รับรอง

แต่ตอนนี้นายกฯ ยังต้องอยู่ระหว่างรอร่างของกระทรวงสาธารณสุข ทำร่างประกบเข้ามา เราฝากรัฐบาลใหม่ เชื่อว่านายอนุทิน อยากให้มีร่างอันนี้ อยากให้ขับเคลื่อน พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. … เข้าไปในสภาฯ

พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า ปัญหายาเสพติด ไม่ว่าใครจะมาก็ต้องขับเคลื่อนแก้ไข โดยเฉพาะ ป.ป.ส. เป็นมืออาชีพ และเป็นเสาหลักทิศทางให้กับรัฐบาลได้ ส่วนการควบคุมสารตั้งต้นเคมีภัณฑ์ ที่ระบุว่าหากควบคุมในพื้นที่ตากได้จะเแก้ไขปัญหายาเสพติดได้อย่างมโหฬารนั้น ตนทราบว่าป.ป.ส. ได้แต่งตั้งคณะทำงานเรื่องสารเคมีภัณฑ์ หรือสารตั้งต้นที่อาจนำไปใช้ผลิตเป็นยาเสพติด

ตอนนี้เราเริ่มรู้ทันแล้วก็จะยกระดับ โดยเฉพาะที่พูดคุยกัน ถ้าเราสกัดกั้นไม่ให้สารตั้งต้นเหล่านี้ออกจากอำเภอแม่สอด จ.ตาก ได้ หรือไม่ให้สินค้าผ่านทาง แต่ให้มีช่องทางเดียว ส่วนนี้ ป.ป.ส. มาถูกทางแล้ว ถ้าทำได้ จะช่วยหยุดยั้งเรื่องยาเสพติดได้ แต่อยู่ที่ผู้นำและผู้แก้ จะทำอย่างไรให้ข้าราชการหรือผู้เกี่ยวข้องไปมีส่วนส่งเสริมการค้ายาเสพติดเสียเอง ซึ่งต้องยกระดับให้ดีขึ้นกว่าเดิม

เมื่อถามว่าเสียดายหรือไม่ว่าไม่สามารถอยู่ทำให้เต็มที่ได้นั้น พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ตนมองว่า การเมืองคนใหม่ก็คงมาทำ เราอยู่ในระบอบประชาธิปไตย เชื่อมั่นว่ารัฐบาลนำโดยนายอนุทิน ที่ได้พูดถึงเรื่องนโยบาย ก็คงดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ หน้าที่ของทางฝ่ายค้า ในยุคนี้จะสำคัญกว่ารัฐบาล เพราะเป็นฝ่ายค้านเสียงข้างมาก ถ้ารัฐบาลทำอะไรที่ไม่ถูก ฝ่ายค้านอาจมีข้อเสนอเพื่อให้รัฐบาลได้ทำให้กับประชาชนได้จริง เพราะเราจะเป็นฝ่ายค้านเพื่อประชาชน ไม่ใช่ฝ่ายค้านเพื่อล้มรัฐบาล และในตอนนี้ตนยังไม่มีอะไรฝากถึง รมว.ยุติธรรมคนใหม่ เพราะตนยังไม่รู้ว่าเป็นใคร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน