ชูศักดิ์ เผย เพื่อไทย เตรียมร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15 ตั้งเป้าเลือกส.ส.ร.โดยอ้อม เพิ่มตัวแทนองค์กร-ภาคประชาชน-สื่อ-นักศึกษา ย้ำไม่เสี่ยงเหมือนฮั้วสว. ยันเสนอสภาทันสมัยประชุมนี้ต้นต.ค.

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 17 ก.ย.2568 ที่รัฐสภา นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าภายหลังคณะทํางานพรรคเพื่อไทย หารือเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า เราลงมติกันว่าจะมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) แต่จะไม่ได้เลือกโดยตรง โดยใช้เป็นการเลือกโดยอ้อม แล้วให้รัฐสภาคัดเลือก

โดยรวมแล้ว ส.ส.ร.จะมาจาก 2 ส่วน คือส่วนแรก ให้แต่ละจังหวัดไปเลือกตัวแทนที่ประสงค์จะมาเป็น ส.ส.ร. จํานวน 200 คน ผ่านการสมัคร ให้ยึดถือตามจำนวนดังกล่าว และมาให้รัฐสภาเลือกให้เหลือ 100 คน ซึ่งมีเงื่อนไขว่า น้อยที่สุดคือเลือกจังหวัดละ 1 คน เนื่องจากอาจจะมีการทุ่มเทบางจังหวัดที่เป็นฐานเสียงของรัฐบาล

“เราคิดว่าควรมีตัวแทนจากองค์กรทั้งหลายในประเทศ ทั้งด้านประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วม เช่น น่าจะมีตัวแทนจากคณบดี คณะนิติศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาท้องถิ่น สภาทนายความ สื่อมวลชน และตัวแทนจากวิชาชีพ เข้ามาเป็น ส.ส.ร.ด้วย

รวมถึงอยากให้มีตัวแทนนิสิต นักศึกษา องค์กรต่างๆ ของมหาวิทยาลัย อย่างน้อย 30-40 คน และให้ ส.ส.ร.ชุดนี้ ทําหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ ไปตั้งกรรมาธิการคัดเลือกผู้ที่มีความรู้ความสามารถด้านรัฐธรรมนูญเข้ามาร่วม ทั้งนี้ ส.ส.ร.เราตั้งไว้ประมาณ 140 คน เพราะไม่อยากให้ใหญ่มาก” นายชูศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทย โดยคณะทํางานได้มอบให้เลขาธิการฝ่ายกฎหมายไปยกร่าง ซึ่งเข้าใจว่า ในวันที่ 19 ก.ย. เวลา 13.00 น. จะนําร่างทั้งหมดมาดูกัน เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย และทําร่างนั้นเสนอ

สำหรับคําถามประชามติครั้งที่สอง จะมีการกําหนดเรื่องหมวด 1 และหมวด 2 หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเพียงการเพิ่มหมวด 15 ว่าด้วยการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากหมวดนี้ทําสําเร็จแล้ว การจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่สาระจะเป็นอย่างไร จะต้องเสนอร่างใหม่ทั้งหมด และเมื่อทําประชามติแล้ว จะถือว่าเป็นกฎหมายสมบูรณ์ ในชั้นนี้เป็นเพียงกําหนดวิธีการ สาระสําคัญว่า เราจะทําอะไร และจะมี ส.ส.ร.อย่างไร

เมื่อถามถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องใช้เสียงสว.สนับสนุน พรรคเพื่อไทยมีการเดินสายทําความเข้าใจกับ สว.หรือยัง นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เราไม่มีหน้าที่ไปทําความเข้าใจ เป็นหน้าที่ของ สว.ต้องคิดกัน หรือพรรคไหนจะไปทําความเข้าใจก็ได้ แต่พรรคเพื่อไทยเราไม่ได้ทำความเข้าใจ เพียงแต่ขอความสนับสนุน ว่าหากอยากให้จัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็ช่วยโหวต เพราะต้องการเสียงอย่างน้อย 67 เสียงเป็นอย่างต่ำ หรือ 1 ใน 3

“ไม่อยากคิดว่า เราไปขอกัน ไปร้องกัน ให้เป็นดุลพินิจ เป็รอํานาจหน้าที่ ที่เราทํากัน เป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมหรือไม่ ถ้าเป็นประโยชน์ส่วนรวม ก็ช่วยกันสนับสนุน เพราะเราพยายามกันมานานแล้ว ทําให้มันสําเร็จได้หรือไม่ แค่นั้น ไม่ได้เดินสายอะไร” นายชูศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่า เสียง สว.อาจไม่พอ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ก็กังวลเหมือนกัน แต่เราต้องทํา ทําแล้วก็ว่ากันไป ถึงเวลาหนึ่งก็รู้เอง ว่าท้ายสุดแล้วคิดกันอย่างไร

ต่อข้อถามว่ากังวล ส.ส.ร.จะเหมือนกับคดี ฮั้ว สว.หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่าว่า ตอนแรกประชาชนในจังหวัดเลือกกันมา ไม่มีเป็นกลุ่มอาชีพแบบ สว. เป็นคนละอย่างกัน สมมติเราอยู่จังหวัดนี้ มี ส.ส.ร.ได้ตามจํานวนประชากร หากสนใจก็ไปสมัคร แล้วให้ประชาชนโหวตเลือกกัน แต่ยังไม่ได้เป็น ส.ส.ร. เพราะต้องให้รัฐสภาเลือกอีกครั้ง

แต่จุดใหญ่สำคัญคือ คิดว่าให้ประชาชนมีส่วนร่วม ไม่ใช่เรามาทํากันเอง เพราะเราอยากให้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน จึงอยากให้มีส่วนร่วม

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยมีการคุยกันถึงไทม์ไลน์การทำร่างแรกแล้วเสร็จหรือไม่ เนื่องจากจะปิดสมัยประชุม ในวันที่ 30 ต.ค.นี้ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า คิดว่าต้นต.ค. เราสามารถเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมได้ เพียงแต่ปลายเดือนต.ค. ปิดสมัยประชุม แต่รัฐสภามีหน้าที่ อย่างน้อยคือตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ให้ได้ก่อนปิดสมัยประชุมสภา เพื่อให้กมธ.ทํางาน ให้ส.ส.ร.ทำงาน เพื่อที่ร่างจะได้เสร็จ เมื่อเปิดสมัยแล้วจะได้มาโหวตกันได้

เมื่อถามถึงที่มาของ ส.ส.ร.ได้พูดคุยกับพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย หรือยัง นายชูศักดิ์ กล่าวว่า พยายามจะคุยกัน บ่ายวันนี้(17 ก.ย.) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน นัดตนไว้ ซึ่งน่าจะนั่งคุยกันอยู่ในสภาฯ แต่จุดยืนของเราเป็นอย่างนี้

ส่วนการตัดอํานาจ สว.บางส่วน ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยจะมีเรื่องนี้ เหมือนพรรคประชาชนหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า นี่เป็นเรื่องรายละเอียดว่าจะทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างไร ก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง ท้ายที่สุด ต้องเสนอร่างเข้าไปอีกครั้ง ภายหลังจากเสนอหมวด 15/1 ต้องค่อยไปคิดกันตอนนั้น

ส่วนหากในชั้นกมธ. รับทั้ง 3 ร่าง ต้องตกลงกันว่า จะใช้ร่างใดเป็นร่างหลัก หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เข้าใจว่า ทั้ง3 ร่างคงไม่ต่างอะไรกันมาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน