“สหัสวัต” ซัด รมว.แรงงาน จาก ภท. ออกนโยบาย Pre MOU พบ คิวผี VIP โวยถูกเรียกพรรคพม่า แต่ ภท. เอื้อกองทัพเมียนมา เก็บหัวคิวต้องให้เรียกว่าอะไร เปิดนายจ้างแรงงานกัมพูชา ถูกเรียกส่วยหัวคิว โอนเข้าบัญชีม้า ก่อนกลับมาที่บัญชีไทย ถาม “พิพัฒน์” เอี่ยวกระบวนการหรือไม่

29 ก.ย. 68 – นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน อภิปรายว่า จากการแถลงนโยบายมานั้น ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องแรงงานนั้น มีเพียงเรื่องของการอัพสกิล รีสกิล โดยการออกนโยบายนี้ ออกมา ตนเองไม่แน่ใจว่า เป็นเพียงการใส่มาให้ครบๆ ประเด็น หรือเป็นการมองที่ขาดวิสัยทัศน์ ซึ่งตนเองเห็นด้วยว่า การอัพสกิล รีสกิล แรงงานนั้น เป็นเรื่องสำคัญ แต่เรื่องนี้นั้นไม่มีทางที่จะทำให้สำเร็จได้ในเวลาเพียง 4 เดือนแน่นอน

นายสหัสวัต กล่าวว่า จริงๆ เรื่องที่เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของกระทรวงแรงงาน และเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน และหาผลประโยชน์ที่ใหญ่ที่สุดของกระทรวงแรงงาน คือ เรื่องของกรมการจัดหางาน ซึ่งตนเองก็ไม่รู้ว่า ที่ไม่คิดจะพูดถึงกัน เป็นเพราะว่า จะหากินกับเรื่องนี้กันต่อหรือไม่ การหากินในกระทรวงแรงงาน

นอกจากหากินกับกองทุนประกันสังคมแล้ว กรมการจัดหางานเป็นอีกที่หนึ่งที่ผลประโยชน์มหาศาล จากการเรียกรับผลประโยชน์เก็บส่วยต่างๆ ตนเองเคยอภิปรายเรื่องการส่งออกแรงงานไทยไปแล้ว ที่มี รัฐมนตรีแรงงาน ที่ถูกกล่าวหาว่า เกี่ยวข้องในตอนนั้นเอง ก็มานั่งอยู่ในรัฐบาลนี้ แล้วเมื่อเร็วๆ นี้ ยังจะออกมาแก้ตัวว่า ไม่เกี่ยวข้อง บอกว่า อัยการสูงสุด(อสส.) ยกข้อกล่าวหานี้แล้ว ทั้งที่จริงๆ คดีที่พูดถึง ไม่เกี่ยวอะไรกับ อสส. และคดีนี้ยังอยู่ชั้นสืบสวนใน ป.ป.ช. อยู่

นายสหัสวัต กล่าวอีกว่า ส่วนอีกเรื่องที่ว่ากันว่าเป็นแหล่งในการหาผลประโยชน์มหาศาลในกระทรวงแรงงาน ก็คือการนำเข้าแรงงาน ซึ่งก็มีปัญหามาอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหานี้กำลังหนักขึ้น เพราะการออกนโยบายที่ผ่านมาของอดีตรัฐมนตรีแรงงาน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ของพรรคภูมิใจไทย และตอนนี้ก็อยู่ใน ครม. นี้เช่นกัน

การนำเข้าแรงงานข้ามชาติมาใช้ในไทย มีอยู่ 4 รูปแบบ คือ 1. แรงงานมาตาม MOU คือทางการไทยกับทางประเทศต้นทางทำข้อตกลงร่วมกันให้จัดหาแรงงานมาให้ 2. การขึ้นทะเบียนขออนุญาตทำงาน คือ คนประเทศต้นทางเข้าไทย แล้วมาขอใบอนุญาตทำงาน 3. แรงงานเดิมต่ออายุ คือ แรงงานที่เมื่อหมดระยะเวลาก็ต้องต่ออายุ ขอทำงานต่อ และ 4. แรงงานชายแดน ซึ่งเข้ามาทำงานแบบไปกลับบริเวณชายแดน

นายสหัสวัต กล่าวว่า ประเทศเรามีการใช้แรงงานจากเมียนมามากที่สุด กระบวนการหากินกับแรงงานเมียนมา จึงเป็นเม็ดเงินมหาศาล ที่เกิดการคอร์รัปชันขึ้น และเป็นแหล่งหากินหลักของกระทรวงแรงงาน ซึ่งหน้าที่ของรัฐมนตรีแรงงาน คือต้องแก้ปัญหาเหล่านี้ แต่ที่ผ่านมาไม่มีรัฐมนตรีแรงงานคนไหนเลย ที่แก้ปัญหาเรื่องนี้ เพราะว่ากันว่า รายได้จากส่วยตรงนี้เป็นรายได้ประจำของ รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ไม่ว่ามาจากพรรคอะไรก็ตาม แต่ปัญหานี้หนักขึ้น เมื่อรัฐมนตรีแรงงานของพรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ ไม่เพียงแต่ไม่แก้ปัญหาเรื่องนี้ แต่ยังทำให้ปัญหานี้มันหนักขึ้น ด้วยการออกนโยบายที่ชื่อว่า Pre MOU

นายสหัสวัส ยังกล่าวถึงที่มาที่ไปของระบบที่เรียกว่า Pre MOU ว่า ปัจจุบันเอามาใช้กับการต่ออายุแรงงานข้ามชาติ ซึ่งอ้างว่าจะเอามาแก้ปัญหา เอามาทำให้สะดวกสบายขึ้น เพราะช่วงนั้นมีปัญหาเรื่องการเมืองในเมียนมา เพื่อจะได้ไม่ต้องกลับไปแสตมป์ VISA ที่เมียนมา แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันยุ่งยากขึ้นมหาศาล เพราะมันคือเอาการต่ออายุธรรมดา ที่ปกติมีแค่ 3 – 4 ขั้นตอน มาใส่ขั้นตอนจาก MOU เพิ่มไปอีกรวมเป็น 8 – 9 ขั้นตอนเลย และมีปัญหาในการจัดการ เช่น โรงพยาบาลไม่รับรองทั้งที่เป็นโรงพยาบาลตามรายชื่อที่กรมการจัดหางานประกาศออกมาเอง หรือต้องซื้อประกันเพิ่มขึ้นอีก 3 เดือน มีค่าใช้จ่ายในการจองคิวที่เซเว่น การต้องเดินทางไปกลับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)หลายรอบ ทำให้ทั้งเสียเวลา และค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ไม่น้อยกว่า 6,000 บาทต่อคน

นายสหัสวัต กล่าวอีกว่า ขั้นตอนที่เป็นปัญหามาก ๆ คือ การพิสูจน์สัญชาติ หรือศูนย์ CI พิสูจน์สัญชาติ คือการพิสูจน์ว่า นาย เอ เป็นชาวเมียนมาจริงหรือไม่ ซึ่งโดยปกติจะใช้ในขั้นตอนการขึ้นทะเบียนใหม่ แต่นี่เอามาใช้กับการต่ออายุ ซึ่งไม่มีความจำเป็นเลย เพราะแรงงานต่ออายุเหล่านี้ เราได้ทำการพิสูจน์สัญชาติไปแล้วเก็บข้อมูลอัตลักษณ์ไปหมดแล้ว

ทั้งนี้ หลังปี 2564 เมื่อมีการรัฐประหารในเมียนมาเกิดปัญหาใหญ่ขึ้น คือคนเมียนมา ทะลักเข้ามาไทยมาหาหางานทำ เพราะที่บ้านอยู่ไม่ได้ พอปี 66 รัฐบาลทหารเมียนมา เลยมีกระบวนการพูดคุยรัฐบาลไทยจนนำมาสู่การออกขั้นตอน Pre MOU โดยนายพิพัฒน์ เป็นคนรับรองให้เกิดสิ่งนี้ เพื่อเอื้อให้รัฐบาลทหารเมียนมา ทำ 3 อย่าง

1. คือหาเงินให้รัฐบาลทหารพม่าไปใช้ทำสงครามในประเทศ 2.สกรีนคนที่เผด็จการเห็นว่าไม่ใช่พวกตัวเอง เช่น คนมุสลิม คนชนกลุ่มน้อย คนที่ต่อต้านเผด็จการ

และ 3. เพื่อเกณฑ์ทหาร แล้วรัฐบาลทหารพม่า จะทำเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร นวัตกรรมของเรื่องนี้คือ ให้ไปทำในศูนย์ CI หรือศูนย์พิสูจน์สัญชาติ คือให้รัฐบาลทหารพม่าเข้ามาทำพิสูจน์สัญชาติในประเทศไทยโดยอ้างว่าเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกต่อนายจ้างลูกจ้าง ไม่ต้องกลับประเทศ ศูนย์ CI นั้น มีไม่เพียงพอ ในอดีตนั้นเราเคยมี 6 ศูนย์

แต่ปัจจุบันมีอยู่เพียง 4 ศูนย์เท่านั้น คือที่ สมุทรปราการ สมุทรสาคร สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่ ซึ่งไม่เพียงพอกับความต้องการ แต่ที่มันหนักที่สุด ของเรื่อง Pre MOU คือการเปิดทางให้รัฐบาลทหารพม่าเข้ามาเรียกหัวคิว รับสินบนคนไทย ผ่านระบบ CI

กระบวนการ CI แม้จะมีการเปิดจองคิวที่ร้านเซเว่น ก่อนที่ไปพิสูจน์สัญชาติ แต่ก็พบว่าคิวที่จองไว้ ไม่ได้ตามนั้น ซึ่งขบวนการหากินกับแรงงานขนาดใหญ่ที่รัฐมนตรีนายพิพัฒน์ เปิดทางให้รัฐบาลทหารพม่าทำ มันเริ่มที่ตรงนี้ เมื่อไปถึงศูนย์ CI ตามวันที่นัดไว้ ตอนจ่ายเงินจองคิวที่เซเว่นนั้น พอไปถึงจะยังไม่ได้รับการบริการ เจ้าหน้าที่จะถามว่า มากับใคร ใครพามา ถ้าไม่มีชื่อใครสักคน เจ้าหน้าที่ก็จะบอกว่า คิวเต็ม ต้องรอไปอีก 2 – 3 วัน

ดังนั้น จึงเป็นช่องให้คนมาหากิน โดยสิ่งที่เกิดขึ้นคือ เมื่อเรารู้แล้วว่าเราไม่ได้คิว ไม่มีคิว ก็จะมีคนจากไหนไม่รู้ เป็นชาวเมียนมาบ้าง หรือเป็นคนไทยบ้าง มาถามว่า ฃมากับใคร อยากได้คิวหรือไม่ ถ้าอยากได้คิวทำวันนี้เลย ไม่ต้องรอให้จ่ายมา ซึ่งมีตั้งแต่ 1,200 – 3,000 บาท ขึ้นอยู่กับสถานที่ ลักษณะงานที่ทำ จำนวนแรงงานที่พาไป นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่าคิวผี และยังมีคิวผี VIP คือ คิวพิเศษที่เจ้าหน้าที่กรมจัดหางานของไทยช่วยดีลกับเจ้าหน้าที่เมียนมา มีคนช่วยดูแลตั้งแต่ต้นจนจบ นายสหัสวัต กล่าว

ทั้งนี้ เสียค่าคิวไปแล้ว ก็ยังต้องไปพบเจ้าหน้าที่ CI จากเมียนมา ส่วนนี้เมื่อไปเจอครับ แรงงานก็ถูกเรียกเก็บเงิน บางคนบอกว่าค่าธรรมเนียม บางคนบอกชัด ๆ เลย ว่าเป็นเรื่องภาษี มีการถามแรงงาน แต่ละคนว่ารายได้เท่าไร อยู่ไทยมากี่ปี คนละตั้งแต่ 3,000 – 4,000 บาท ขึ้นไป และมีแต่เจ้าหน้าที่เมียนมาทั้งหมด ทางการไทยไม่ได้สนใจเลย ว่าคนไทยต้องจ่ายอะไรบ้าง มีการเรียกหัวคิวคนไทยหรือไม่ คนไทยโดนรีดไถหรือไม่ หรือว่าเป็นเพราะจริง ๆ แล้วทางการไทย มีเอี่ยวกับผลประโยชน์ตรงนี้ด้วย เพราะมันมีคำว่าคิว VIP ขึ้นมา

นายสหัสวัต ยังตั้งข้อสังเกตุอีกว่า หรือว่าที่ไม่อยากจะมากำกับดูแล เพราะท่านเองเป็นคนอนุญาตให้เข้ามาทำ แล้วไม่อยากจะต้องมารับผิดชอบ เลยทำเป็นไม่รับไม่รู้ว่าข้างในศูนย์ของเมียนมา เขาทำอะไรกัน และที่สำคัญคือ เพราะเขามีการเก็บภาษีกันใช่หรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ตนเองเคยอภิปรายถามนายพิพัฒน์ไปแล้ว แต่ก็ไม่มีคำตอบ

จึงอยากถามคำถามนี้อีกรอบ เพราะเป็นปัญหาการเก็บภาษีซ้อน ซึ่งไทยกับเมียนมาเองก็มีข้อตกลงกันเรื่องการจะไม่เก็บภาษีซ้อนกันที่เรียกกันว่า Double Tax Agreement หรือ DTA และเมื่อสิ่งนี้มันเกิดขึ้นในศูนย์ CI ก็เท่ากับว่ารัฐบาลไทยกำลังอนุญาตให้เมียนมา ละเมิดข้อตกลงที่ทำไว้กับตัวเอง

“พรรคผมเคยถูกกล่าวหาว่า เป็นพรรคประชาชนพม่า แล้วพรรคท่าน ปล่อยให้คนไทยโดนเรียกสินบน ปล่อยให้รัฐบาลทหารพม่ามาใช้อำนาจอธิปไตยทางภาษีของตัวเองในประเทศเรา แล้วแบบนี้คืออะไร พรรคท่านมักจะอ้างคำว่ารักชาติ แต่นี่คนในชาติโดนเอาเปรียบจากต่างชาติแบบนี้ มันรักชาติแบบไหน“ นายสหัสวัต กล่าว

นายสหัสวัต จึงขอถามเรื่องนี้ไปยัง นายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรค และนายกรัฐมนตรี ก็มาตอบคำถามให้หน่อย เพราะหากรัฐบาลชุดนี้ นำสิ่งนี้ไปทำต่อ ก็จะยิ่งเป็นการยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยเองช่วยรัฐบาลทหารพม่ามาเก็บหัวคิวคนไทย และอนุญาตให้ต่างชาติมาใช้อำนาจในการเก็บภาษีบนแผ่นดินไทยจริงๆ รัฐมนตรีแรงงานจากพรรคภูมิใจไทย ในฐานะที่ตอนนี้กำกับดูแลรัฐบาลนั้น ไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาแค่กับฝั่งเมียนมา แต่เราก็พบปัญหาคล้ายๆ กันในกระบวนการนำเข้าแรงงานจากฝั่งกัมพูชา

ตนเองได้รับข้อมูลว่ามีการเรียกเก็บเงินนายจ้าง เพื่อที่จะสามารถขอใช้แรงงานกัมพูชา โดยปกติการใช้แรงงานกัมพูชา จะมีการยื่นขออนุญาตใช้แรงงาน คือ จะต้องมีการยื่นรายชื่อแรงงาน หรือ Name List ก่อนเพื่อขออนุมัติ ซึ่งจะให้นายจ้างยื่นไปผ่านทางเว็บไซต์ของกรมการจัดหางานของไทย แต่ทางไทยไม่ได้มีอำนาจการอนุมัติรายชื่อเป็นฝั่งกัมพูชาที่เป็นคนอนุมัติ บนเว็บไซด์และระบบของไทย โดยมีคนแจ้งว่า เมื่อยื่นไปแล้ว จะมีคนโทรมาแจ้งว่า จะต้องจ่ายเงินเพิ่ม 2,500 บาท ต่อลูกจ้าง 1 คน เป็นค่าอนุมัติ หากใครไม่โอนก็จะไม่ได้รับการอนุมัติ แต่พอโอนปุ๊บ อนุมัติทันที

ดังนั้น ตนเองขอตั้งคำถามว่า คนที่เรียกเงินเอารายชื่อจากไหน ทำไมพอได้เงินแล้วเข้ามาอนุมัติรายชื่อผ่านเว็บของกรมการจัดหางานได้ ยิ่งไปกว่านี้บัญชีที่โอนไปก็เป็นบัญชีคนกัมพูชาด้วย นี่มันคือกระบวนการฮั้วกันระหว่างกระทรวงแรงงานไทย กับรัฐบาลกัมพูชาหรือไม่

ทั้งนี้ นายจ้างมีการยื่นเรื่องนี้เข้าสู่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และเจอเส้นทางเงินส่วยหัวคิว ว่ามีการโอนเข้าบัญชีม้าต่าง ๆ ไปเป็นทอด ๆ จนถึงบัญชีส่วนตัวของข้าราชการระดับสูงในกัมพูชา แต่ที่พีคกว่านั้น เงินที่ไปถึงบัญชีที่กัมพูชาแล้ว มันไหลกลับมาที่บัญชีของคนไทย แล้วจากนั้นก็ถูกถอนออกมาเป็นเงินสด ซึ่งก็ไม่รู้ว่าถูกส่งต่อไปให้ใคร จะส่งไปถึงในกระทรวงหรือไม่ก็ยังไม่ทราบเช่นกัน ถ้าบอกเป็นค่าธรรมเนียม มันก็ต้องเข้าบัญชีของหน่วยงานสิ แต่ทำไมมันเข้าบัญชีส่วนตัวล้วนๆ ทั้งของคนไทย และคนกัมพูชาด้วย

นายสหัสวัต กล่าวว่า ถ้าท่านนายกฯ ไม่ออกมาตอบเรื่องนี้ จะยิ่งเป็นการตอบคำถามในใจของประชาชนว่ารัฐมนตรีของท่านกระทำการหากินร่วมกันกับต่างชาติ บนหลังของผู้ประกอบการไทย ตนเองอยากได้คำตอบจากนายอุนทิน จากพรรคภูมิใจไทย ว่าท่านจะทำยังไงใน 4 เดือนนี้ เรื่องการหากินในกระทรวงแรงงานเหล่านี้ ในเมื่อท่านเพิ่งพูดในสภาแห่งนี้เองว่าท่านคัดรัฐมนตรีมาเอง แต่มองไปแต่ละคน ประชาชนจะเชื่อได้ไงว่าจะมาทำงานอย่างสุจริต คนหนึ่งก็มีคดีเรียกรับสินบนขบวนการนำแรงงานไทยค้ามนุษย์ข้ามชาติ จนเป็นคดีดังทั่วโลก อีกคนก็มีข่าวว่าเกี่ยวข้องกับคดีเรียกหัวคิวแรงงานกัมพูชาอีก แถมยังออกนโยบาย Pre MOU เปิดช่องเรียกหัวคิวนายจ้างไทยอีก

“พรรคภูมิใจไทย ที่มักอวดอ้างคำว่า รักชาติ จะรักษาผลประโยชน์ชาติ ตอบในสภาแห่งนี้ทีแบบชัด ๆ ที ว่าจะไม่ปล่อยให้มีการหาผลประโยชน์แบบนี้ขึ้นในกระทรวงแรงงานอีก จะไม่ปล่อยให้ต่างชาติมาเอาเปรียบคนไทยอีก อย่าเป็นความรักชาติแบบปิดเปิดจะรักเมื่อตัวเองได้ประโยชน์ พูดออกมารับปากในสภาแห่งนี้ และแสดงความจริงใจออกมา โดยยกเลิกนโยบาย Pre MOU ก่อนเลย และช่วยยืนยัน ว่าจะไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ไม่ช่วยเหลือใครก็ตามที่มีคดีความ และโดนสอบสวนอยู่ ผมจะติดตามเรื่องนี้อย่างถึงที่สุดแน่นอน” นายสหัสวัต กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน