นันทนา ช็อก! นโยบายแก้รธน. มีแค่ 3 บรรทัด ถามใช่ ภท.-สว. หรือไม่ วอล์กเอาต์ไม่ร่วมถก หวั่น รมว.ยธ. สายตรงบุรีรัมย์ ทำนิติกรรมอำพราง พลิกคดีฮั้วสว.-เขากระโดง
เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2568 ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เป็นพิเศษ มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญเป็นวันที่ 2
เวลา 11.00 น. น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. กล่าวว่า เอกสารแถลงนโยบายชุดนี้เขียนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญเพียง 3 บรรทัด บอกเพียงว่ารัฐบาลจะสนับสนุนการจัดทำประชามติและการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
เรื่องนี้ก่อให้เกิดข้อกังขาว่ารัฐบาลมีเจตจำนงที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงใด เพราะที่ผ่านมาใช่พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ที่วอล์กเอาต์ในญัตติแก้รัฐธรรมนูญเมื่อต้นปีนี้ ใช่สว.เสียงข้างมากหรือไม่ที่วอล์กเอาต์ไม่แก้รัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน
แต่เพียงชั่วข้ามคืนที่ท่านลงนามใน MOA ท่านก็ยูเทิร์นเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่ท่านปกป้องมาตลอดต้องยกร่างใหม่ จึงสร้างข้อสงสัยในวิธีการแก้รัฐธรรมนูญว่าจะมีการหมกเม็ดซ่อนเงื่อน จนในที่สุดเราจะได้รัฐธรรมนูญสีเดียวกับนโยบายของท่านหรือไม่ ขออย่าให้เป็นเช่นนั้น เพราะไม่ใช่เพียงแต่จะทำร้ายพรรคที่อุ้มท่านเป็นรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังทำร้ายประชาชนทั้งประเทศ ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับที่แย่กว่าเดิม
ปัญหาใหญ่ที่ประชาชนทั้งประเทศเป็นห่วงรัฐบาลชุดนี้ คือ นิติธรรม ที่ท่านยืนยันเอาไว้ในเล่มนโยบายข้อ 9 ว่าจะรักษาหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด ต้องถามว่ารัฐบาลจะทำอย่างไร ในเมื่อแค่สส. อภิปรายเรื่องฮั้วสว. เขากระโดง พวกท่านก็แห่กันมาประท้วงจนอภิปรายต่อไม่ได้ นี่ก็เริ่มปิดหูปิดตาประชาชนกันเสียแล้ว ท่านจะกลัวอะไร ที่จะนำคดีความที่พวกท่านพัวพันอยู่ในกระบวนการมาเปิดเผยให้ประชาชนได้รับรู้
ประชาชนจับตาดูอยู่ว่าท่านรัฐมนตรียุติธรรมที่ได้ฉายาว่า สายตรงบุรีรัมย์ จะมาพลิกผันคดีจากดำกลายเป็นขาว จากขาวให้กลายเป็นดำหรือไม่ ท่านจะย้ายอธิบดีดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ที่ตั้งใจทำคดีนี้หรือไม่ เพราะถ้าจะหาหลักฐานในเรื่องการก้าวก่ายแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ก็อาจจะเป็นเช่นเดียวกับการถามหาใบเสร็จในการทุจริต แต่ผลจากคดีจะเป็นคำตอบในที่สุด
“หากคดีฮั้วสว.พลิกผันไป ที่ดินเขากระโดง มิได้กลับไปเป็นของแผ่นดิน นี่คือนิติกรรมอำพราง อันเป็นผลมาจากการบริหารจัดการของรัฐบาลชุดนี้ และย่อมไม่ใช่ Quick win แต่จะกลายเป็น Quick lost ของรัฐบาลชุดนี้ในที่สุด” น.ส.นันทนา กล่าว