นายกฯ ดีเดย์ออกสตาร์ท 120 วัน การทำงานรัฐบาล ทำฉัตร 7 ชั้นครอบนรสิงห์ เร่งผลัดดันนโบบายตามที่แถลง เล็งประชุมครม.เศรษฐกิจบ่ายวันจันทร์

เมื่อเวลา 08.52 น. วันที่ 1 ต.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เดินทางปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ ภายหลังการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อรัฐสภา โดยนายกฯ สวมสูทสีเทา และยังคงใช้รถยนต์ส่วนตัวโรลส์ รอยซ์ ทะเบียน วอ 3333 กรุงเทพมหานคร

อย่างไรก็ตาม น่าสังเกตว่า รูปปั้นนรสิงห์จำลองที่ย้ายกลับมายังตึกไทยคู่ฟ้านั้น ได้มีการทำฉัตรทอง 7 ชั้นครอบรูปปั้นนรสิงห์จำลอง

วันนี้ ถือเป็นวันที่ 1 ของการทำงาน 120 วัน รัฐบาล ตามข้อตกลง MOA ร่วมกับพรรคประชาชน (ปชน.) และตามที่นายกฯได้เคยประกาศนับการทำงาน เริ่มวันที่ 1 ต.ค.

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงการขับเคลื่อนนโยบาย นับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ถือเป็นวันเริ่มวงเงินงบประมาณใหม่อย่างไรว่า นโยบายเป็นไปตามที่รัฐบาลแถลง เรื่องการทำงานส่วนใหญ่ตนรู้จักกับหัวหน้าส่วนราชการ หรือผู้บริหารองค์กรที่เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อยู่แล้ว คงไม่มีปัญหาเรื่องความต่อเนื่องของการทำงาน

เมื่อถามว่าจะเร่งผลักดันนโยบายอะไรเป็นอย่างแรก นายอนุทิน กล่าวว่า ตามที่บอกไว้ เรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา จะเร่งให้การสนับสนุนในทุกภาคส่วน เมื่อวันที่ 30 ก.ย. พอแถลงนโยบายเสร็จก็ประชุมครม.ทันที และได้อนุมัติงบกลางให้กองทัพไปจัดเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ชายแดน

ส่วนจะสร้างกำแพงหรือไม่นั้น นายกฯ กล่าวว่า ในรายละเอียดพูดไม่ได้ เป็นเรื่องความมั่นคง แต่เรื่องการสนับสนุนงบประมาณ ก็เพื่อให้กองทัพได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งในการปกป้องอธิปไตยของบ้านเมืองในปัญหาเฉพาะหน้าขณะนี้ ซึ่งไม่ได้ล่าช้า และในวันที่ 2 ต.ค. จะมีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีหลายวาระ หากประชุมเสร็จแล้ว อะไรเปิดเผยได้ จะมาเปิดเผยให้ทราบ

นายกฯ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.ยังอนุมัติงบต่างๆ ที่ไปใช้หนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อให้ธ.ก.ส.มีวงเงินไปให้เกษตรกรได้เสริมสภาพคล่องต่อไป ลดปัญหาที่เป็นคอขวดกระทุ้งเข้าไปให้เม็ดเงินกระจายออกไปในเรื่องเศรษฐกิจ

สำหรับการบริหารงานก็เป็นไปตามปกติ มีการมอบหมายให้รองนายกฯและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ มุ่งเน้นลงพื้นที่ในเขตตรวจราชการที่รับผิดชอบ

เมื่อถามถึงรายละเอียดโครงการคนละครึ่งสำหรับบุคคลธรรมดาจะมีออกมาเมื่อไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า ภายในเดือนต.ค. ซึ่งวันที่ 30 ก.ย. เราได้กันงบประมาณปี 2569 ไว้ใช้สำหรับโครงการนี้อยู่แล้ว เพื่อเร่งขับเคลื่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจ

เท่าที่ทราบสัปดาห์หน้าหลักการจะเข้าที่ประชุมครม.และลงทะเบียนได้ไม่เกินกลางเดือนต.ค.นี้ ตัวงบประมาณเรากันไว้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นงบกลางเราสามารถนำมาใช้ให้ประชาชนเข้าโครงการนี้ได้เลย รวมไปถึงผู้ประกอบการด้วย

เมื่อถามว่าการประชุมครม.ครั้งต่อไปจะมีอะไรออกมาให้ประชาชนบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า จะมีเข้ามาเรื่อยๆ พยายามจะไม่ให้มีวาระจรเข้ามา เมื่อวันที่ 30 ก.ย. มีวาระจรเข้ามา 7 เรื่องเพราะมีความจำเป็นเนื่องจากผูกพันงบของปี 2568 แต่ถ้าเป็นเรื่องปกติแล้ววาระของครม.จะถูกนำส่งมาตั้งแต่วันพฤหัสเพื่อส่งให้ผู้เกี่ยวข้องกลั่นกรองต่อไป

เมื่อถามว่าระยะเวลา4 เดือน จะเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนได้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ก็เรามีความชัดเจนอยู่แล้ว ในเรื่องการลงทุนถ้าผู้ประกอบการมีข้อติดขัดอย่างไร แจ้งมาที่รัฐบาลได้

เมื่อถามว่านอกจากเพิ่มวันประชุมครม.แล้ว ทีมเศรษฐกิจ จะมีการประชุมมากขึ้นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตั้งใจว่าประชุมทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจช่วงบ่ายวันจันทร์ น่าจะเกิดขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ ตอนนี้ให้รัฐมนตรีเข้าไปที่กระทรวง เพราะวันนี้ถือเป็นวันแรกที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มรูปแบบ โดยให้แต่ละท่านไปพบปะข้าราชการมอบนโยบาย จากนั้นจะเชิญประชุมเป็นกลุ่มๆ

เวลา 09.00 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า นายประสิทธิ์ วัฒนาภา ประธาน TCELS เข้าพบนายกฯ พร้อมด้วยนายสุรศักดิ์ พันเจริญวรกุล รมว.การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม(อว.) พร้อมปลัดกระทรวง อว. และคณะ

ส่วนในช่วงบ่าย เวลา 13.30 น. นายกฯ มอบนโยบายโครงการสัมมนาผู้นำหน่วยระดับผู้บัญชาการหรือเทียบเท่า และระดับผู้บังคับการหรือเทียบเท่า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่ห้องประชุมแจ้งยอดสุข ชั้น 3 อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน