“จิรายุ” จี้ นายกฯ ปรับครม. หลังตั้ง รมต.คนนอก เคยมีคดีมาคุม สคบ. หวั่น ผลประโยชน์ทับซ้อน จ่อร้ององค์กรอิสระเอาผิด

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีตประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการฯ สภาฯ และอดีตสส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การตั้งรัฐมนตรีของรัฐบาลอนุทิน 1 ออกอาการหนักหนาสาหัสจนเกินเยียวยา ผ่านมาไม่กี่สัปดาห์มีแต่คนส่งข้อมูลเทาๆ มาให้ตน มีรัฐมนตรีหลายคนมีผลประโยชน์ซับซ้อน แต่ก็ยังดันทุรังตั้งชนิดที่ไม่อายใคร ดึงคนนอกมา แต่ละคนหากรู้ประวัติแล้วจะหนาว

ทั้งนี้ ตนจะยื่นให้องค์กรอิสระดำเนินคดีในการแต่งตั้งรัฐมนตรีคนนอกหลายคน ที่มีประวัติด่างพร้อย โดยคนแรก คือ นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ที่เหาะเหินเดินอากาศมาเป็นรัฐมนตรี และนายกฯ มอบหมายให้ไปดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เนื่องจากพบว่ามีความไม่เหมาะสม มีผลประโยชน์ทับซ้อนและเกี่ยวข้องกับคดีต่างๆ ที่ สคบ. กำกับดูแลหรือไม่

ตนตรวจสอบพบว่านายสันติเคยเป็นกรรมการบริหารที่ดำเนินกิจการด้านอสังหาริมทรัพย์ และมีเรื่องถูกร้องเรียน และคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้ดำเนินคดีแพ่ง (ฟ้องคดี) กับบริษัทดังกล่าวต่อศาลหลายคดี เพื่อบังคับให้บริษัทฯ รับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภค

ทั้งนี้ นายกฯ กลับแต่งตั้งให้นายสันติมาเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ที่กำกับดูแล สคบ. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ต้องคลีน ต้องอยู่เคียงข้างประชาชนผู้เดือดร้อนและผู้บริโภค โดยต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือเคยเป็นผู้กระทำต่อประชาชน

“บริษัทที่นายสันติเคยเป็นกรรมการบริหารถูกร้องเรียนและมีคดีกับ สคบ.หลายคดี ถึงแม้จะลาออกแค่ไม่กี่วันก่อนรับตำแหน่ง แต่บริษัทก็มีชนักติดหลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ รู้เต็มอกหรือไม่ ประชาชนผู้บริโภคจะไว้ใจได้อย่างไร การที่นายกฯ มอบหมายให้กำกับดูแล สคบ. ถือว่าไม่ตรงปก ประชาชนไม่สามารถไว้วางใจได้ เพราะมีความขัดกันแห่งผลประโยชน์โดยตรงอย่างชัดเจน” นายจิรายุ กล่าว

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า นายสันติเคยเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เมื่อตรวจสอบพบว่ายังทำธุรกิจการให้กู้ยืมเงิน ให้บริการด้านสินเชื่อแบบลิสซิ่งฯ แม้จะได้ลาออกก่อนเข้ารับหน้าที่ไม่กี่วัน หลังเข้ารับตำแหน่ง แต่พอมาเป็นรัฐมนตรีกลับแต่งตั้งทีมเลขานุการฯ และทีมงานที่ปรึกษาของตนเอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทีมนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ และด้านการให้สินเชื่อกู้ยืมเงินหรือลีสซิ่ง

การที่นายสันติแต่งตั้งที่ปรึกษาแต่ละคนมาช่วยบริหารสั่งการ สคบ. ที่มีอำนาจหน้าที่กำกับตรวจสอบตลอดจนการดำเนินคดีแพ่งและอาญา เพื่อลงโทษแก่ผู้ประกอบธุรกิจที่เอาเปรียบผู้บริโภค ด้านอสังหาริมทรัพย์ ด้านสัญญาในการให้บริการสินเชื่อให้กู้ยืมเงิน หรือการทำสัญญา ซึ่งตนสืบค้นประวัติของแต่ละคนพบว่าอันตราย และอาจจะหนีไม่พ้นที่จะเข้าไปแทรกแซงหรือเป่าคดี เพื่อให้หน่วยงาน สคบ.กระทำการหรือไม่

รวมทั้งกระทำการใดเพื่อเอื้อผลประโยชน์ให้กับธุรกิจตนเองทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งตนจะทยอยเปิดเผยประวัติของคณะที่ปรึกษาแต่ละคนให้สังคมพิจารณา ทั้งนี้ ตนเห็นว่านายกฯ ต้องปรับคณะรัฐมนตรีใหม่ทันที เพราะไม่ใช่แค่นายสันติที่ประชาชนอาจไม่ไว้วางใจเท่านั้น ยังมีอีกหลายคนที่ตนได้รับข้อมูลเป็นจำนวนมาก

“ผมจะยื่นร้องต่อองค์กรอิสระเพื่อเอาผิดทั้งผู้แต่งตั้งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ รวมทั้งคณะที่ปรึกษา ซึ่งอาจมีเจตนาในการเข้ามาแทรกแซงระบบราชการ รวมทั้งประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อองค์กรอิสระต่อไป” นายจิรายุ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน