เท้ง จี้รมว.กต. ถามจุดยืนเลิกเอ็มโอยู 43-44 เป็นประโยชน์จริงหรือไม่ แนะเบรกฝ่ายการเมืองเกาะกระแสชาตินิยม ‘สีหศักดิ์’ แจงสัปดาห์หน้า ‘บวรศักดิ์’ นัดหารือทำประชามติ ยันพร้อมให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์ในวงประชุมรัฐบาล ลั่นหากชัดเจนแล้วจะกลับมาชี้แจง

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 9 ต.ค.2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา ของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ถามนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ เรื่องการจัดทำประชามติยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และเอ็มโอยู 2544

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ผลสำรวจนิด้าโพล ที่สำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,300 กว่าคน พบว่าผู้ตอบแบบสำรวจ 69 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่เข้าใจในเรื่องรายละเอียดเอ็มโอยู 43 และ 44 แต่ผู้ตอบในกลุ่มเดียวกันประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ระบุอยากให้จัดทำประชามติสอบถามความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่าจะยกเลิกหรือไม่อย่างไร

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สาเหตุที่มาที่ไปเนื่องจากการแถลงนโยบายฐบาลในวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ พูดชัดเจนในที่ประชุมรัฐสภาว่า จะมีบัตรทั้งหมด 4 ใบ ได้แก่ใบที่ 1 เลือกสส.เขต ใบที่ 2 เลือกบัญชีรายชื่อ บัตรใบที่ 3 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และใบที่ 4 สอบถามเรื่องการยกเลิกเอ็มโอยูทั้ง 2 ฉบับ

แม้การจัดทำประชามตินั้น เป็นกลไกที่สำคัญ แต่หากจะยกเลิกเอ็มโอยูทั้งสองฉบับ จะส่งผลอย่างไรต่อการจัดการข้อพิพาทระหว่างไทยกัมพูชา ไทยจะได้หรือเสียเปรียบอย่างไร เราจะรณรงค์เรื่องนี้ให้ประชาชนรับทราบข้อมูล ทั้งข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบ โดยที่ไม่ทำให้ฝ่ายกัมพูชาล่วงรู้ได้อย่างไร ซึ่งข้อกังวลของตนที่มาถามคือ เอ็มโอยูทั้ง 2 ฉบับนั้น มีสาระสำคัญเรื่องการปักปันเขตแดนทางบกและเรื่องการบริหารผลประโยชน์พื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชา

นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า จึงขอคำถามไปยังนายสีหศักดิ์ว่า รัฐบาลมีแผนจัดทำประชามติอย่างไรเพื่อไม่ให้การออกเสียงประชามติ ยกเลิกเอ็มโอยูทั้ง 2 ฉบับนี้ขัดต่อพ.ร.บ.ประชามติ ที่ในกฎหมายได้กำหนดอย่างชัดเจน โดยที่กัมพูชาไม่สามารถที่จะรู้ข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบของประเทศไทย

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ รัฐบาลต้องให้ข้อมูลแก่ประชาชนก่อนวันออกเสียงประชามติว่าหากมีการยกเลิก มีมาตรการป้องกันเยียวยาความเสียหายอย่างไร เช่น เอ็มโอยู 43 เรื่องการปักปันเขตแดนระหว่างไทยและกัมพูชาทางบก

และเอ็มโอยู 44 รัฐบาลมีวิธีการหรือมาตรการใด ป้องกันไม่ให้เอกชนที่เขาได้เซ็นสัญญาลงนามสัมปทานการขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ที่เป็นพื้นที่ทับซ้อนทางระหว่างไทยและกัมพูชา ไม่ให้เอาเรื่องไปฟ้องกับอนุญาโตตุลาการเรียกค่าเสียหายกับรัฐบาลไทย หากยกเลิกเอ็มโอยู 44

ดังนั้น มาตรการป้องกันเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอีกด้านหนึ่งจากการยกเลิกเอ็มโอยูทั้ง 2 ฉบับ รัฐบาลเตรียมการไว้อย่างไรบ้าง

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตนขอถามความเห็นมุมมองของรัฐบาลคือ ในฐานะรมว.ต่างประเทศ เป็นตัวแทนของรัฐบาลว่าท่านเห็นด้วยหรือไม่ว่ารัฐบาลควรยกเลิกเอ็มโอยู 43 และ 44

สิ่งที่ทุกคนต้องการคือ ต้องการผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย แต่สิ่งที่เราไม่ต้องการคือการใช้ประเด็นเรื่องนี้เอามาเรียกกระแสต่างๆ และอาจเกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาด ที่เราไม่สามารถกลับมาแก้ไขปัญหาได้ สิ่งที่จะนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดคือ กัมพูชาล่วงรู้ข้อได้เปรียบหรือเสียเปรียบหมด สุดท้ายกัมพูชาเอาเรื่องนี้ขึ้นสู่ศาลโลกได้

สิ่งที่อยากคาดหวังคือ ขณะที่คนไทยคาดหวังระบบการเมืองที่ดีที่บุคคลที่ดำรงตำแหน่งในครม.เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ เป็นนักการทูต แบบท่าน สิ่งที่ผมอยากได้ยินจากรัฐมนตรีตอบ อยากได้คำยืนยันจากท่านว่าเห็นด้วยจริงๆ หรือ ที่จะยกเลิกเอ็มโอยูทั้ง 2 ฉบับ ท่านเห็นด้วยจริงๆ หรือว่าการจัดทำประชามตินั้น เป็นกระบวนการที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ หรือถ้าท่านไม่เห็นด้วยหรือถ้าท่านไม่สามารถตอบอย่างชัดเจน

“ขอคำยืนยันได้หรือไม่ว่า ท่านจะเข้าไปนำเสนอข้อคิดเห็นของท่าน ในฐานะรมว.ต่างประเทศ เพื่อที่จะเบรกฝ่ายการเมืองที่เอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นทางการเมืองเพื่อใช้กระแสชาตินิยมเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่ ผมต้องการให้รมว.ต่างประเทศยืนยันเจตจำนงเรื่องนี้ในสภาฯ” นายณัฐพงษ์ กล่าว

ด้านนายสีหศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ตนมาตอบกระทู้ในสภาฯ และยินดีตอบอย่างตรงไปตรงมา เรื่องเอ็มโอยูเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เป็นเรื่องของอธิปไตยเขตแดน ฉะนั้น ประชาชนน่าจะมีส่วนร่วมแสดงความเห็นว่าเราจะดำเนินการ และจัดทำประชามติอย่างไร อย่างไรก็ตาม เราต้องดำเนินการและรับฟังเสียงของสังคมด้วยความรอบคอบ ทุกมิติ อีกทั้งในสภาฯ ก็ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) เพื่อพิจารณาเรื่องการยกเลิกเอ็มโอยูด้วย ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เรามีการอภิปรายเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง

ย้ำว่า เรื่องการทำประชามตินั้น เหมือนที่นายณัฐพงษ์ ตั้งข้อสังเกตว่ามีอะไรที่เราต้องคำนึงถึงบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ต้องนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะ การให้ข้อมูลข่าวสาร การเยียวยา หรือภาคเอกชนล้วนเป็นสิ่งที่เราต้องคำนึงถึง โดยสัปดาห์หน้า นายบวรศักดิ์ จะมีการประชุมเพื่อดูว่าขั้นตอนและรูปแบบวิธีการทำประชามติ ควรทำอย่างไร

ทั้งนี้ สิ่งที่นายณัฐพงษ์แสดงความคิดเห็น ตนมองว่าเป็นประโยชน์ และเราจะได้นำไปหารือกันในเรื่องรายละเอียดโดยคำนึงถึงประเด็นต่างๆ ซึ่งหลังจากที่ประชุมกันแล้วได้ผลสรุปอย่างไร ตนจะมาชี้แจงต่อที่ประชุมอีกครั้ง

นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า เราเห็นความสำคัญว่าควรมีแผนการรองรับว่า หากไม่มีเอ็มโอยูแล้ว อะไรคือทางเลือกของเราที่จะปกป้องรักษาผลประโยชน์ของเรา ส่วนเรื่องเยียวยา ตนคิดว่ามีรายละเอียดมาก แต่เราต้องคิดว่าอะไรที่เป็นสิทธิอันชอบธรรม และเกิดจากผลกระทบ หากมีการยกเลิกเอ็มโอยู เราต้องเยียวยากับผู้ที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากสิทธิอันชอบธรรมของเขา

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตนยืนยันว่าเรื่องการต่างประเทศเป็นเรื่องของผลประโยชน์ของชาติ บางครั้งเราต้องไม่นำมาเป็นประเด็นทางการเมือง และเรื่องนี้ต้องอภิปรายอย่างจริงจัง การที่ตนจะตอบอะไร ตนต้องตอบด้วยความมั่นใจ ฉะนั้น จึงอยากให้มีการพูดคุยกันถึงรายละเอียดโดยคำนึงถึงประเด็นต่างๆ เหมือนที่นายณัฐพงษ์ได้ตั้งข้อสังเกตว่าเราจะเดินหน้ากันอย่างไร

ตนในฐานะรมว.ต่างประเทศ ตนจะนำไปเสนอในกระบวนการพิจารณาของรัฐบาลแน่นอน และยืนยันว่าเรื่องผลประโยชน์ของประเทศ และกระบวนการประชาธิปไตยที่รัฐบาลต้องมีความรับผิดชอบต่อสภาฯ นั้น ถือว่าสำคัญ ย้ำอีกครั้งว่าหากท่านมีประเด็นอะไรต่างๆ หรือรัฐบาลมีแผนที่ชัดเจนแล้ว ตนพร้อมที่จะมาชี้แจงต่อสภาฯ อีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจบกระทู้ถามดังกล่าว นายวันมูหะมัดนอร์ ได้ถามเชิงหยอกล้อกับนายสีหศักดิ์ว่า “เป็นอย่างไรบ้าง การตอบในสหประชาชาติ กับตอบในรัฐสภา บรรยากาศคงจะไม่ค่อยเหมือนกัน” ก่อนจะหัวเราะ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน