ผบ.พันทหารช่างที่ 6 เผย นปท.3 เคลียร์ทุ่นระเบิดอีสานตอนล่างเกือบหมด ชี้ยังถูกขัดขวางจากกัมพูชา พบยังมีการวางระเบิดเพิ่มต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 24 ต.ค.2568 ที่ฐานปฏิบัติการภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ พ.ท.ศุภวัฒน์ นามม่อง ผู้บังคับกองพันทหารช่างที่ 6 กองพลทหารราบที่ 6 ผู้บังคับหน่วยตรวจค้นและทำลายทุ่นระเบิดหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 3 (นปท.3) กล่าวว่า ภารกิจของ นปท.3 ประกอบด้วย 5 ประการหลักได้แก่ 1.งานเก็บกู้ระเบิด 2.งานแจ้งเตือนให้ความรู้ 3.งานช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากทุ่นระเบิด 4.งานทำลายทุ่นระเบิดที่ได้จากการปฎิบัติภารกิจ 5.การสนับสนุนหน่วยงานราชการในพื้นที่ที่รับผิดชอบ
สำหรับพื้นที่ปนเปื้อนทุ่นระเบิดในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง โดยมีการสำรวจตั้งแต่ปี 2543 อยู่ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี รวมทั้งสิ้น 1,349 ตารางกิโลเมตร ซึ่งได้เก็บกู้ไปแล้ว 1,342 ตารางกิโลเมตร คิดเป็น 99.45 เปอร์เซ็นต์
คงเหลือพื้นที่อันตรายในจ.บุรีรัมย์ 0.27 ตารางกิโลเมตร สุรินทร์ 2.23 ตารางกิโลเมตร ศรีสะเกษ 4.02 ตารางกิโลเมตร และอุบลราชธานี 0.67 ตารางกิโลเมตร รวมทั้งหมด 7.37 ตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็น 0.55 เปอร์เซ็นต์
พ.ท.ศุภวัฒน์ กล่าวต่อว่า การปฏิบัติงานที่ผ่านมา ประสบกับปัญหาคือ การขัดขวางจากฝ่ายกัมพูชา โดยเก็บสถิติจากปี 2562 จนถึงปัจจุบัน ถูกขัดขวางทั้งสิ้น 22 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีการวางทุ่นระเบิดเพิ่มเติม ซึ่งมีกำลังพลของไทยเหยียบไป 6 ครั้ง
ในห้วงการปะทะที่ผ่านมา ในการยิงจรวด BM-21 (บีเอ็ม-21) ลงมาตกบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ 4 จังหวัด ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ได้จัดชุดป้องกันสำหรับเจ้าหน้าที่เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (อีโอดี) เข้ามาเก็บกู้และทำลายจำนวน 960 จุด นอกจากนั้นยังจัดชุดเก็บกู้ เข้ามาตรวจค้น และทำลายทุ่นระเบิดในพื้นที่ฐานปฏิบัติการต่างๆ โดยตรวจพบทุ่นระเบิดเพิ่มเติม 801 ทุ่น และในปัจจุบันมีการตรวจพบเจออยู่เรื่อยๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่ากัมพูชายังมีการวางทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนของกัมพูชาอยู่ เพื่อป้องกันตนเองใช่หรือไม่ พ.ท.ศุภวัฒน์ กล่าวว่า คาดว่าน่าจะวางเต็มแล้ว หากจะไปไหนก็ต้องใช้ทหารช่างตรวจค้นก่อน เพื่อความปลอดภัยของกำลังพล โดยบนพื้นที่ยอดภูมะเขือ เราได้ทำการเคลียร์หมดแล้ว
พ.ท.ศุภวัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับทุ่นระเบิดที่ตรวจพบนั้น จะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก 1.ระเบิดที่ใช้ดักรถถัง 2.ระเบิดสังหารผู้คน โดยระเบิดสังหารบุคคล จะมุ่งเน้นให้ตัวบุคคลได้รับบาดเจ็บ เพื่อถ่วงกำลังพลในกลุ่ม ส่วนระเบิดดักรถถัง จะทำงานเพื่อมีน้ำหนักกดปริมาณมาก โดยจะไม่ทำงานหากมีคนเหยียบ
เมื่อถามว่าทางหน่วยมีการดูแลกำลังพลอย่างไรในการออกปฏิบัติการ เนื่องจากขณะนี้ผู้บังคับบัญชาใส่ใจการเก็บกู้ทุ่นระเบิดมาก พ.ท.ศุภวัฒน์ กล่าวว่า จะมีการให้ความรู้และการฝึกทบทวนต่างๆ รวมถึงเน้นย้ำ ให้ระมัดระวังอันตรายจากทุ่นระเบิด เพิ่มเติมยุทโธปกรณ์ต่างๆ ในการตรวจค้นให้ทันสมัย เพื่อให้ได้ตรวจทุ่นระเบิดให้พบ
โดยหน่วยเหนือ จะมีการสำรวจอยู่ตลอดว่าในห้วงเวลานี้มีการต้องการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ โดยในหน่วยปฏิบัติจะเสนอข้อมูลไป