“ธนกร” โดดป้อง นายกฯ รอบคอบแล้ว ลงนามเอ็มโอยูแร่แรร์เอิร์ธ เชื่อไทยได้ประโยชน์ ชมเปาะ บาลานซ์สองชาติมหาอำนาจ สร้างสมดุลบริหารประเทศ
เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 28 ต.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการลงนามในเอ็มโอยูระหว่างไทย-สหรัฐอเมริกา กรณีแร่แรร์เอิร์ธว่า เป็นไปตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ชี้แจงไปแล้ว ซึ่งเป็นข้อตกลงในการร่วมกันศึกษา และพัฒนาแร่หายาก ทุกอย่างเป็นไปตามหลักกฏหมายไทย และตามหลักธรรมาภิบาล
ตนคิดว่าไม่ใช่เรื่องที่ผูกพันกันทางกฎหมายสามารถยกเลิกได้ และหากมองภาพรวมด้วยใจที่เป็นธรรม คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการต่อยอดเทคโนโลยีต่างๆ เพราะวันนี้ถามว่าประเทศไทยมีแร่แรร์เอิร์ธหรือไม่ ก็อาจจะมีบ้างแต่กระจัดกระจาย และมีความเข้มข้นต่ำไม่คุ้มค่าที่จะลงทุนทำเหมือง
ส่วนที่มีการส่งออกไป 13,000 ตันต่อปีนั้น เป็นการนำเข้ามา และตกแต่งแร่ให้มีความเข้มข้นแล้วจึงส่งออก ดังนั้น เรื่องนี้จึงเป็นความร่วมมือที่ประเทศชาติได้ประโยชน์ ขณะเดียวกันเราก็ต้องรับฟังเสียงสะท้อนจากฝ่ายต่างๆ ด้วย ตนเชื่อว่านายอนุทินยึดประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลัก
เมื่อถามว่า มีการประเมินเรื่องผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า มีอยู่แล้ว แต่ขณะนี้เป็นเพียงเป็นการศึกษาและพัฒนา ส่วนเรื่องสิ่งแวดล้อมแน่นอนเราคำนึงอยู่แล้ว ถ้าเรามองในข้อเท็จจริง อดีตที่ผ่านมาแร่ต่างๆ ในพื้นที่ภาคใต้ เช่น แร่ดีบุก มันมีแร่ในส่วนนี้ซ้อนอยู่ แต่ความเข้มข้นต่ำไม่สามารถนำไปทำอย่างอื่นได้ ดังนั้น วันนี้เราได้ประโยชน์เรื่องการเป็นศูนย์กลางการลงทุน EV เรื่องแบตเตอรี่ อะไรต่างๆ ในกรณีที่เรื่องนี้สำเร็จ
เมื่อถามว่า กรณีแร่หายากทางการจีนก็กีดกันสหรัฐอเมริกา จะเป็นเงื่อนไขในเรื่องสงครามการค้าหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า ตนคิดว่านายอนุทินได้คิดแล้ว เป็นการสร้างความสมดุล วันนี้เราต้องยอมรับว่าประเทศไทยอยู่ตรงกลาง
ฉะนั้น เราจะบริหารประเทศอย่างไรให้เกิดความสมดุลของอำนาจระหว่างสองประเทศให้ได้ ตรงนี้ถือเป็นความยอดเยี่ยมของนายกฯ ที่ท่านคิดมาตลอด และตนคิดว่าไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่างแน่นอน ย้ำว่าเราจะได้ประโยชน์อย่างแน่นอน อย่างน้อยที่สุดการศึกษาพัฒนา มีการนำเทคโนโลยีเข้ามา ซึ่งประเทศไทยเรายังไม่ถึงขั้นนั้น
เมื่อถามว่า หลายฝ่ายกังวลว่าไทยจะเสียเปรียบสหรัฐอเมริกาหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า เราเปิดกว้างการลงนามบันทึกข้อตกลง เราก็สามารถทำกับประเทศอื่นได้ ไม่แน่ว่าหลังจากนี้นายกฯ อาจทำกับประเทศออสเตรเลียก็ได้ เพราะวันนี้เรานำเข้าแร่จำนวนมาก
ยืนยันว่าเราไม่ได้ปิดกั้น สำคัญที่สุดต้องถือว่าเป็นไปตามกฎหมายไทยและรัฐธรรมนูญ จึงไม่ต้องกังวล ทุกฝ่ายมองอย่างละเอียดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมถึงนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี และมีการขอมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เห็นชอบก่อนไปลงนาม
เมื่อถามว่า เหตุใดก่อนมีการลงนามจึงไม่มีการรับรู้เรื่องนี้กันมาก่อน นายธนกร กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องนี้เพิ่งเข้ามา กระทรวงการต่างประเทศเพิ่งแจ้งมา ซึ่งเราได้พิจารณาแล้วว่าสามารถทำได้ มีการปรึกษากับทุกฝ่ายแล้ว ยืนยันว่าไม่ใช่การลักไก่ เพราะถ้าลักไก่ท่านนายกฯ ก็ทำคนเดียวได้ แต่มันมีกระบวนการผ่านขั้นตอนของครม.อยู่ และย้ำอีกครั้งว่าเราได้ประโยชน์ เชื่อว่ารัฐบาลสามารถชี้แจงได้เพราะยังเป็นแค่การเริ่มต้น